ร่างกายย่อยพริกได้ไหม

16 การดู
ร่างกายย่อยพริกได้ โดยสารแคปไซซินที่ทำให้เผ็ดจะถูกย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก เอนไซม์ต่างๆ จะช่วยสลายแคปไซซิน ส่วนใหญ่จะถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระภายใน 24 ชั่วโมง แม้จะเผ็ดร้อนแต่พริกไม่ทำลายกระเพาะอาหารอย่างที่เข้าใจผิดกัน แต่อาจระคายเคืองในบางคนที่มีภาวะลำไส้แปรปรวนหรือโรคกระเพาะอยู่แล้ว
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

พริกเผ็ดร้อน…ร่างกายย่อยได้จริงหรือ? ไขข้อข้องใจเรื่องการย่อยพริกและความเชื่อผิดๆ

พริก เครื่องเทศรสชาติเผ็ดร้อนที่ขาดไม่ได้ในอาหารไทยและอีกหลายชาติทั่วโลก ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้หลายคนติดใจ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ร่างกายของเราสามารถย่อยพริกได้หรือไม่? แล้วความเผ็ดร้อนที่รู้สึกนั้นส่งผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารจริงหรือ? บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับกระบวนการย่อยพริกและทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกาย

คำตอบคือ ใช่ ร่างกายของเราสามารถย่อยพริกได้ แม้ว่าสารแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารประกอบหลักที่ทำให้พริกมีความเผ็ดร้อน จะสร้างความรู้สึกแสบร้อนในปากและลำคอ แต่กระบวนการย่อยอาหารของเราก็สามารถจัดการกับสารนี้ได้

เมื่อเราทานพริก สารแคปไซซินจะเดินทางผ่านหลอดอาหารลงสู่กระเพาะอาหาร ที่นี่เองกระบวนการย่อยจะเริ่มต้นขึ้น โดยเอนไซม์ต่างๆ ในกระเพาะอาหารจะเริ่มทำการสลายแคปไซซินบางส่วน จากนั้นแคปไซซินที่เหลือจะถูกส่งต่อไปยังลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการดูดซึมสารอาหารต่างๆ เกิดขึ้น

ในลำไส้เล็ก เอนไซม์จะยังคงทำหน้าที่สลายแคปไซซินต่อไป และส่วนใหญ่ของแคปไซซินที่ถูกย่อยสลายแล้ว จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และถูกนำไปขับออกทางไตในรูปของปัสสาวะ ส่วนแคปไซซินที่เหลือจากการดูดซึมจะถูกขับออกทางอุจจาระ โดยกระบวนการทั้งหมดนี้มักจะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากรับประทานพริก

ความเชื่อที่ว่าพริกทำลายกระเพาะอาหารนั้น แท้จริงแล้วเป็นความเข้าใจผิด แม้ว่าความเผ็ดร้อนของพริกอาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนหรือไม่สบายท้องในบางคน แต่พริกไม่ได้ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารอย่างที่หลายคนกังวล

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีภาวะลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome – IBS) หรือโรคกระเพาะอาหารอยู่แล้ว การรับประทานพริกในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง แสบร้อน หรือปวดท้องได้ เนื่องจากสารแคปไซซินอาจกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของลำไส้มากขึ้น หรือเพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร

ดังนั้น การรับประทานพริกควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และสังเกตอาการของตนเอง หากมีอาการไม่สบายท้อง หรือระคายเคือง ควรลดปริมาณการรับประทาน หรือปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

โดยสรุปแล้ว ร่างกายของเราสามารถย่อยพริกได้ โดยสารแคปไซซินจะถูกสลายและขับออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะและอุจจาระ แม้ว่าพริกจะไม่ทำลายกระเพาะอาหาร แต่ก็อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองในบางคนที่มีภาวะทางเดินอาหารบางอย่าง การรับประทานพริกในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากรสชาติและสารอาหารที่มีอยู่ในพริก โดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ