การบวมน้ํามีกี่ระดับ

11 การดู

อาการบวมน้ำแบ่งความรุนแรงได้ 4 ระดับ: ระดับ 1 บวมเล็กน้อย กดแล้วรอยบุ๋มหายไว ระดับ 2 รอยบุ๋มหายไปภายใน 15 วินาที ระดับ 3 รอยบุ๋มค้างนานกว่า 1 นาที และระดับ 4 บวมมาก รอยบุ๋มลึก ค้างนาน 2-5 นาที ควรปรึกษาแพทย์หากบวมมากหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

อาการบวมน้ำ: รู้จัก 4 ระดับความรุนแรงและสัญญาณอันตราย

อาการบวมน้ำ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Edema เกิดจากการสะสมของของเหลวส่วนเกินในเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการบวม ตึง และอาจรู้สึกเจ็บปวดได้ อาการบวมน้ำสามารถเกิดขึ้นได้หลายส่วนของร่างกาย เช่น ขา เท้า มือ และใบหน้า ความรุนแรงของอาการบวมน้ำสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ ซึ่งการสังเกตและเข้าใจระดับความรุนแรงเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถดูแลตนเองเบื้องต้น และรู้ว่าเมื่อใดควรไปพบแพทย์

การประเมินระดับความรุนแรงของอาการบวมน้ำ ทำได้โดยการกดบริเวณที่บวมด้วยนิ้วมือค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วสังเกตว่ามีรอยบุ๋มเกิดขึ้นหรือไม่ และรอยบุ๋มนั้นหายไปเร็วแค่ไหน โดยแบ่งระดับความรุนแรงได้ดังนี้

  • ระดับ 1 (เล็กน้อย): เมื่อกดผิวหนังแล้วเกิดรอยบุ๋มตื้นๆ และรอยบุ๋มนั้นหายไปอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที
  • ระดับ 2 (ปานกลาง): เมื่อกดผิวหนังแล้วเกิดรอยบุ๋มที่ชัดเจนขึ้น และรอยบุ๋มนั้นหายไปภายใน 15 วินาที
  • ระดับ 3 (รุนแรง): เมื่อกดผิวหนังแล้วเกิดรอยบุ๋มที่ลึก และรอยบุ๋มนั้นค้างอยู่นานกว่า 1 นาที ผิวหนังบริเวณที่บวมอาจดูตึงและเงา
  • ระดับ 4 (รุนแรงมาก): เมื่อกดผิวหนังแล้วเกิดรอยบุ๋มที่ลึกมาก และรอยบุ๋มนั้นค้างอยู่นาน 2-5 นาที ผิวหนังบริเวณที่บวมอาจดูตึง เงา และมีอาการปวดร่วมด้วย

แม้ว่าอาการบวมน้ำบางระดับอาจไม่เป็นอันตรายและสามารถบรรเทาได้ด้วยการดูแลตนเอง เช่น การยกขาสูง การออกกำลังกายเบาๆ และการลดการบริโภคเกลือ แต่หากอาการบวมน้ำอยู่ในระดับ 3 หรือ 4 หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ผิวหนังบริเวณที่บวมมีสีแดง ร้อน หรือมีไข้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคไต หรือลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ

การเข้าใจระดับความรุนแรงของอาการบวมน้ำและสัญญาณอันตราย จะช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที.