ฟันผุปล่อยไว้นาน เป็นไรไหม

12 การดู

ปล่อยฟันผุไว้ อาจทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง ส่งผลต่อการรับประทานอาหารและการนอนหลับ นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด และอาจต้องถอนฟันในที่สุด ควรพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันปัญหาที่ร้ายแรงกว่าในอนาคต

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ฟันผุปล่อยไว้นาน… เสี่ยงมากกว่าที่คิด!

หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะปัญหาฟันผุ คิดเพียงว่า “แค่ผุเล็กน้อย ไม่เป็นไรหรอก” แต่ความคิดนี้ อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่แก้ไขได้ยากในอนาคต เพราะฟันผุที่ปล่อยไว้นานนั้น ไม่ใช่แค่ความไม่สวยงาม แต่เป็นภัยเงียบที่ค่อยๆทำลายสุขภาพช่องปากและร่างกายอย่างร้ายแรง

การปล่อยให้ฟันผุลุกลามนั้น เปรียบเสมือนปล่อยให้เชื้อโรคค่อยๆกัดกร่อนโครงสร้างของฟัน เริ่มจากชั้นเคลือบฟัน ซึ่งเป็นชั้นป้องกันที่แข็งแรงที่สุด เมื่อถูกกรดจากแบคทีเรียทำลาย ก็จะลุกลามไปยังชั้นเนื้อฟัน จนถึงโพรงประสาทฟัน ซึ่งเป็นส่วนที่ประกอบไปด้วยเส้นประสาทและหลอดเลือด

แล้วอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อปล่อยฟันผุไว้นาน?

  1. อาการปวดรุนแรง: เมื่อฟันผุลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกปวดอย่างรุนแรง ปวดตุ๊บๆ ปวดแสบ หรือปวดแบบเรื้อรัง ซึ่งอาจรบกวนการรับประทานอาหาร การนอนหลับ และกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม

  2. ติดเชื้อในกระแสเลือด (Septicemia): หากปล่อยไว้นาน เชื้อแบคทีเรียจากฟันผุอาจเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง อันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

  3. ฟันแตกหักหรือร้าว: เนื้อฟันที่ถูกทำลายไปแล้วจะทำให้ฟันมีความแข็งแรงน้อยลง เสี่ยงต่อการแตกหักหรือร้าวได้ง่าย ขณะรับประทานอาหาร หรือแม้กระทั่งการกัดหรือเคี้ยวอาหารทั่วไป

  4. ต้องถอนฟัน: ในกรณีที่ฟันผุรุนแรงมาก การรักษาด้วยการอุดหรือครอบฟันอาจไม่สามารถทำได้ จำเป็นต้องถอนฟันออก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบดเคี้ยวอาหาร ความสวยงามของรอยยิ้ม และอาจต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการทำฟันปลอมเพิ่มเติม

  5. ปัญหาสุขภาพอื่นๆ: การอักเสบจากฟันผุอาจลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง เช่น เหงือก กระดูกขากรรไกร ส่งผลให้เกิดโรคปริทันต์ หรือแม้แต่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง

สรุปแล้ว การปล่อยให้ฟันผุไว้นานนั้น ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ควรพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันปัญหาที่ร้ายแรงกว่า และรักษาฟันให้แข็งแรง อยู่กับเราไปนานๆ การตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุก 6 เดือน และการดูแลรักษาสุขอนามัยช่องปากที่ดี เช่น การแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันปัญหาฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ