หวัดควรนอนท่าไหน

5 การดู

การนอนตะแคงซ้ายหรือขวาโดยใช้หมอนรองรับให้เหมาะสม ช่วยลดแรงกดทับปอดและหลอดลม ส่งผลให้หายใจได้สะดวกขึ้น และช่วยลดอาการไอ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ลองปรับเปลี่ยนท่าทางการนอนเพื่อหาท่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

หวัดถามหา…นอนท่าไหนดี? เคล็ดลับบรรเทาอาการเมื่อเป็นหวัด

เมื่อเจ้าหวัดร้ายบุกรุกร่างกาย สิ่งที่ตามมาคืออาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม และความรู้สึกอ่อนเพลียไปทั้งตัว การพักผ่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่หลายครั้งอาการเหล่านี้กลับทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องยากลำบาก ลองมาดูกันว่าท่าทางการนอนแบบไหนที่จะช่วยให้คุณนอนหลับสบายขึ้นและบรรเทาอาการหวัดได้บ้าง

ทำไมท่าทางการนอนถึงสำคัญเมื่อเป็นหวัด?

ร่างกายของเราทำงานหนักขึ้นเมื่อเป็นหวัด การนอนในท่าที่ไม่เหมาะสมอาจไปเพิ่มแรงกดทับต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจลำบากยิ่งขึ้น และส่งผลให้การพักผ่อนไม่เต็มที่ ดังนั้น การเลือกท่าทางการนอนที่ถูกต้องจึงเป็นเหมือนการให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ท่าไหนดี? ท่าไหนเวิร์ค?

  • นอนตะแคง: ดังที่กล่าวไปแล้ว การนอนตะแคง (ไม่ว่าจะซ้ายหรือขวา) โดยมีหมอนรองรับศีรษะและลำคอให้เหมาะสม เป็นท่าที่แนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นหวัด เหตุผลก็คือ การนอนตะแคงจะช่วยลดแรงกดทับต่อปอดและหลอดลม ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอยู่แล้ว การนอนตะแคงยังช่วยลดอาการไอ โดยเฉพาะอาการไอที่เกิดจากการระคายเคืองจากน้ำมูกไหลลงคอได้อีกด้วย ลองปรับระดับความสูงของหมอนให้พอดี เพื่อให้ศีรษะและคออยู่ในแนวเดียวกัน จะช่วยลดอาการปวดคอได้อีกด้วย

  • นอนศีรษะสูง: การนอนในท่าที่ศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อย จะช่วยให้น้ำมูกไหลลงคอได้น้อยลง ลดอาการคัดจมูก และช่วยให้หายใจได้โล่งขึ้น คุณสามารถทำได้โดยการใช้หมอนหนุนศีรษะเพิ่มขึ้น หรือปรับเตียงให้ยกสูงขึ้นเล็กน้อย

  • หลีกเลี่ยงการนอนหงาย: การนอนหงายอาจทำให้น้ำมูกไหลลงคอได้ง่ายขึ้น และทำให้หายใจลำบากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่คัดจมูกมาก

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อการนอนหลับที่ดีเมื่อเป็นหวัด:

  • รักษาความชุ่มชื้น: ดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอตลอดวัน จะช่วยลดความเหนียวข้นของน้ำมูก ทำให้ขับออกได้ง่ายขึ้น
  • ใช้เครื่องทำความชื้น: การใช้เครื่องทำความชื้นในห้องนอนจะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ลดอาการคัดจมูก และช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
  • สูดไอน้ำ: การสูดไอน้ำร้อนๆ (เช่น ไอน้ำจากการอาบน้ำอุ่น หรือการใช้เครื่องพ่นไอน้ำ) จะช่วยเปิดทางเดินหายใจ และบรรเทาอาการคัดจมูก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการฟื้นตัวจากหวัด พยายามนอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน

ข้อควรจำ: หากอาการหวัดของคุณไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือมีไข้สูง ควรรีบปรึกษาแพทย์

หวังว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการบรรเทาอาการหวัดและช่วยให้คุณนอนหลับสบายขึ้นนะคะ ขอให้หายป่วยไวๆ ค่ะ!