โรคอะไรบ้างที่ไม่รับเข้าทํางาน

14 การดู
โรคที่มักไม่รับเข้าทำงานนั้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานและความรุนแรงของโรค โดยทั่วไปแล้ว โรคติดต่อร้ายแรง โรคทางจิตเวชที่ส่งผลต่อการทำงาน โรคเรื้อรังที่อาจก่อให้เกิดการลาป่วยบ่อยครั้ง หรือโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น อาจเป็นเหตุให้ไม่ได้รับการพิจารณา แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายจ้างและกฎหมายคุ้มครองแรงงาน การเปิดเผยข้อมูลสุขภาพควรทำอย่างระมัดระวังและเหมาะสม
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

โรคที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการได้งาน: เส้นบางๆ ระหว่างสุขภาพและโอกาส

การสมัครงานเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อน เต็มไปด้วยความคาดหวังและความกังวล นอกเหนือจากคุณสมบัติและประสบการณ์แล้ว สุขภาพของผู้สมัครก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่นายจ้างอาจพิจารณา แม้กฎหมายคุ้มครองแรงงานจะห้ามการเลือกปฏิบัติเนื่องจากสุขภาพ แต่ในทางปฏิบัติ บางโรคก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการได้รับการพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานหรือความปลอดภัย

โรคติดต่อร้ายแรงอย่างเช่น วัณโรค เอดส์ หรือโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เนื่องจากมีความเสี่ยงในการแพร่กระจาย นายจ้างจึงอาจลังเลที่จะรับบุคคลที่มีโรคเหล่านี้เข้าทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งงานที่ต้องมีการติดต่อกับบุคคลอื่นอย่างใกล้ชิด เช่น พยาบาล ครู หรือพนักงานบริการ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวต้องคำนึงถึงกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน การปฏิเสธการจ้างงานโดยไม่คำนึงถึงความรุนแรงของโรคหรือความสามารถในการควบคุมการแพร่กระจาย ถือเป็นการเลือกปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย

โรคทางจิตเวชบางชนิด เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือโรคจิตเภท ก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนายจ้างเช่นกัน หากความรุนแรงของโรคส่งผลต่อการทำงาน เช่น การขาดงานบ่อยครั้ง การทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือการมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นายจ้างอาจมองว่าเป็นความเสี่ยง แต่ต้องพิจารณาจากกรณีไป หากผู้สมัครสามารถจัดการอาการได้ดี มีหลักฐานการรักษาอย่างต่อเนื่อง และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสในการได้รับการพิจารณาก็จะสูงขึ้น การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชควรกระทำด้วยความระมัดระวัง โดยควรเน้นถึงความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงาน

โรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ อาจส่งผลให้เกิดการลาป่วยบ่อยครั้ง ซึ่งอาจเป็นข้อกังวลของนายจ้าง แต่เช่นเดียวกับโรคทางจิตเวช การพิจารณาควรขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค การควบคุมอาการ และประสิทธิภาพการทำงาน หากผู้สมัครสามารถจัดการสุขภาพได้ดี และมีหลักฐานยืนยัน โอกาสในการได้รับการพิจารณาก็จะไม่ลดลง

สุดท้าย โรคหรืออาการที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น เช่น โรคลมชัก หรือโรคที่อาจทำให้เกิดการสูญเสียการควบคุมตนเอง ก็อาจเป็นข้อกังวลด้านความปลอดภัย ในกรณีนี้ นายจ้างจำเป็นต้องพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประเมินความสามารถในการทำงาน โดยคำนึงถึงกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างเคร่งครัด

สรุปแล้ว การตัดสินใจว่าโรคใดบ้างที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการได้งาน เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงชนิดของโรค ความรุนแรง ความสามารถในการควบคุมอาการ และตำแหน่งงาน นายจ้างควรคำนึงถึงกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน และความสามารถของผู้สมัครในการทำงาน ส่วนผู้สมัครควรเตรียมพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลสุขภาพอย่างเหมาะสม และเน้นถึงความสามารถในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับงานที่ต้องการ