SGPT ไม่ควรเกินเท่าไร

44 การดู

ค่า ALT และ AST เป็นตัวชี้วัดสุขภาพตับ ค่าปกติทั่วไปมักอยู่ต่ำกว่า 40 IU/L หากสูงกว่านี้ อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของตับ เช่น การอักเสบ การตรวจเลือดเป็นวิธีการประเมินค่าดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์หากพบค่าที่สูงผิดปกติเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องต่อไป

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

SGPT ไม่ควรเกินเท่าไร? ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเอนไซม์ตับ

“SGPT” หรือ “AST” และ “ALT” เป็นเอนไซม์ที่พบในเซลล์ตับ โดยปกติแล้วค่าของเอนไซม์เหล่านี้จะอยู่ในระดับต่ำ แต่เมื่อตับได้รับความเสียหาย เซลล์ตับจะปล่อยเอนไซม์เหล่านี้ออกมาสู่กระแสเลือด ทำให้ค่าในเลือดสูงขึ้น จึงเป็นตัวบ่งชี้ถึงสุขภาพตับได้

ค่าปกติของ SGPT (AST) และ ALT:

โดยทั่วไป ค่า SGPT (AST) และ ALT ในเลือดที่ถือว่าเป็นปกติ มักจะต่ำกว่า 40 IU/L แต่ค่าปกติอาจแตกต่างกันไปตามห้องปฏิบัติการ และอาจมีค่าอ้างอิงเฉพาะที่ระบุไว้ในผลการตรวจเลือดของคุณ

เมื่อค่า SGPT (AST) และ ALT สูง อาจบ่งบอกถึงอะไร?

เมื่อค่า SGPT (AST) และ ALT สูงกว่าค่าปกติ อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของตับ เช่น:

  • การอักเสบของตับ (Hepatitis): อาจเกิดจากไวรัส เช่น ไวรัสตับอักเสบบี หรือ ไวรัสตับอักเสบซี
  • โรคตับแข็ง (Cirrhosis): เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อตับถูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อแผลเป็น ส่งผลให้ตับทำงานผิดปกติ
  • โรคไขมันในตับ (Fatty Liver): เกิดจากการสะสมไขมันในเซลล์ตับ
  • โรคมะเร็งตับ (Liver Cancer): เป็นโรคมะเร็งที่พบได้น้อย แต่ร้ายแรง
  • การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป: อาจทำให้ตับอักเสบและเกิดความเสียหาย
  • การใช้ยาบางชนิด: บางชนิดอาจส่งผลเสียต่อตับ

ควรทำอย่างไรหากค่า SGPT (AST) และ ALT สูง?

หากผลการตรวจเลือดของคุณแสดงว่าค่า SGPT (AST) และ ALT สูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย แพทย์อาจจะทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจอัลตราซาวนด์ หรือ การตรวจชิ้นเนื้อตับ เพื่อหาสาเหตุของค่าที่สูงผิดปกติ

การรักษาค่า SGPT (AST) และ ALT ที่สูง:

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของค่าที่สูง เช่น:

  • การรักษาโรคตับอักเสบ: อาจรวมถึงการใช้ยาต้านไวรัส
  • การรักษาโรคตับแข็ง: อาจรวมถึงการลดการดื่มแอลกอฮอล์ การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และการปลูกถ่ายตับ
  • การรักษาโรคไขมันในตับ: อาจรวมถึงการลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย และการควบคุมอาหาร

ข้อควรระวัง:

ค่า SGPT (AST) และ ALT ที่สูงอาจไม่ได้เป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงเสมอไป แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

บทความนี้มุ่งเน้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพของคุณ