เลย BBF ยังกินได้ไหม

9 การดู

BBF หรือ Best Before คือวันที่บ่งบอกคุณภาพ ไม่ใช่วันหมดอายุ! อาหารเลย BBF อาจรสชาติเปลี่ยน แต่ยังทานได้ หากเก็บรักษาถูกวิธี ลด Food Waste ได้ง่ายๆ เริ่มจากสังเกตลักษณะอาหารก่อนทาน และซื้อแต่พอดี เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เลย BBF แล้วยังกินได้ไหม? ไขข้อข้องใจเรื่อง “วันที่ควรบริโภคก่อน” กับการลดขยะอาหาร

หลายครั้งที่เราเปิดตู้เย็นแล้วพบกับอาหารที่ติดป้าย “ควรบริโภคก่อน” หรือ BBF (Best Before) แล้วเกิดความลังเลว่า “กินได้ไหมนะ? จะเป็นอันตรายรึเปล่า?” ความกังวลนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว BBF ไม่ได้หมายถึง “วันที่หมดอายุ” อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน

BBF คืออะไรกันแน่?

BBF หรือ Best Before คือวันที่ที่ผู้ผลิตรับประกันว่าอาหารนั้นจะมีคุณภาพ รสชาติ และเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด หากบริโภคก่อนวันดังกล่าว หลังจากวันที่ BBF เลยไป อาหารอาจมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องรสชาติ สี กลิ่น หรือเนื้อสัมผัส แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้นเสียหรือเป็นอันตรายต่อการบริโภคเสมอไป

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ายังกินได้?

  • สังเกตลักษณะภายนอก: มองดูว่าอาหารมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน มีสี กลิ่น หรือเนื้อสัมผัสที่ผิดปกติหรือไม่ เช่น มีราขึ้น มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หรือเนื้อสัมผัสเหลวเกินไป หากพบสิ่งผิดปกติเหล่านี้ ไม่ควรเสี่ยงบริโภค
  • ดมกลิ่น: ดมกลิ่นอาหารอย่างละเอียด หากมีกลิ่นเหม็นบูด เหม็นเปรี้ยว หรือกลิ่นที่ผิดปกติไปจากเดิม แสดงว่าอาหารอาจเสียแล้ว
  • ชิมรส: หากลักษณะและกลิ่นยังดูปกติ ลองชิมรสชาติเล็กน้อย หากรสชาติเปลี่ยนไปอย่างมากหรือไม่เป็นที่พอใจ ก็ไม่ควรบริโภคต่อ
  • ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์: ดูว่าบรรจุภัณฑ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ มีรอยรั่ว รอยบุบ หรือรอยแตกหรือไม่ หากบรรจุภัณฑ์เสียหาย อาจทำให้อาหารปนเปื้อนได้ง่าย

เคล็ดลับสำคัญในการลดขยะอาหาร

  • ซื้อแต่พอดี: วางแผนการซื้ออาหารล่วงหน้าและซื้อเฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้ออาหารมากเกินความต้องการและเหลือทิ้ง
  • จัดเก็บอาหารอย่างถูกวิธี: จัดเก็บอาหารในภาชนะที่ปิดมิดชิดและเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา
  • เข้าใจความหมายของฉลาก: แยกแยะระหว่าง “ควรบริโภคก่อน” (BBF) และ “หมดอายุ” (Use By Date) อย่างถูกต้อง เพื่อไม่ทิ้งอาหารที่ยังสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย

ทำไมการลดขยะอาหารจึงสำคัญ?

การลดขยะอาหารไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ขยะอาหารที่ถูกทิ้งไปจะกลายเป็นก๊าซเรือนกระจกในหลุมฝังกลบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน ดังนั้น การบริโภคอาหารอย่างใส่ใจและการลดขยะอาหารจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สรุป

อาหารที่เลยวันที่ BBF แล้วไม่ได้หมายความว่าเสียเสมอไป การสังเกตลักษณะ กลิ่น รสชาติ และการจัดเก็บอาหารอย่างถูกวิธี จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้ว่าอาหารนั้นยังสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ การลดขยะอาหารเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโลกที่ยั่งยืนสำหรับอนาคต