แปรงฟันบ่อยๆหินปูนจะหลุดไหม

6 การดู

ข้อมูลแนะนำ:

หินปูนสะสมนานอาจเปราะและหลุดร่อนเองได้ แต่การแปรงฟันแรงๆ เพื่อหวังให้หินปูนหลุดไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะอาจทำร้ายเหงือกและฟัน แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนอย่างถูกวิธีและปลอดภัยกว่า เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

แปรงฟันบ่อยๆ หินปูนจะหลุดเองได้จริงหรือ? ความจริงที่คุณต้องรู้!

หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่าการแปรงฟันบ่อยๆ หรือแปรงฟันแรงๆ จะช่วยกำจัดหินปูนที่เกาะอยู่บนฟันให้หลุดออกไปได้เอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องทั้งหมดเสียทีเดียว

ความจริงเกี่ยวกับหินปูนและการแปรงฟัน

หินปูน หรือที่เรียกกันว่า “คราบหินน้ำลาย” เกิดจากการสะสมของแบคทีเรีย เศษอาหาร และน้ำลายที่แข็งตัวเป็นคราบแข็งๆ เกาะอยู่บนผิวฟัน โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อระหว่างฟันกับเหงือก หินปูนเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว แม้ว่าคุณจะแปรงฟันบ่อยแค่ไหน หรือแปรงฟันแรงสักเพียงใดก็ตาม

ทำไมแปรงฟันอย่างเดียวถึงกำจัดหินปูนไม่ได้?

  • ความแข็งของหินปูน: เมื่อหินปูนก่อตัวขึ้น มันจะมีความแข็งและยึดติดกับผิวฟันอย่างแน่นหนา การแปรงฟันเป็นการกำจัดคราบอาหารและแบคทีเรียที่ยังไม่แข็งตัวเท่านั้น ไม่สามารถทำลายโครงสร้างของหินปูนได้
  • อันตรายจากการแปรงฟันแรงเกินไป: การพยายามแปรงฟันแรงๆ เพื่อให้หินปูนหลุด อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพช่องปากมากกว่าผลดี เพราะจะทำให้เหงือกร่น ฟันสึก และเกิดอาการเสียวฟันตามมาได้

หินปูนที่สะสมนานอาจหลุดร่อนเองได้จริงหรือ?

ข้อมูลแนะนำว่าหินปูนที่สะสมเป็นเวลานานอาจเปราะและหลุดร่อนเองได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถปล่อยปละละเลยการดูแลสุขภาพช่องปากได้ เพราะการที่หินปูนหลุดร่อนเองนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ และมักจะมาพร้อมกับปัญหาอื่นๆ เช่น เหงือกอักเสบ ฟันผุ หรือกลิ่นปาก

ทางออกที่ดีที่สุดคืออะไร?

ทางออกที่ดีที่สุดในการกำจัดหินปูนคือการไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการ “ขูดหินปูน” โดยทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษในการขูดหินปูนออกอย่างถูกวิธีและปลอดภัย โดยไม่ทำลายผิวฟันและเหงือก

การป้องกันหินปูนดีกว่าการรักษา

ถึงแม้ว่าการขูดหินปูนจะเป็นวิธีที่ได้ผลในการกำจัดหินปูน แต่การป้องกันการเกิดหินปูนตั้งแต่แรกเริ่มเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า โดยสามารถทำได้ดังนี้:

  • แปรงฟันอย่างถูกวิธี: แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ และแปรงให้ทั่วทุกซอกทุกมุมของฟัน
  • ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ: ไหมขัดฟันช่วยกำจัดเศษอาหารและคราบพลัคที่ติดอยู่ตามซอกฟัน ซึ่งเป็นบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
  • ใช้น้ำยาบ้วนปาก: น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของฟัน และลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก
  • พบทันตแพทย์เป็นประจำ: ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

สรุป

การแปรงฟันเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพช่องปาก แต่ไม่สามารถกำจัดหินปูนที่ก่อตัวขึ้นแล้วได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการไปพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูน และป้องกันการเกิดหินปูนโดยการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว