ทีวี LED มีกี่ประเภท

11 การดู

ทีวี LED เป็นจอแบนที่พัฒนาจาก LCD ให้ภาพสว่าง สีสันสดใสขึ้น ประหยัดไฟและบางกว่า LCD TV เดิม โดยแบ่งย่อยเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ EDGE LED ที่เน้นความบางและประหยัดไฟ, Full LED ที่ให้ภาพคมชัดสีสันสดใส และ RGB LED ที่ให้ภาพมีมิติ สีสันถูกต้องแม่นยำกว่า

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ย้อนรอยวิวัฒนาการจอภาพ: ทีวี LED มีกี่ประเภท และแตกต่างกันอย่างไร?

ทีวี LED (Light Emitting Diode) ได้กลายเป็นมาตรฐานของจอภาพโทรทัศน์ในบ้านเราไปแล้ว ด้วยความบางเฉียบ สีสันสดใส และประหยัดพลังงาน แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ภายใต้คำว่า “ทีวี LED” นั้น ยังแฝงความแตกต่างทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อคุณภาพของภาพอย่างชัดเจน โดยหลักๆ แล้ว เราสามารถแบ่งประเภทของทีวี LED ออกได้เป็นสามกลุ่มหลัก ซึ่งแต่ละกลุ่มล้วนมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ไปติดตามรายละเอียดกันเลยครับ

1. EDGE LED (ขอบจอ): นี่คือเทคโนโลยีที่พบได้ทั่วไปในทีวี LED ราคาประหยัด โดยแผง LED จะถูกติดตั้งไว้ที่ขอบด้านข้างของแผง LCD แสงจาก LED จะถูกส่งผ่านแผ่นกระจายแสง (Light Guide Plate) ไปยังแผง LCD เพื่อให้เกิดภาพ ข้อดีของ EDGE LED คือ ความบางและราคาที่ถูกกว่า ทำให้เป็นที่นิยมในตลาดมวลชน แต่ข้อเสียคือ การกระจายแสงอาจไม่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องแสงรั่ว (Light Bleeding) โดยเฉพาะบริเวณมุมจอ และอาจทำให้สีดำไม่ดำสนิท ภาพดูจืดชืดในฉากมืดๆ

2. Full Array LED (ทั่วทั้งแผง): เทคโนโลยีนี้ก้าวหน้ากว่า EDGE LED โดย LED จะถูกจัดเรียงอยู่ทั่วทั้งแผง LCD ทำให้สามารถควบคุมแสงได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ส่งผลให้ภาพมีความคมชัด สีสันสดใส และสีดำที่เข้มขึ้น นอกจากนี้ บางรุ่นยังมีเทคโนโลยี Local Dimming ซึ่งสามารถแบ่งโซนของ LED เพื่อปรับความสว่างได้อย่างอิสระ ทำให้ภาพมีคอนทราสต์ที่สูงขึ้น และรายละเอียดในส่วนมืดๆ ชัดเจนขึ้น แต่ข้อเสียคือราคาที่สูงกว่า EDGE LED และความหนาของตัวเครื่องที่อาจมากขึ้นเล็กน้อย

3. RGB LED (Red, Green, Blue LED): เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดในบรรดาสามประเภท โดยใช้ LED สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน แยกกัน ทำให้การควบคุมสีมีความแม่นยำสูงมาก ส่งผลให้ภาพมีความสมจริง สีสันที่ถูกต้องแม่นยำตามมาตรฐาน และมิติของภาพที่ลึกกว่า อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังมีราคาสูงมาก และพบได้น้อยในตลาดทั่วไป มักใช้ในทีวีระดับไฮเอนด์ หรือทีวีสำหรับงานมืออาชีพ

สรุป: การเลือกซื้อทีวี LED ควรพิจารณาถึงงบประมาณ ความต้องการด้านคุณภาพของภาพ และการใช้งาน หากต้องการทีวีที่ราคาประหยัดและบางเฉียบ EDGE LED ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าต้องการคุณภาพของภาพที่เหนือกว่า Full Array LED หรือ RGB LED จะเป็นคำตอบที่ดีกว่า แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมกับราคาที่สูงขึ้นตามมาด้วย การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อทีวี LED ที่ตรงกับความต้องการได้อย่างเหมาะสมที่สุด