แบตบวมมีโอกาสระเบิดไหม

8 การดู

แบตเตอรี่บวมเป็นสัญญาณอันตราย! ภายในมีแก๊สสะสม เสี่ยงต่อการลุกไหม้หรือระเบิดได้ หากพบอาการบวม ควรหยุดใช้งานทันทีและนำไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ของคุณ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

แบตเตอรี่บวม: ภัยร้ายใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ในยุคที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเรา แบตเตอรี่จึงเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงอุปกรณ์เหล่านั้นให้ทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก หรือแม้แต่รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ทำหน้าที่เก็บพลังงานและจ่ายไฟให้แก่อุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราสังเกตเห็นว่าแบตเตอรี่เกิดอาการ “บวม” นั่นคือสัญญาณเตือนภัยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

แบตเตอรี่บวม…เกิดจากอะไร?

อาการบวมของแบตเตอรี่มักเกิดจากการสะสมของแก๊สภายในเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งมีสาเหตุหลักๆ มาจาก:

  • ความร้อนสูงเกินไป: การใช้งานอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด หรือการชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้เป็นเวลานานเกินไป จะเร่งปฏิกิริยาเคมีภายในแบตเตอรี่ ทำให้เกิดแก๊สสะสม
  • การชาร์จไฟเกิน (Overcharging): เมื่อแบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้ว แต่ยังคงเสียบปลั๊กชาร์จต่อไป อาจทำให้เกิดการผลิตแก๊สมากเกินไป
  • ความเสียหายทางกายภาพ: การตกกระแทก หรือการกดทับแบตเตอรี่ อาจทำให้โครงสร้างภายในเสียหาย และเกิดการรั่วไหลของสารเคมี
  • การเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน: เมื่อแบตเตอรี่ถูกใช้งานเป็นเวลานาน เซลล์แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมสภาพ และเกิดการผลิตแก๊สได้ง่ายขึ้น
  • คุณภาพของแบตเตอรี่ไม่ได้มาตรฐาน: แบตเตอรี่ที่ผลิตจากวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพ หรือกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกต้อง มักจะบวมเร็วกว่าปกติ

ทำไมแบตเตอรี่บวมถึงอันตราย?

การสะสมของแก๊สภายในแบตเตอรี่ ทำให้เกิดแรงดันมหาศาล ซึ่งอาจนำไปสู่:

  • การระเบิดหรือการลุกไหม้: แรงดันที่สูงเกินไป อาจทำให้แบตเตอรี่แตกออก หรือเกิดการลัดวงจรภายใน ทำให้เกิดความร้อนสูง และลุกไหม้ได้
  • ความเสียหายต่ออุปกรณ์: แบตเตอรี่ที่บวม อาจดันส่วนประกอบอื่นๆ ภายในอุปกรณ์ให้เสียหาย เช่น หน้าจอแตก หรือแผงวงจรเสียหาย
  • อันตรายต่อผู้ใช้งาน: การระเบิดของแบตเตอรี่ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัส หรือแม้แต่เสียชีวิตได้

สิ่งที่ควรทำเมื่อพบว่าแบตเตอรี่บวม:

  1. หยุดใช้งานทันที: ปิดเครื่องและถอดปลั๊กชาร์จ
  2. อย่าพยายามเปิดหรือซ่อมแซมเอง: การเปิดแบตเตอรี่ที่บวม อาจทำให้เกิดการรั่วไหลของสารเคมีที่เป็นอันตราย หรือการระเบิดได้
  3. นำไปกำจัดอย่างถูกวิธี: ติดต่อศูนย์บริการของแบรนด์ หรือหน่วยงานที่รับกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำแบตเตอรี่ไปกำจัดอย่างปลอดภัย
  4. เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่: เลือกซื้อแบตเตอรี่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นแบตเตอรี่ที่ถูกต้องสำหรับอุปกรณ์ของคุณ

ข้อควรจำเพื่อป้องกันแบตเตอรี่บวม:

  • หลีกเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด
  • อย่าชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้เป็นเวลานานเกินไป
  • ใช้ที่ชาร์จที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับอุปกรณ์
  • ระมัดระวังไม่ให้อุปกรณ์ตกกระแทก หรือโดนกดทับ
  • เปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อเริ่มเสื่อมสภาพ

การตระหนักถึงความเสี่ยงของแบตเตอรี่บวม และการปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น จะช่วยให้เราใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างปลอดภัย และหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนภัยเล็กๆ น้อยๆ เพราะอาจนำมาซึ่งความเสียหายที่ร้ายแรงเกินกว่าจะแก้ไขได้