FFP อยู่ได้กี่ชั่วโมง

8 การดู

พลาสมาสดแช่แข็ง (FFP) มีอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บรักษาและการขนส่ง โดยทั่วไปหลังจากการแยกพลาสม่าจากเลือดบริจาคแล้ว จะต้องแช่แข็งอย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิ -18°C หรือต่ำกว่า เพื่อรักษาคุณภาพและปริมาณของปัจจัยการแข็งตัวของเลือด การละลายต้องทำอย่างถูกวิธีก่อนนำไปใช้กับผู้ป่วย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการเก็บรักษาอย่างเคร่งครัด

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

FFP: พลาสม่าสดแช่แข็งอยู่ได้นานแค่ไหน? เจาะลึกอายุการใช้งานและปัจจัยที่ส่งผล

พลาสมาสดแช่แข็ง (Fresh Frozen Plasma หรือ FFP) เปรียบเสมือน “ยา” ที่ได้จากเลือด มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะเลือดออกผิดปกติและภาวะขาดโปรตีนที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือด การรักษาด้วย FFP จึงมีความละเอียดอ่อนและจำเป็นต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บรักษาไปจนถึงการนำไปใช้กับผู้ป่วย คำถามสำคัญที่ตามมาคือ FFP ที่แช่แข็งไว้จะมีอายุการใช้งานนานแค่ไหน? และมีปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อประสิทธิภาพของ FFP?

อายุขัยของ FFP: เส้นทางที่ต้องรักษาคุณภาพ

โดยทั่วไปแล้ว FFP จะถูกเก็บรักษาโดยการแช่แข็งอย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิ -18°C หรือต่ำกว่า ภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังจากการบริจาคเลือด (ส่วนใหญ่คือ 6-8 ชั่วโมง) กระบวนการแช่แข็งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาปริมาณและประสิทธิภาพของปัจจัยการแข็งตัวของเลือดในพลาสมา

  • การเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม: หากเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -18°C หรือต่ำกว่า FFP สามารถเก็บรักษาได้นาน 12 เดือน นับจากวันที่เก็บ อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศหรือสถาบัน อาจมีการกำหนดระยะเวลาที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นการตรวจสอบระเบียบปฏิบัติของแต่ละแห่งจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • การละลาย FFP: เมื่อต้องการใช้งาน FFP จะต้องถูกละลายอย่างถูกต้องตามแนวทางที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้การแช่ในน้ำอุ่นที่อุณหภูมิ 30-37°C การละลายที่ไม่ถูกวิธีอาจส่งผลให้โปรตีนในพลาสมาเสื่อมสภาพและลดประสิทธิภาพลง
  • ระยะเวลาหลังการละลาย: หลังจากละลายแล้ว FFP ควรถูกนำไปใช้ทันที หรือภายในระยะเวลาที่กำหนด (มักจะภายใน 24 ชั่วโมง) หากเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-6°C เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และควรตรวจสอบลักษณะภายนอกของ FFP ก่อนใช้ หากพบความผิดปกติ เช่น สีเปลี่ยน หรือมีตะกอน ไม่ควรนำไปใช้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพและอายุการใช้งานของ FFP

นอกเหนือจากอุณหภูมิในการเก็บรักษาแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพและอายุการใช้งานของ FFP ได้แก่

  • วิธีการเก็บตัวอย่างเลือด: การเก็บเลือดจากผู้บริจาคต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการทำลายโปรตีนในพลาสมา
  • ระยะเวลาตั้งแต่บริจาคจนถึงแช่แข็ง: ยิ่งแช่แข็ง FFP ได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งรักษาคุณภาพของปัจจัยการแข็งตัวของเลือดได้ดีขึ้นเท่านั้น
  • วิธีการละลาย: การละลายที่ถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาประสิทธิภาพของ FFP การละลายที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้โปรตีนเสื่อมสภาพ
  • การขนส่ง: การขนส่ง FFP ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการละลายก่อนกำหนด
  • การปนเปื้อน: FFP ที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส จะไม่สามารถนำไปใช้ได้

สรุป:

FFP มีอายุการใช้งานที่จำกัด และจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการเก็บรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาคุณภาพและประสิทธิภาพของปัจจัยการแข็งตัวของเลือด การละลาย FFP อย่างถูกต้อง และการนำไปใช้ภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังการละลาย เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อคุณภาพของ FFP จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ข้อควรจำ: บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ FFP และอายุการใช้งาน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาเพื่อขอคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงสำหรับสถานการณ์ทางการแพทย์ของคุณ