UV ทะลุอะไรได้บ้าง

16 การดู

แสงแดดแม้จะอยู่ภายในอาคาร รังสี UV-A ยังสามารถทะลุผ่านกระจกบางชนิดได้ ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยและความหมองคล้ำ การปกป้องผิวจากรังสี UV จึงสำคัญแม้ในที่ร่ม ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA ที่เหมาะสม เพื่อผิวสุขภาพดี ปราศจากความเสี่ยงจากแสงแดดที่มองไม่เห็น

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ปริศนาแสงแดด: รังสี UV ตัวร้ายที่มองไม่เห็น ทะลุทะลวงอะไรได้บ้าง?

หลายคนอาจคิดว่าการหลบอยู่ในอาคารจะช่วยหลีกหนีจากอันตรายของแสงแดดได้ แต่ความจริงแล้วภัยร้ายจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) กลับมีความซับซ้อนและน่ากลัวกว่าที่เราคิด รังสี UV ไม่ได้ถูกกักขังอยู่แค่ภายนอกอาคารเท่านั้น แต่ยังสามารถแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันของเราผ่านสิ่งต่างๆ ที่เรามองข้ามไป

รังสี UV มีอะไรบ้าง?

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่ารังสี UV ที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์นั้นมีอยู่ 3 ชนิดหลักๆ ได้แก่:

  • รังสี UV-A: เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นยาวที่สุด สามารถทะลุทะลวงผ่านผิวหนังได้ลึกที่สุด และเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยก่อนวัย ความหมองคล้ำ และความเสียหายต่อคอลลาเจนในผิวหนัง
  • รังสี UV-B: เป็นรังสีที่มีความเข้มข้นสูงกว่า UV-A และเป็นสาเหตุหลักของการเกิดผิวไหม้แดด (Sunburn) และมะเร็งผิวหนัง
  • รังสี UV-C: เป็นรังสีที่มีอันตรายมากที่สุด แต่โดยปกติแล้วจะถูกดูดซับโดยชั้นโอโซนในบรรยากาศก่อนที่จะมาถึงพื้นโลก

อะไรที่รังสี UV ทะลุผ่านได้?

สิ่งที่เราควรตระหนักคือ รังสี UV-A ซึ่งเป็นตัวการทำร้ายผิวอย่างเงียบๆ นั้น สามารถทะลุผ่านสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าที่เราคาดคิด:

  • กระจก: แม้ว่ากระจกทั่วไปจะสามารถกรองรังสี UV-B ได้ในระดับหนึ่ง แต่รังสี UV-A ยังคงสามารถทะลุผ่านได้อย่างง่ายดาย นั่นหมายความว่าการนั่งทำงานข้างหน้าต่าง หรือการขับรถยนต์ก็ยังสามารถทำให้ผิวของคุณสัมผัสกับรังสี UV-A ได้
  • เสื้อผ้า: แม้ว่าเสื้อผ้าจะช่วยปกป้องผิวได้บ้าง แต่เสื้อผ้าเนื้อบางหรือสีอ่อนอาจไม่สามารถป้องกันรังสี UV ได้อย่างเต็มที่ เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าทอแน่นและสีเข้มจะสามารถป้องกันรังสี UV ได้ดีกว่า
  • เมฆ: หลายคนคิดว่าวันที่มีเมฆมากจะปลอดภัยจากแสงแดด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมฆบางชนิดสามารถกรองรังสี UV ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้รังสี UV ยังคงสามารถแผ่มาถึงผิวของคุณได้
  • น้ำ: รังสี UV สามารถทะลุผ่านน้ำได้ในระดับหนึ่ง นั่นหมายความว่าการว่ายน้ำหรือดำน้ำก็ยังสามารถทำให้ผิวของคุณสัมผัสกับรังสี UV ได้

ปกป้องผิวจากภัยร้ายที่มองไม่เห็น

เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เราจะปกป้องผิวจากรังสี UV ที่มองไม่เห็นได้อย่างไร?

  • ครีมกันแดด: การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF (Sun Protection Factor) ที่เหมาะสม (SPF 30 ขึ้นไป) และมีค่า PA (Protection Grade of UVA) ที่ช่วยป้องกันรังสี UV-A ได้ (PA+++ หรือ PA++++) เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดดอย่างน้อย 15-30 นาที และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือหลังว่ายน้ำหรือเหงื่อออกมาก
  • เสื้อผ้าที่ป้องกันรังสี UV: เลือกสวมเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าทอแน่นและสีเข้ม หรือเสื้อผ้าที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อป้องกันรังสี UV (UPF – Ultraviolet Protection Factor)
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลาที่รังสี UV เข้มข้น: หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในช่วงเวลา 10:00 น. – 16:00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รังสี UV มีความเข้มข้นสูงที่สุด
  • สวมหมวกและแว่นกันแดด: หมวกปีกกว้างจะช่วยปกป้องผิวหน้าและลำคอ ส่วนแว่นกันแดดจะช่วยปกป้องดวงตาจากรังสี UV
  • อยู่ในที่ร่ม: การอยู่ในที่ร่มจะช่วยลดการสัมผัสกับรังสี UV ได้ แต่ก็อย่าลืมว่ารังสี UV-A ยังสามารถทะลุผ่านกระจกได้ ดังนั้นควรใช้ครีมกันแดดแม้ในขณะที่อยู่ในอาคาร

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสามารถในการทะลุทะลวงของรังสี UV จะช่วยให้เราสามารถปกป้องผิวจากภัยร้ายที่มองไม่เห็นนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการผสมผสานวิธีการต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีและปราศจากความเสี่ยงจากแสงแดดที่มองไม่เห็น