ท้องแข็งกี่ครั้งต้องไป รพ

10 การดู

อาการท้องแข็งถี่ ๆ ระหว่างตั้งครรภ์ที่มาพร้อมอาการปวดท้องรุนแรง ปวดหลัง หรือมีเลือดออกทางช่องคลอด อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาการไม่ทุเลาลงและส่งผลต่อการหายใจของคุณ เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ท้องแข็งถี่แค่ไหน… ถึงต้องไปโรงพยาบาล? สัญญาณเตือนที่คุณแม่ควรรู้

อาการ “ท้องแข็ง” ถือเป็นเรื่องปกติที่คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สองและสาม แต่ถึงอย่างนั้น การแยกแยะอาการท้องแข็งที่ปกติ กับอาการท้องแข็งที่เป็นสัญญาณอันตราย จำเป็นอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

ท้องแข็งแบบไหน… ที่ถือว่าปกติ?

อาการท้องแข็งที่เกิดจากการหดรัดตัวของมดลูก Braxton Hicks contractions (หรือที่เรียกกันว่า “เจ็บเตือน”) มักมีลักษณะดังนี้:

  • ไม่สม่ำเสมอ: เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ได้มาถี่ๆ ติดต่อกัน
  • ไม่เจ็บปวดมาก: อาจรู้สึกตึงๆ แน่นๆ ท้อง แต่ไม่ถึงกับปวดรุนแรงจนทำอะไรไม่ได้
  • ไม่นาน: อาการมักหายไปเองภายใน 30-60 วินาที
  • ไม่รุนแรงขึ้น: ความถี่และความรุนแรงจะไม่เพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
  • อาจหายไปเมื่อเปลี่ยนท่าทาง: การเดินเล่นเบาๆ หรือการพักผ่อน อาจช่วยให้อาการดีขึ้น

เมื่อไหร่ที่ “ท้องแข็งถี่” กลายเป็นสัญญาณอันตราย?

อาการท้องแข็งที่ควรระวัง และต้องรีบไปพบแพทย์ทันที มีลักษณะดังนี้:

  • ท้องแข็งถี่มาก: เกิดขึ้นมากกว่า 4 ครั้งต่อชั่วโมง หรือทุกๆ 15 นาที
  • มีอาการปวดท้องรุนแรง: ปวดบีบๆ ปวดหน่วงๆ หรือปวดเหมือนมีอะไรมากดทับ
  • ปวดหลัง: โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นอาการปวดหลังที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด: ไม่ว่าจะเป็นเลือดสด หรือเลือดสีคล้ำ
  • มีน้ำเดิน: น้ำคร่ำไหลออกมา
  • ลูกดิ้นน้อยลง หรือไม่ดิ้นเลย: การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการดิ้นของลูก อาจเป็นสัญญาณว่าลูกกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต
  • มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย: เช่น ปวดหัวรุนแรง ตาพร่ามัว บวมตามร่างกาย หายใจลำบาก หรือมีไข้สูง

ทำไมต้องรีบไปโรงพยาบาล?

อาการท้องแข็งถี่ๆ ที่มาพร้อมกับอาการผิดปกติอื่นๆ อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น:

  • การคลอดก่อนกำหนด: อาการท้องแข็งถี่ๆ อาจเป็นสัญญาณของการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ซึ่งอาจทำให้ทารกคลอดก่อนวัยอันควร และต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพต่างๆ
  • ภาวะรกเกาะต่ำ: คือภาวะที่รกไปเกาะอยู่บริเวณปากมดลูก ทำให้เกิดเลือดออก และอาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และลูก
  • ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด: คือภาวะที่รกหลุดลอกออกจากผนังมดลูกก่อนที่ทารกจะคลอด ซึ่งอาจทำให้เกิดเลือดออกรุนแรง และเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ภาวะครรภ์เป็นพิษ: เป็นภาวะที่มีความดันโลหิตสูง และมีโปรตีนในปัสสาวะ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และลูก

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์: หากคุณรู้สึกไม่แน่ใจ หรือกังวลเกี่ยวกับอาการท้องแข็งที่เกิดขึ้น อย่าลังเลที่จะโทรปรึกษาแพทย์ หรือไปโรงพยาบาล
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: บันทึกความถี่ ความรุนแรง และระยะเวลาของอาการท้องแข็ง เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างถูกต้อง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยลดความเครียด และอาจช่วยลดอาการท้องแข็งได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือการฟังร่างกายของตัวเอง หากคุณรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น อย่ารอช้าที่จะไปพบแพทย์ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและลูกน้อยในครรภ์