แผลโดนเตารีด ควรทายาอะไร

19 การดู

ข้อมูลแนะนำใหม่:

เมื่อโดนเตารีด แนะนำให้รีบประคบเย็นด้วยน้ำสะอาดทันที เพื่อลดความร้อนและบรรเทาอาการปวด หากผิวหนังไม่พองหรือมีรอยแดงเล็กน้อย สามารถทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินอี เพื่อช่วยสมานผิวและลดรอยแผลเป็นได้ แต่หากแผลมีอาการรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เมื่อเตารีดร้อนสัมผัสผิว: คู่มือดูแลแผลไหม้เบื้องต้นและการเลือกใช้ยาอย่างเหมาะสม

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านที่เราคุ้นเคย การโดนเตารีดร้อนลวกเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุที่พบบ่อยและสร้างความเจ็บปวดทรมานได้ไม่น้อย คำถามที่ตามมาคือ เมื่อโดนเตารีดร้อนลวกแล้ว ควรทายาอะไร เพื่อบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน? บทความนี้จะนำเสนอแนวทางดูแลแผลไหม้จากเตารีดอย่างถูกต้อง พร้อมคำแนะนำในการเลือกใช้ยาที่เหมาะสม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์เมื่อจำเป็น

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น: สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อโดนเตารีด

  1. หยุดความร้อน: สิ่งสำคัญที่สุดคือการกำจัดความร้อนออกจากผิวหนังโดยเร็วที่สุด รีบนำบริเวณที่โดนเตารีดไปแช่ในน้ำเย็นที่สะอาด หรือประคบด้วยผ้าเย็นนาน 10-20 นาที การทำเช่นนี้จะช่วยลดความรุนแรงของแผลไหม้และบรรเทาอาการปวด
  2. ทำความสะอาดแผล: หากผิวหนังไม่ฉีกขาด ให้ล้างบริเวณแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงการใช้สบู่อ่อนโยนที่มีน้ำหอมหรือสารเคมีรุนแรงที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
  3. ปกป้องแผล: ใช้ผ้าก๊อซสะอาดปิดแผลเบาๆ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและการเสียดสี

เลือกยาให้ตรงจุด: ยาชนิดไหนเหมาะกับแผลไหม้แบบใด?

การเลือกใช้ยาที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลแผลไหม้จากเตารีด การเลือกยาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผล

  • แผลไหม้ระดับ 1: คือแผลที่ผิวหนังชั้นนอก (epidermis) ได้รับความเสียหาย มีอาการแดง บวมเล็กน้อย และเจ็บปวด แผลไหม้ระดับนี้มักหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์

    • ครีมหรือเจลว่านหางจระเข้: มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน และส่งเสริมการสมานแผล
    • ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินอี: ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดรอยแผลเป็น และส่งเสริมการสร้างเซลล์ผิวใหม่
  • แผลไหม้ระดับ 2: คือแผลที่ผิวหนังชั้นนอกและชั้นใน (dermis) ได้รับความเสียหาย มีอาการแดง บวม พอง และเจ็บปวด แผลไหม้ระดับนี้อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการรักษา และอาจทิ้งรอยแผลเป็นได้

    • ครีมหรือขี้ผึ้งที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ: ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในแผลไหม้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม
    • แผ่นแปะไฮโดรเจล (Hydrogel dressing): ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของแผล ลดความเจ็บปวด และส่งเสริมการสมานแผล
  • แผลไหม้ระดับ 3: คือแผลที่ผิวหนังทุกชั้นได้รับความเสียหาย รวมถึงเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ แผลไหม้ระดับนี้มีความรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ทันที และอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนัง

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการดูแลแผลไหม้

  • การใช้ยาสีฟัน: ยาสีฟันอาจมีสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและขัดขวางการสมานแผล
  • การเจาะตุ่มพอง: การเจาะตุ่มพองอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • การทาเนยหรือน้ำมัน: เนยและน้ำมันอาจกักเก็บความร้อนและทำให้แผลไหม้รุนแรงขึ้น

เมื่อไหร่ที่ต้องปรึกษาแพทย์?

ถึงแม้ว่าแผลไหม้จากเตารีดส่วนใหญ่จะสามารถดูแลได้เองที่บ้าน แต่ในบางกรณีจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

  • แผลไหม้มีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ
  • แผลไหม้ลึกถึงชั้นผิวหนังชั้นใน (ระดับ 2) หรือลึกกว่านั้น (ระดับ 3)
  • แผลไหม้บริเวณใบหน้า มือ เท้า ข้อต่อ หรืออวัยวะเพศ
  • มีอาการติดเชื้อ เช่น มีหนอง บวมแดงมากขึ้น มีไข้
  • มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

สรุป

การดูแลแผลไหม้จากเตารีดอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมการสมานแผล การประคบเย็นทันที การทำความสะอาดแผลอย่างเหมาะสม และการเลือกใช้ยาที่ถูกต้องตามความรุนแรงของแผล จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็น อย่างไรก็ตาม หากแผลไหม้มีความรุนแรง หรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมต่อไป