กรณีใดที่ พรบ ไม่จ่าย

0 ครั้งเข้าชม
หากเกิดอุบัติเหตุในขณะที่รถไม่มี กรณีที่ พ.ร.บ. ไม่จ่ายเงินคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทประกันโดยตรง. อย่างไรก็ตาม กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถมีกลไกดูแลผู้เสียหาย แต่กองทุนจะเรียกเก็บเงินคืนจากเจ้าของรถพร้อมเงินเพิ่ม 20% ในภายหลัง.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กรณีที่ พ.ร.บ. ไม่จ่ายเงินคุ้มครอง: ผลกระทบที่ต้องรู้

การขาดการต่ออายุประกันภัยภาคบังคับสร้างความเสี่ยงสูงหากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดย กรณีที่ พ.ร.บ. ไม่จ่ายเงินคุ้มครอง จะทำให้เจ้าของรถต้องรับผิดชอบภาระค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายด้วยตนเองทั้งหมดแทนที่จะได้รับความคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด. การเข้าใจเงื่อนไขสำคัญนี้ช่วยป้องกันภาระทางการเงินและผลกระทบทางกฎหมายที่ตามมาได้ในอนาคต.

กรณีใดที่ พ.ร.บ. ไม่จ่ายเงินคุ้มครอง

พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเป็นกฎหมายบังคับที่เน้นการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ประสบเหตุจากรถ อย่างไรก็ตาม มีสถานการณ์เฉพาะที่ความคุ้มครองนี้จะไม่ครอบคลุมถึง โดยกฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นไว้เพื่อป้องกันการใช้สิทธิในทางที่ผิด หรือกรณีที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการคุ้มครองตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.

4 กรณีหลักที่ พ.ร.บ. รถยนต์ไม่คุ้มครอง

เข้าใจตรงกันก่อนว่า พ.ร.บ. ไม่ใช่ประกันชั้น 1 ที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง มี 4 เงื่อนไขชัดเจนที่กฎหมายระบุไว้ว่าไม่จ่าย: ใช้รถนอกอาณาเขตประเทศไทย: หากเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถไปเที่ยวต่างประเทศ พ.ร.บ. ในไทยจะไม่มีผลคุ้มครอง เพราะถือว่าอยู่นอกเขตอำนาจบังคับใช้กฎหมาย ใช้รถทำผิดกฎหมาย: หากนำรถไปใช้ในการก่ออาชญากรรม เช่น ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือขนส่งยาเสพติด ความคุ้มครองจะสิ้นสุดลงทันทีในกรณีนั้นๆ ใช้รถแข่งความเร็ว: การนำรถไปใช้แข่งในสนามหรือบนถนนโดยผิดวัตถุประสงค์เพื่อการแข่งความเร็ว ถือเป็นข้อยกเว้นความรับผิดชอบ ความเสียหายจากเหตุทุจริต: กรณีรถสูญหาย ถูกยักยอก ฉ้อโกง หรือกรรโชกทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา ไม่ใช่เหตุอุบัติเหตุจากรถ พ.ร.บ. รถยนต์ไม่คุ้มครองกรณีใดบ้าง พ.ร.บ. จึงไม่จ่าย

ขอบเขตการจ่ายเงิน: อะไรที่ได้ และไม่ได้

หลายคนสับสนระหว่าง พ.ร.บ. กับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งความจริงแล้ว พ.ร.บ. โฟกัสไปที่ คน มากกว่า รถ นั่นคือสาเหตุที่ ความคุ้มครอง พ.ร.บ. ผู้ประสบภัยจากรถ จะไม่จ่ายค่าซ่อมรถให้ทั้งฝ่ายผิดและคู่กรณี แต่จะจ่ายเพียงค่ารักษาพยาบาล ค่าสินไหมทดแทนกรณีบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตเท่านั้น

ในทางปฏิบัติ หากคุณเป็นฝ่ายผิด คุณยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ. ของรถตัวเองได้ตามวงเงินที่กำหนด ไม่เกิน 30.000 บาทต่อคนในส่วนความเสียหายเบื้องต้น (โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด) แต่สำหรับวงเงินสูงสุด 80.000 บาทนั้นจะได้รับเมื่อพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ฝ่ายผิด ตามเงื่อนไขปัจจุบัน นี่[1] คือจุดที่ทำให้ กรณีที่ พ.ร.บ. ไม่จ่ายเงินคุ้มครอง ยังคงมีความซับซ้อนแม้คุณจะเป็นฝ่ายประมาทก็ตาม

เมื่อไม่มี พ.ร.บ. หรือหมดอายุ ต้องทำอย่างไร

หากเกิดเหตุในขณะที่รถไม่มี พ.ร.บ. หรือหมดอายุไปแล้ว คุณจะไม่สามารถเบิกจากบริษัทประกันได้โดยตรง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสูงมาก ทว่า กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถมีกลไกช่วยเหลือสำหรับผู้เสียหายในกรณีนี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลเองทั้งหมด แต่กองทุนจะทำการไล่เบี้ยเรียกเก็บเงินคืนจากเจ้าของรถที่ไม่มี พ.ร.บ. ภายหลังพร้อมเงินเพิ่มอีก 20% ดัง[2] นั้น การต่ออายุให้ตรงเวลาจึงสำคัญกว่าการไปเสี่ยงจ่ายย้อนหลัง โดยควรศึกษา ข้อยกเว้นความคุ้มครอง พ.ร.บ. รถยนต์ ให้เข้าใจก่อนเกิดเหตุ

เปรียบเทียบความคุ้มครอง: พ.ร.บ. vs ประกันภาคสมัครใจ

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น นี่คือข้อแตกต่างหลักที่คุณควรทราบเพื่อวางแผนความคุ้มครองให้ครอบคลุม

พ.ร.บ. (ภาคบังคับ)

คุ้มครองชีวิตและร่างกายผู้ประสบภัย

ไม่คุ้มครองเด็ดขาด

กฎหมายบังคับทุกคัน

ประกันภัยภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2, 3)

คุ้มครองทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน (รถ)

คุ้มครองตามแผนประกันที่เลือก

แล้วแต่เจ้าของรถจะตัดสินใจ

พ.ร.บ. คือพื้นฐานขั้นต่ำเพื่อดูแลค่ารักษาพยาบาล ส่วนประกันภาคสมัครใจเปรียบเสมือนเกราะป้องกันทรัพย์สิน หากคุณมีรถ การเลือกทำทั้งสองอย่างคือความเสี่ยงที่จัดการได้ดีที่สุด

กรณีศึกษา: คุณสมชายกับการขาดต่อ พ.ร.บ.

สมชายขับรถไปทำงานในเช้าวันจันทร์ที่วุ่นวาย เขาขับไปชนท้ายรถคันหน้าอย่างแรงโดยประมาท พ.ร.บ. รถยนต์ของเขาขาดไป 2 สัปดาห์โดยที่เขาไม่ได้สังเกตเลย

ผลที่ตามมาคือ เขาต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คู่กรณีเบื้องต้นด้วยเงินตัวเอง ซึ่งรวมแล้วเกิน 15.000 บาทในวันเดียว พร้อมกับต้องรับภาระค่าซ่อมรถให้คู่กรณีทั้งหมด

เขาพยายามติดต่อไปยังกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย แต่กองทุนก็จ่ายให้คู่กรณีไปก่อน และกลับมาเรียกเก็บเงินที่จ่ายไปบวกค่าปรับจากสมชายเพิ่มอีก 20% ตามกฎหมาย

จากค่า พ.ร.บ. ไม่กี่ร้อยบาท กลายเป็นค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาทที่เขาต้องชดใช้ สมชายจึงเรียนรู้ว่าการตรวจสอบวันหมดอายุ พ.ร.บ. คือวินัยที่ห้ามลืมเด็ดขาด

ถาม & ตอบด่วน

ไม่มี พ.ร.บ. เบิกอะไรได้บ้าง

หากไม่มี พ.ร.บ. คุณไม่สามารถเบิกเงินจากบริษัทประกันได้เลย หากเป็นฝ่ายถูก คุณต้องให้กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถช่วยจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลแทน แต่ทางกองทุนจะไล่เบี้ยเก็บเงินคืนจากเจ้าของรถที่ไม่มี พ.ร.บ. ทันที

พ.ร.บ. หมดอายุ ทำอย่างไร

ให้รีบดำเนินการต่ออายุ พ.ร.บ. ทันทีที่ทราบ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุแม้เพียง 1 วันหลังจาก พ.ร.บ. หมดอายุ คุณจะสูญเสียสิทธิคุ้มครองทันทีและมีความผิดตามกฎหมายด้วย

หากคุณประสบปัญหา พ.ร.บ. หมดอายุแล้วเกิดอุบัติเหตุ ลองอ่านคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ พรบ.ขาดเกิดอุบัติเหตุทําไง

จดจำอย่างรวดเร็ว

พ.ร.บ. คุ้มครอง 'คน' ไม่ใช่ 'รถ'

อย่าเข้าใจผิดว่า พ.ร.บ. จะช่วยจ่ายค่าซ่อมรถให้ เพราะสิ่งที่ พ.ร.บ. รับผิดชอบคือค่ารักษาพยาบาลและค่าสินไหมทดแทนกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเท่านั้น

ข้อยกเว้นคือสิ่งที่ไม่ควรทำ

พ.ร.บ. ไม่จ่ายให้ใน 4 กรณีหลัก คือ ขับรถออกนอกประเทศ ทำผิดกฎหมาย แข่งความเร็ว และเหตุทุจริตฉ้อโกง ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลที่ต้องยอมรับ

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย พ.ร.บ. รถยนต์เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายแบบเจาะจง กฎหมายและเงื่อนไขความคุ้มครองอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของ คปภ. ควรตรวจสอบรายละเอียดจากกรมธรรม์ของคุณและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย

แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง

  • [1] Tiscoinsure - หากเป็นฝ่ายผิด คุณยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ. ของรถตัวเองได้ตามวงเงินที่กำหนด ไม่เกิน 30.000 บาทต่อคนในส่วนความเสียหายเบื้องต้น และสูงสุดไม่เกิน 80.000 บาทสำหรับค่ารักษาพยาบาลจริง ตามเงื่อนไขปัจจุบัน
  • [2] Div2 - กองทุนจะทำการไล่เบี้ยเรียกเก็บเงินคืนจากเจ้าของรถที่ไม่มี พ.ร.บ. ภายหลังพร้อมเงินเพิ่มอีก 20%