เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน คืออะไร
เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน: เงื่อนไขและกำหนดการยื่นแบบ สท.2
เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน คืออะไร เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบกิจการควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมาย การเรียนรู้กฎเกณฑ์และหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างถูกต้องช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศึกษาข้อกำหนดและรายละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน
เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน คืออะไร
เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน คือ เงินที่ผู้ประกอบกิจการต้องจ่ายเข้ากองทุนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เมื่อบริษัทมีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป แต่ไม่ได้จัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานตามสัดส่วนร้อยละ 50 โดยนายจ้างจะต้องยื่นแบบ สท.2 พร้อมชำระเงินภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี [1]
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมกฎหมายถึงกำหนดเงื่อนไขนี้ขึ้นมา นโยบายนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นภาระทางการเงิน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อผลักดันให้ภาคเอกชนหันมาใส่ใจกับการยกระดับทักษะแรงงานไทยอย่างจริงจัง หากบริษัทใดไม่สะดวกจัดฝึกอบรมด้วยตนเอง กฎหมายจึงเปิดช่องทางให้จ่ายเงินสมทบแทน เพื่อนำไปใช้เป็นทุนกลางในการพัฒนาฝีมือแรงงานภาพรวมของประเทศ
เงื่อนไขและเกณฑ์การบังคับใช้สำหรับผู้ประกอบกิจการ
กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าธุรกิจที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปในสถานประกอบกิจการเดียวหรือหลายแห่งรวมกัน จะต้องเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยต้องจัดให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดได้รับการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในแต่ละปีปฏิทิน [2]
ถ้าหากบริษัทของคุณไม่สามารถทำตามสัดส่วนร้อยละ 50 นี้ได้ทันตามกำหนด ตัวเลือกที่กฎหมายบังคับคือการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฯ ตามอัตราที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนดไว้ ซึ่งนี่คือจุดที่ผู้ประกอบการหลายรายมักพลาดกำหนดเวลายื่นแบบ สท.2 จนเกิดเบี้ยปรับตามมา
กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ใครต้องจ่ายและใครได้รับยกเว้น
คำถามยอดฮิตของผู้ประกอบการหน้าใหม่คือ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ใครต้องจ่ายบ้าง ข้อกำหนดนี้พุ่งเป้าไปที่นายจ้างหรือผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปเป็นหลัก หากกิจการของคุณมีลูกจ้างไม่ถึงเกณฑ์นี้ ก็จะได้รับการยกเว้นโดยปริยายในส่วนของการจ่ายเงินสมทบ
ทางรอดและการยกเว้นเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
สำหรับบริษัทที่มีลูกจ้างเกิน 100 คนแต่ไม่อยากเสียเงินสมทบ วิธีการเดียวคือการจัดฝึกอบรมพนักงานให้ครบตามเกณฑ์ร้อยละ 50 หลักสูตรที่นำมานับรวมต้องผ่านการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือเป็นการฝึกอบรมภายในบริษัทที่แจ้งแผนล่วงหน้าอย่างถูกต้อง
พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณลงทุนกับการอบรมภายในองค์กร คุณก็ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน แต่ถ้าละเลยหรือไม่จัดอบรมให้ถึงเป้าหมาย คุณก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินสมทบแทน เป็นกลไกที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคนในองค์กรอย่างแท้จริง
วิธีคำนวณเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
วิธีคำนวณเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานมีสูตรเฉพาะที่อิงจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและจำนวนลูกจ้างที่ขาดสัดส่วนการอบรม โดยฐานการคำนวณจะใช้ค่าจ้างขั้นต่ำคูณด้วยจำนวนพนักงานที่ต้องได้รับการอบรมแต่ไม่ได้รับ เพื่อแปลงออกมาเป็นตัวเงินที่ต้องนำส่งผ่านแบบ สท.2
ขั้นตอนการยื่นแบบ สท.2 และกำหนดเวลาสำคัญ
กำหนดการยื่นแบบ สท.2 และการชำระเงินสมทบคือภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี สำหรับผลการดำเนินงานของปีปฏิทินที่ผ่านมา นายจ้างต้องรวบรวมข้อมูลสถิติจำนวนลูกจ้างและหลักฐานการอบรมทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนยื่นต่อกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน [3]
ถ้าส่งช้ากว่าวันที่กำหนด นอกจากจะต้องเคลียร์ยอดเงินสมทบแล้ว ยังมีเรื่องของเงินเพิ่มในอัตราร้อยละต่อเดือนตามกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและฝ่ายบัญชีของบริษัทจึงต้องปฏิทินเตือนความจำล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงต้นปี
เปรียบเทียบแนวทางปฏิบัติสำหรับกิจการที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป
เมื่อกิจการเข้าเกณฑ์มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ผู้ประกอบการมีทางเลือกหลัก 2 แนวทางในการบริหารจัดการภาระตามกฎหมายพัฒนาฝีมือแรงงานจัดอบรมพนักงานตามสัดส่วน (แนะนำ)
• ลงทุนกับคอร์สฝึกอบรมภายในหรือส่งอบรมภายนอก
• พนักงานมีทักษะสูงขึ้น ประสิทธิภาพงานเพิ่มขึ้น
• ได้รับการยกเว้นการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน
• ต้องวางแผนหลักสูตรและยื่นขอรับรองจากทางการ
จ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
• จ่ายเงินสมทบก้อนเดียวตามสูตรคำนวณของกฎหมาย
• ไม่ต้องเสียเวลาจัดอบรมพนักงาน
• ต้องชำระเงินภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี
• ยื่นแบบ สท.2 และชำระเงินได้ง่ายกว่าแต่เสียทรัพย์สิน
การจัดอบรมพนักงานมักคุ้มค่ากว่าในระยะยาวเพราะช่วยพัฒนาศักยภาพคนในองค์กรพร้อมกับเลี่ยงเงินสมทบได้ แต่หากติดข้อจำกัดด้านเวลา การชำระเงินสมทบผ่านแบบ สท.2 ก็เป็นทางเลือกที่ถูกต้องตามกฎหมายประสบการณ์จัดการเรื่องกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานของบริษัทเทคแห่งหนึ่ง
บริษัทเทคแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีพนักงานเติบโตอย่างรวดเร็วจนแตะ 120 คนในช่วงปลายปี ฝ่ายบุคคลเพิ่งตระหนักเรื่องกฎหมายพัฒนาฝีมือแรงงานตอนเดือนกุมภาพันธ์และพบว่ายังไม่ได้จัดอบรมใครเลย
ความสับสนบังเกิดเพราะถ้าจะจัดอบรมให้ทันร้อยละ 50 หรือ 60 คนภายในเวลาเดือนเศษแทบเป็นไปไม่ได้เลย แถมเอกสารหลักสูตรก็ยังไม่เคยยื่นขอรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานมาก่อน
หลังจากปรึกษาฝ่ายบัญชีและประเมินเวลาแล้ว ทางผู้บริหารตัดสินใจยอมเคลียร์จ่ายเงินสมทบผ่านแบบ สท.2 ให้ทันเส้นตายวันที่ 31 มีนาคม เพื่อตัดปัญหาความเสี่ยงเรื่องค่าปรับย้อนหลัง
บทเรียนราคาแพงครั้งนั้นทำให้ปีถัดมาบริษัทรีบวางแผนจัดคอร์สฝึกอบรมทักษะไอทีภายในตั้งแต่เนิ่นๆ ส่งผลให้พนักงานได้ความรู้เพิ่มแถมบริษัทก็ไม่ต้องเสียเงินสมทบเข้ากองทุนอีกเลย
คำถามในหัวข้อเดียวกัน
บริษัทมีลูกจ้าง 90 คน ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานไหม
ไม่ต้องจ่าย เนื่องจากกฎหมายกำหนดเกณฑ์บังคับไว้สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปเท่านั้น กิจการที่มีจำนวนคนไม่ถึงจึงได้รับยกเว้นอัตโนมัติ
ถ้าเลยกำหนดยื่นแบบ สท.2 วันที่ 31 มีนาคม จะเกิดอะไรขึ้น
หากพ้นกำหนดเวลายื่นแบบหรือชำระเงินสมทบ นายจ้างจะต้องรับผิดชอบชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละต่อเดือนตามที่กฎหมายกำหนดเพิ่มเติมจากยอดเงินสมทบปกติ
หลักสูตรอบรมแบบไหนบ้างที่นำมานับลดหย่อนเงินสมทบได้
ต้องเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่สอดคล้องกับลักษณะงาน และได้รับการรับรองหรือแจ้งแผนดำเนินการต่อกรมพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างถูกต้องตามระเบียบ
มุมมองโดยรวม
เช็กเกณฑ์จำนวนลูกจ้างให้แม่นยำกฎหมายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานบังคับใช้เฉพาะบริษัทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป หากถึงเกณฑ์ต้องวางแผนรับมือล่วงหน้า
ทางเลือกอบรม vs จ่ายเงินสามารถเลือกจัดอบรมพนักงานให้ถึงร้อยละ 50 เพื่อยกเว้นการจ่ายเงิน หรือเลือกจ่ายเงินสมทบผ่านแบบ สท.2 หากไม่สะดวกจัดอบรม
จำกัดเส้นตาย 31 มีนาคมการยื่นแบบ สท.2 และชำระเงินต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี เพื่อป้องกันปัญหาเงินเพิ่มและเบี้ยปรับทางกฎหมาย
เชิงอรรถ
- [1] Dsd - เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน คือ เงินที่ผู้ประกอบกิจการต้องจ่ายเข้ากองทุนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เมื่อบริษัทมีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป แต่ไม่ได้จัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานตามสัดส่วนร้อยละ 50 โดยนายจ้างจะต้องยื่นแบบ สท.2 พร้อมชำระเงินภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี
- [2] Dsd - กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าธุรกิจที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปในสถานประกอบกิจการเดียวหรือหลายแห่งรวมกัน จะต้องเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยต้องจัดให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดได้รับการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในแต่ละปีปฏิทิน
- [3] Dsd - กำหนดการยื่นแบบ สท.2 และการชำระเงินสมทบคือภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี สำหรับผลการดำเนินงานของปีปฏิทินที่ผ่านมา นายจ้างต้องรวบรวมข้อมูลสถิติจำนวนลูกจ้างและหลักฐานการอบรมทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนยื่นต่อกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต