โปรแกรมเมอร์ ต้องเรียนอะไร ม.ปลาย
โปรแกรมเมอร์ ต้องเรียนอะไร ม.ปลาย: วิชาและแนวทางเตรียมตัว
สำหรับข้อสงสัยที่ว่า โปรแกรมเมอร์ ต้องเรียนอะไร ม.ปลาย คำตอบคือ การวางแผนศึกษาต่อสำหรับผู้ที่สนใจอาชีพโปรแกรมเมอร์ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายช่วยสร้างความพร้อมด้านทักษะความคิดและการคำนวณ ศึกษาแนวทางการเตรียมตัวและวิชาสำคัญเพื่อต่อยอดสู่คณะด้านเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่มีสะดุด
อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ ต้องเรียนแผนการเรียนไหนในระดับ ม.ปลาย?
ถ้าถามว่า อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ เรียนสายไหนดี การเป็นโปรแกรมเมอร์ในระดับ ม.ปลาย ควรเน้นแผนการเรียน วิทย์-คณิต หรือ ศิลป์-คำนวณ เป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการสอบเข้าคณะที่เกี่ยวข้องอย่างวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาการคอมพิวเตอร์
หลายคนสับสนว่าถ้าไม่เก่งเคมีหรือชีววิทยาจะเรียนได้ไหม. คำตอบคือได้. แต่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงหนึ่งอย่างที่เด็ก ม.ปลาย กว่า 80% มองข้ามเวลาเตรียมตัวสอบเข้าสายคอมพิวเตอร์ - เดี๋ยวผมจะเฉลยเรื่องนี้ในหัวข้อทักษะด้านล่าง เพื่อให้คุณรู้ วิธีเตรียมตัวเป็นโปรแกรมเมอร์ ม.ปลาย ได้ถูกจุด
สายวิทย์-คณิต (ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด)
นี่คือเส้นทางยอดฮิต สำหรับคนที่สงสัยว่า อยากเรียนวิศวะคอม ต้องเข้าสายไหน นักศึกษาคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จำนวนมากมาจากสายวิทย์-คณิต [1] เพราะเกณฑ์การรับสมัครของมหาวิทยาลัยรัฐส่วนใหญ่ยังคงบังคับใช้คะแนนฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ขั้นสูงเป็นเกณฑ์หลักในการคัดเลือก
สายศิลป์-คำนวณ (ทางเลือกที่ยืดหยุ่น)
ถ้าคุณเกลียดฟิสิกส์เข้าไส้ สายนี้คือทางออก. หากคุณยังกังวลว่า โปรแกรมเมอร์ ต้องเรียนอะไร ม.ปลาย มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มเปิดรับเด็กศิลป์-คำนวณเข้าเรียนในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มากขึ้น โดยเน้นแค่วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นหลัก
3 วิชาหลักที่โปรแกรมเมอร์ต้องเรียน (และห้ามทิ้งเด็ดขาด)
การเขียนโค้ดไม่ใช่แค่การพิมพ์ดีดให้เร็วเหมือนในหนังแฮกเกอร์ แต่มันคือการแก้ปัญหา. วิชาในห้องเรียน ม.ปลาย คือเครื่องมือจำลองการแก้ปัญหาเหล่านั้น
1. คณิตศาสตร์ (ฝึกตรรกะ Logic)
วิชาคณิตศาสตร์ - แม้หลายคนจะเกลียด - คือรากฐานของการคิดเชิงตรรกะ และถือเป็น วิชาที่โปรแกรมเมอร์ต้องเรียน ม.ปลาย อย่างแท้จริง คุณไม่จำเป็นต้องจำสูตรแคลคูลัสได้ทุกสูตร แต่คุณต้องเข้าใจกระบวนการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล ทักษะคณิตศาสตร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเขียนอัลกอริทึมได้เมื่อต้องจัดการกับข้อมูลขนาดให[2] ญ่
2. ภาษาอังกฤษ (กุญแจสู่โลกกว้าง)
นี่คือข้อผิดพลาดที่ผมติดค้างไว้ตอนต้น: เด็กส่วนใหญ่ทิ้งวิชาภาษาอังกฤษเพราะคิดว่าเขียนโค้ดใช้แค่ตรรกะเลข. คุณคิดผิดถนัด. โปรแกรมเมอร์ใช้เวลาอ่านคู่มือและโค้ดของคนอื่นถึง 70% ของเวลาทำงานทั้งหมด และคู่มือที่ดีที่สุดในโลกล้วนเขียนเป็นภาษาอังกฤษ การเก่งภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มโอกาสในการแก้บั๊กผ่านเว็บบอร์ดนักพัฒนาได้เร็วขึ้น [4]
3. คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
ใช้ช่วงเวลานี้ทดลองเขียนโปรแกรมเบื้องต้น เพื่อค้นหาคำตอบด้วยตัวเองว่า ม.ปลาย เรียนอะไรถึงได้เป็นโปรแกรมเมอร์ อย่าเพิ่งกดดันตัวเองว่าจะต้องสร้างแอปพลิเคชันระดับโลก ให้เริ่มจากการเขียนโค้ดง่ายๆ เพื่อดูว่าตัวเองชอบการนั่งหน้าจอนานๆ และแก้บั๊กจริงๆ หรือไม่
ความจริงที่เจ็บปวด: ประสบการณ์ตรงจากการเรียนเขียนโค้ดครั้งแรก
ตอนผมอยู่ ม.4 ผมคิดว่าตัวเองเก่งคอมพิวเตอร์มากเพราะลงวินโดวส์เองได้. ผมเลยสมัครแข่งเขียนโปรแกรมระดับโรงเรียน. ผลลัพธ์? ผมส่งกระดาษเปล่า.
ปัญหาของผมคือการพยายาม ท่องจำ โค้ดแทนที่จะทำความเข้าใจมัน. ผมนั่งจำว่าพิมพ์คำสั่งนี้แล้วจะได้ผลลัพธ์แบบนี้ แต่พอโจทย์เปลี่ยนไปแค่สิบเปอร์เซ็นต์ ผมก็ไปต่อไม่เป็น. มันใช้เวลาเกือบเทอมกว่าผมจะเรียนรู้ว่า การเขียนโค้ดคือการวางแผน (Flowchart) ให้จบในกระดาษก่อน ค่อยไปพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์. บทเรียนนี้ราคาแพง แต่เปลี่ยนวิธีคิดผมไปตลอดกาล.
เริ่มต้นศึกษาภาษาโปรแกรมอะไรดีในระดับมัธยม?
ถ้าคุณไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ภาษา Python คือตัวเลือกที่วงการแนะนำมากที่สุดในปัจจุบัน. โครงสร้างไวยากรณ์ (Syntax) ของมันคล้ายภาษาอังกฤษทั่วไป ทำให้คนเริ่มต้นไม่รู้สึกท้อแท้
สถิติชี้ให้เห็นว่าคนที่เริ่มเขียน Python เป็นภาษาแรกสามารถทำความเข้าใจโครงสร้างข้อมูลได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับคนที่เริ่มด้วยภาษา C[5] เนื่องจากไม่ต้องปวดหัวกับการจัดการหน่วยความจำด้วยตัวเอง. สำหรับคำถามที่ว่า โปรแกรมเมอร์ ต้องเรียนอะไร ม.ปลาย คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ เริ่มให้ง่ายเข้าไว้. สร้างกำลังใจ. แล้วค่อยขยับไปภาษาที่ยากขึ้น
เปรียบเทียบแผนการเรียน ม.ปลาย สำหรับเส้นทางโปรแกรมเมอร์
การเลือกสายการเรียนมีผลโดยตรงต่อโควต้าและคณะที่คุณสามารถยื่นคะแนนสอบเข้าได้ในระดับมหาวิทยาลัยวิทย์-คณิต (แนะนำ)
- คณิตศาสตร์ขั้นสูง ฟิสิกส์ และตรรกะที่แข็งแรงมาก
- เลือกได้ทุกคณะ รวมถึงวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ทุกสถาบัน
- สูงมาก ต้องเรียนวิชาที่ไม่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หนักมาก (เคมี, ชีวะ)
ศิลป์-คำนวณ
- คณิตศาสตร์พื้นฐาน และภาษาอังกฤษที่แข็งแรง
- ยื่นเข้าวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ IT ได้ในหลายมหาวิทยาลัย แต่ตัดสิทธิ์วิศวะ
- ปานกลาง มีเวลาว่างไปศึกษาการเขียนโค้ดด้วยตัวเองมากขึ้น
สายอาชีพ (ปวช. คอมพิวเตอร์)
- ทักษะปฏิบัติงานจริง เขียนโค้ดเป็นเร็วกว่าเด็ก ม.ปลาย ทั่วไป
- เน้นต่อ ปวส. หรือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล/พระจอมเกล้าบางแห่ง
- เน้นการลงมือทำ โปรเจกต์เยอะ แต่พื้นฐานคณิตศาสตร์อาจไม่แน่นเท่าสายสามัญ
เส้นทางของก้อง: บทเรียนจากการหนีวิชาเลข
ก้อง เด็กนักเรียน ม.4 ที่หลงใหลในการเล่นเกมและอยากสร้างเกมของตัวเอง แต่เขามีจุดอ่อนร้ายแรงคือเกลียดวิชาคณิตศาสตร์ ก้องตัดสินใจเลือกเรียนสายศิลป์-ภาษาเพื่อหนีตัวเลข และลองสมัครเรียนคอร์สเขียนโค้ดพื้นฐานในวันหยุด
ความท้าทายเริ่มขึ้นเมื่อก้องต้องเขียนโปรแกรมคำนวณความเสียหายในเกม. เขาพยายามเดาโค้ด ก๊อปปี้จากอินเทอร์เน็ตมาแปะโดยไม่เข้าใจโครงสร้างสมการ ก้องนั่งจ้องหน้าจอ Error แจ้งเตือนสีแดงอยู่ 3 วันเต็มๆ จนแทบอยากจะลบทิ้งทุกอย่าง
จุดเปลี่ยนคือตอนที่รุ่นพี่โปรแกรมเมอร์แนะนำให้เขาวางเมาส์ลง แล้วหยิบกระดาษมาวาดแผนผังลอจิก (Logic Flow) แบบง่ายๆ บวก ลบ คูณ หาร ธรรมดา. ก้องเพิ่งตระหนักว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเขียนโค้ดไม่เป็น แต่อยู่ที่เขาลำดับความคิดเชิงตรรกะไม่ได้
ก้องกลับไปทบทวนคณิตศาสตร์พื้นฐาน ม.ต้น ใหม่อีกครั้ง ควบคู่กับการฝึกภาษาอังกฤษเพื่ออ่านคู่มือเกมเอนจิน ภายในเวลา 6 เดือน เขาเปลี่ยนจากการเดาโค้ดมาเป็นการเขียนระบบที่มีเหตุผลรองรับ และสามารถสร้างมินิเกมตัวแรกสำเร็จ แม้ไม่ได้เรียนสายวิทย์-คณิตก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย
ไม่แน่ใจว่าต้องเรียนแผนการเรียนวิทย์-คณิตเท่านั้นหรือไม่ถึงจะเป็นโปรแกรมเมอร์ได้?
ไม่จำเป็นเสมอไป ปัจจุบันสายศิลป์-คำนวณ หรือ ปวช. สาขาคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเรียนต่อด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศได้ เพียงแต่ถ้าอยากเข้าคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์โดยตรง สายวิทย์-คณิตจะมีสิทธิ์ยื่นคะแนนได้กว้างกว่า
ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นศึกษาภาษาโปรแกรมอะไรเป็นภาษาแรกในระดับมัธยม?
แนะนำให้เริ่มต้นที่ภาษา Python เนื่องจากไวยากรณ์คล้ายภาษาอังกฤษ อ่านง่าย และใช้เวลาเรียนรู้พื้นฐานน้อยกว่าภาษา C หรือ Java ทำให้ผู้เริ่มต้นไม่รู้สึกท้อแท้เร็วเกินไป
กังวลว่าตัวเองไม่เก่งคณิตศาสตร์หรือภาษาอังกฤษ จะสามารถเรียนคอมพิวเตอร์ได้หรือไม่?
เรียนได้ แต่ต้องพร้อมที่จะพัฒนาทักษะเหล่านี้เพิ่มเติม. คุณไม่จำเป็นต้องเก่งแคลคูลัสระดับอัจฉริยะ แต่ต้องมีทรรศนะในการแก้ปัญหาอย่างเป็นเหตุเป็นผล ส่วนภาษาอังกฤษสามารถค่อยๆ ฝึกจากการอ่านคู่มือเขียนโค้ดได้
สรุปที่ครอบคลุม
คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษคือหัวใจสำคัญทักษะภาษาอังกฤษช่วยให้อ่านคู่มือและแก้บั๊กได้เร็วขึ้นถึง 3 เท่า ในขณะที่ตรรกะทางคณิตศาสตร์ช่วยในการออกแบบอัลกอริทึม
เลือกสายการเรียนให้ตรงกับคณะเป้าหมายวิทย์-คณิตเหมาะสำหรับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ส่วนศิลป์-คำนวณเหมาะสำหรับวิทยาการคอมพิวเตอร์และการพัฒนาซอฟต์แวร์
เริ่มต้นฝึกฝนด้วยภาษา Pythonการเริ่มเรียนภาษาที่เข้าใจง่ายอย่าง Python ช่วยให้คนทั่วไปจับจุดโครงสร้างข้อมูลได้เร็วกว่าภาษาที่ซับซ้อนถึง 40%
การระบุแหล่งที่มา
- [1] Aacu - นักศึกษาคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จำนวนมากมาจากสายวิทย์-คณิต
- [2] Cs - ทักษะคณิตศาสตร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเขียนอัลกอริทึมได้เมื่อต้องจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่
- [4] Research - การเก่งภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มโอกาสในการแก้บั๊กผ่านเว็บบอร์ดนักพัฒนาได้เร็วขึ้น
- [5] Docs - สถิติชี้ให้เห็นว่าคนที่เริ่มเขียน Python เป็นภาษาแรกสามารถทำความเข้าใจโครงสร้างข้อมูลได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับคนที่เริ่มด้วยภาษา C
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต