Type of study มีอะไรบ้าง

90 ครั้งเข้าชม
ประเภทของการศึกษาและการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 หมวดหลักคือวิจัยเชิงปริมาณที่ใช้ข้อมูลตัวเลขกับวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นข้อมูลเชิงลึก นอกจากนี้ยังมีวิจัยเชิงทดลองที่มุ่งพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลผ่านการควบคุมตัวแปร การแบ่งประเภทขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อเลือกวิธีการเก็บข้อมูลที่เหมาะสม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ประเภทของการศึกษาและการวิจัย: เชิงปริมาณ vs เชิงคุณภาพ

การเข้าใจประเภทของการศึกษาและการวิจัยช่วยให้ผู้เรียนและนักวิจัยเลือกรูปแบบการเก็บข้อมูลที่ถูกต้องตามเป้าหมายของงาน. การเลือกใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความถูกต้องของผลลัพธ์. ผู้ที่ต้องการศึกษาในหัวข้อนี้ควรเรียนรู้ความแตกต่างแต่ละรูปแบบเพื่อป้องกันการเลือกวิธีวิจัยผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูลให้ดียิ่งขึ้น.

ประเภทของการศึกษาและการวิจัยมีอะไรบ้าง

การทำความเข้าใจประเภทของการศึกษาและการวิจัยเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับนักวิจัยหรือผู้ที่เริ่มต้นทำโครงการศึกษา ซึ่งข้อมูลประเภทต่างๆ อาจทำให้เกิดความสับสนได้ไม่น้อยหากปราศจากความเข้าใจในบริบทที่เหมาะสม

การแบ่งประเภทของงานวิจัยหลักๆ มักพิจารณาจากระเบียบวิธีวิจัย วัตถุประสงค์ และลักษณะของข้อมูล โดยแต่ละแบบจะมีจุดเด่นและวิธีใช้ที่แตกต่างกันออกไปตามธรรมชาติของคำถามที่ต้องการคำตอบครับ

การแบ่งประเภทตามระเบียบวิธีวิจัย

ระเบียบวิธีวิจัยหลักๆ แบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่คือ เชิงทดลองและเชิงสังเกต ซึ่งมักพบเห็นได้บ่อยในการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพและการแพทย์

ในการวิจัยเชิงทดลอง ผู้วิจัยจะมีการจัดกระทำหรือควบคุมตัวแปรอย่างเข้มงวดเพื่อหาความเป็นเหตุเป็นผล โดยสถิติชี้ให้เห็นว่าการวิจัยเชิงทดลองคือการลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลลงได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับการสังเกตตามธรรมชาติ สำหรับการวิจัยเชิงสังเกต ผู้วิจัยเพียงแค่เฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยไม่มีการแทรกแซง วิธีนี้เหมาะมากสำหรับการศึกษาในสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมตัวแปรได้ หรือไม่สามารถทำวิจัยเชิงทดลองได้ด้วยเหตุผลทางจริยธรรม

การวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

นี่คือวิธีแบ่งประเภทวิจัยที่คนทั่วไปคุ้นเคยที่สุด โดยใช้ลักษณะของข้อมูลเป็นตัวตั้ง ซึ่งงานวิจัยในปัจจุบันมักเลือกใช้วิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเมื่อต้องการหาค่าสถิติที่ชัดเจน

การวิจัยเชิงปริมาณเน้นตัวเลขและแบบสอบถามเพื่อสรุปผลในภาพรวม ในขณะที่การวิจัยเชิงคุณภาพเน้นความเข้าใจในเชิงลึก ความคิดเห็น และเหตุผลเบื้องหลังพฤติกรรมผ่านการสัมภาษณ์เจาะลึกหรือการสนทนากลุ่ม

เปรียบเทียบการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

การเลือกรูปแบบการวิจัยขึ้นอยู่กับคำถามที่คุณต้องการคำตอบ โดยทั้งสองแบบมีลักษณะสำคัญที่แตกต่างกันดังนี้

การวิจัยเชิงปริมาณ

- เน้นตัวเลข สถิติ และการวัดที่แม่นยำ

- ขนาดใหญ่ เพื่อความสามารถในการอ้างอิงถึงประชากร

- ใช้แบบสอบถามและเครื่องมือวัดค่าทางวิทยาศาสตร์

การวิจัยเชิงคุณภาพ

- เน้นคำบรรยาย พฤติกรรม และความรู้สึก

- ขนาดเล็ก เพื่อเน้นรายละเอียดเชิงลึก

- การสัมภาษณ์และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม

การเลือกวิจัยเชิงปริมาณเหมาะเมื่อคุณต้องการข้อมูลเชิงสถิติเพื่อยืนยันสมมติฐาน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพจะยอดเยี่ยมเมื่อต้องการทำความเข้าใจบริบทและความซับซ้อนของมนุษย์ในระดับที่ตัวเลขเข้าไม่ถึง

ประสบการณ์การเลือกวิจัยของมิน

มิน นักศึกษาปริญญาโทสาขาการตลาดเริ่มต้นโครงการวิจัยความพึงพอใจของลูกค้าต่อแอปพลิเคชันส่งอาหาร เธอตั้งใจจะสัมภาษณ์ผู้ใช้ 500 คนเพราะคิดว่าจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่มากจะดีกว่า แต่นั่นกลายเป็นงานที่หนักเกินไปและข้อมูลที่ได้ก็กว้างจนวิเคราะห์ยาก

หลังจากลองผิดลองถูก มินปรับเปลี่ยนแผนโดยใช้แบบสอบถามสั้นๆ ทางออนไลน์เพื่อเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากผู้ใช้ 300 คน เพื่อดูภาพรวมความพึงพอใจ และคัดเลือกผู้ใช้ที่เป็นขาประจำ 10 คนมาสัมภาษณ์เจาะลึกแบบเชิงคุณภาพ

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้มินเห็นทั้งตัวเลขความพึงพอใจที่ชัดเจนจากแบบสอบถาม และเข้าใจปัญหาลึกๆ เกี่ยวกับระบบชำระเงินจากผลสัมภาษณ์ที่ไม่ปรากฏในตัวเลข

ผลวิจัยของเธอได้รับคำชมจากอาจารย์ว่าครอบคลุม มินสรุปบทเรียนได้ว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเก็บข้อมูลจำนวนมาก แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกเครื่องมือให้ตรงกับปัญหา

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าเลือกใช้วิธีไหนในการทำงานวิจัย ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ รูปแบบการวิจัยมีอะไรบ้าง

ประเด็นที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

วิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพแบบไหนยากกว่ากัน?

ไม่มีแบบไหนยากกว่ากันขึ้นอยู่กับทักษะผู้วิจัยครับ หากคุณเก่งสถิติเชิงปริมาณจะดูง่าย แต่ถ้าคุณเป็นนักฟังที่ดีและช่างสังเกตเชิงคุณภาพจะดูง่ายกว่า

มือใหม่ควรเริ่มทำประเภทของงานวิจัยแบบไหน?

สำหรับมือใหม่แนะนำให้เริ่มจากงานวิจัยเชิงพรรณนาเชิงปริมาณก่อนครับ เพราะมีโครงสร้างที่ชัดเจนและหาแหล่งอ้างอิงทำตามได้ง่าย

สรุปประเด็นสำคัญ

เลือกให้ถูกจุดก่อนเริ่ม

อย่าเพิ่งเริ่มเก็บข้อมูลหากยังไม่รู้ว่าจุดประสงค์คืออะไร การเลือกประเภทวิจัยที่เหมาะสมจะประหยัดเวลาและพลังงานไปได้มากกว่า 50%

ผสมผสานเพื่อความสมบูรณ์

งานวิจัยยุคใหม่นิยมใช้การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) เพื่อดึงข้อดีของทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพมาใช้ร่วมกัน