ให้ FFP เพื่ออะไร

0 ครั้งเข้าชม
การให้ ffp เพื่ออะไร คือการให้พลาสมาสดแช่แข็งเพื่อทดแทนปัจจัยการแข็งตัวของเลือดและรักษาภาวะเลือดออกผิดปกติจากการขาดสารดังกล่าว ผลิตภัณฑ์นี้ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องปัจจัยการแข็งตัวของเลือดหลายชนิดร่วมกับมีเลือดออกหรือก่อนทำหัตถการ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การให้ ffp เพื่ออะไร และข้อบ่งชี้การรักษา

การเรียนรู้เกี่ยวกับการให้ ffp เพื่ออะไร ช่วยให้เข้าใจถึงความสำคัญของการทดแทนสารน้ำและส่วนประกอบของเลือดในทางการแพทย์ การเข้าใจข้อบ่งชี้ที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด

Fresh Frozen Plasma คืออะไร และให้ FFP เพื่ออะไร?

การให้พลาสมาแช่แข็งสด (Fresh Frozen Plasma หรือ FFP) มีเป้าหมายหลักเพื่อทดแทนสารและปัจจัยการแข็งตัวของเลือดที่บกพร่อง ช่วยรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด การพิจารณาให้ส่วนประกอบของเลือดชนิดนี้ต้องขึ้นอยู่กับบริบทและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ของแต่ละบุคคลอย่างเคร่งครัด

แต่มีเรื่องหนึ่งที่มักจะเข้าใจผิดกันเสมอ - หลายคนคิดว่าการเสียเลือดก็แค่เติมเลือดแดงเข้าไปก็จบ แต่ความจริงมีข้อผิดพลาดร้ายแรงอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการรับเลือดที่คนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์มองข้าม ผมจะอธิบายเรื่องนี้ในหัวข้อข้อบ่งชี้ด้านล่าง

พูดตามตรง ศัพท์แพทย์มักจะฟังดูน่ากลัวเสมอเมื่อคุณหรือญาติไข้ต้องรับเลือด FFP คือส่วนของน้ำเลือดสีเหลืองใสที่แยกออกมาจากเม็ดเลือดแดง แล้วนำไปแช่แข็งอย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิติดลบ 18 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่านั้น กระบวนการนี้ช่วยรักษาสภาพของโปรตีนและปัจจัยการแข็งตัวของเลือดไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด ถุงหนึ่งมักจะมีปริมาตรประมาณ 200 ถึง 250 มิลลิลิตร เมื่อร่างกายสร้างโปรตีนเหล่านี้ไม่ได้ แพทย์จึงต้องให้ ffp เพื่ออะไรเพื่อห้ามเลือด

ข้อบ่งชี้การให้ FFP ที่พบได้บ่อย

การให้พลาสมาไม่ใช่ยาวิเศษที่ใช้ได้กับทุกอาการ แพทย์จะสั่งจ่ายเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนเท่านั้น

แก้ฤทธิ์ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (ยาวาร์ฟาริน)

นี่คือสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดในห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยโรคหัวใจที่กินยาวาร์ฟารินมักจะมีเลือดที่แข็งตัวช้ากว่าปกติ หากเกิดอุบัติเหตุหรือต้องผ่าตัดด่วน การรอให้ยาหมดฤทธิ์เองอาจใช้เวลาหลายวัน การให้ FFP จะช่วยลดเวลาการแข็งตัวของเลือดลงได้ราว 30 เปอร์เซ็นต์แทบจะในทันที

การเสียเลือดปริมาณมาก (Massive Transfusion)

และนี่คือข้อผิดพลาดที่ผมพูดถึงตอนต้น: เมื่อมีคนเสียเลือดอย่างรุนแรง การให้แต่เม็ดเลือดแดงโดยไม่ให้พลาสมา จะทำให้เลือดที่เหลืออยู่ในร่างกายใสเป็นน้ำและไม่ยอมแข็งตัว (Dilutional coagulopathy) ผมเคยเห็นความผิดพลาดนี้ในเคสอุบัติเหตุช่วงแรกๆ ที่ทำงาน เลือดแดงไหลเข้าไปเท่าไหร่ก็ทะลักออกมาหมด จนกระทั่งเราต้องให้ FFP ควบคู่ไปในอัตราส่วน 1:1 หรือ 1:2 เลือดถึงจะหยุดไหล บทเรียนนี้สอนผมว่าโปรตีนห้ามเลือดสำคัญพอๆ กับเม็ดเลือดแดง

โรคตับรุนแรงและโรคทางพันธุกรรม

ตับคือโรงงานผลิตปัจจัยการแข็งตัวของเลือด เมื่อตับวาย โรงงานก็หยุดทำงาน FFP จึงเปรียบเสมือนการนำเข้าโปรตีนสำเร็จรูปมาใช้ชั่วคราว รวมถึงผู้ป่วยโรค TTP (Thrombotic Thrombocytopenic Purpura) ที่ต้องการการเปลี่ยนถ่ายพลาสมาเพื่อรักษาชีวิต

ทำไมต้องให้พลาสมา FFP แทนที่จะรับเลือดแดงปกติ?

ความสับสนนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก ญาติคนไข้มักจะถามว่า ทำไมไม่ให้เลือดสีแดงล่ะหมอ เลือดคนเราก็สีแดงไม่ใช่เหรอ

ร่างกายมนุษย์ฉลาดมาก เลือดประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และน้ำพลาสมา ในอดีตเราเคยให้เลือดแบบรวมทุกอย่าง (Whole blood) แต่ปัจจุบันเราแยกส่วนประกอบออกเพื่อให้คนไข้ได้รับเฉพาะสิ่งที่ขาดเท่านั้น วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงภาวะน้ำท่วมปอด (Volume overload) ได้อย่างมาก หากคุณขาดแค่โปรตีนห้ามเลือด การฝืนรับเม็ดเลือดแดงเข้าไปด้วยจะทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไปโดยไม่จำเป็น

คำเตือน: หากคุณมีโรคหัวใจหรือไตวายเรื้อรัง ต้องแจ้งแพทย์เสมอ เพราะการรับของเหลวเพิ่มอาจทำให้หัวใจทำงานหนักได้

ข้อห้ามและสิ่งที่ไม่ควรทำ

FFP ไม่ใช่สารอาหารบำรุงกำลัง

หลายคน - และบางครั้งรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์บางคน - เข้าใจผิดคิดว่าสามารถให้พลาสมาเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในหลอดเลือด หรือเสริมโปรตีนอัลบูมินให้กับคนไข้ขาดสารอาหารได้ นั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ การใช้ FFP นอกเหนือจากข้อบ่งชี้เรื่องการแข็งตัวของเลือดถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น

ความกังวลเรื่องผลข้างเคียงและอาการแพ้

เอาเข้าจริง ความกลัวเรื่องติดเชื้อเป็นเรื่องปกติมาก ผมเจอคำถามนี้แทบทุกวัน

ความจริงคือ ระบบคัดกรองเลือดในปัจจุบันใช้เทคโนโลยีตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส (NAT) โอกาสติดเชื้อรุนแรงอย่างเอชไอวีหรือไวรัสตับอักเสบผ่านการให้พลาสมาในปัจจุบันต่ำมาก อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 2 ล้านการบริจาค มันปลอดภัยกว่าการขับรถไปทำงานเสียอีก

อย่างไรก็ตาม อาการแพ้เล็กน้อยเช่นผื่นคันหรือมีไข้ พบได้ประมาณ 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของผู้รับเลือด ส่วนใหญ่จัดการได้ง่ายด้วยยาแก้แพ้ อาการที่แพทย์กลัวที่สุดคือภาวะปอดอักเสบจากการรับเลือด (TRALI) ซึ่งพบได้น้อยมาก แต่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่จ่าย FFP พร่ำเพรื่อ

เปรียบเทียบส่วนประกอบของเลือดที่ใช้บ่อย

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมแพทย์จึงเลือกใช้ส่วนประกอบของเลือดที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์ นี่คือการเปรียบเทียบความแตกต่างหลักๆ

เม็ดเลือดแดงเข้มข้น (PRC)

  • ของเหลวสีแดงเข้มข้น
  • เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจน
  • ไม่มีผลช่วยห้ามเลือด
  • ภาวะซีด ภาวะโลหิตจาง หรือเสียเลือดจนอวัยวะขาดออกซิเจน

พลาสมาแช่แข็งสด (FFP) ⭐

  • ของเหลวสีเหลืองใส (มักจะเย็นจัดเมื่อเพิ่งละลาย)
  • น้ำ โปรตีน และปัจจัยการแข็งตัวของเลือดครบถ้วน
  • ช่วยให้เลือดแข็งตัวและหยุดไหลได้เร็วขึ้น
  • เลือดออกผิดปกติ ขาดสารแข็งตัวของเลือด หรือแก้ฤทธิ์ยาละลายลิ่มเลือด

เกล็ดเลือด (Platelets)

  • ของเหลวขุ่นๆ สีเหลืองอ่อน
  • เซลล์เกล็ดเลือดชิ้นเล็กๆ
  • ทำหน้าที่อุดรอยรั่วของหลอดเลือดเป็นด่านแรก
  • เกล็ดเลือดต่ำรุนแรง เช่น ไข้เลือดออกระยะอันตราย
จะเห็นได้ว่าส่วนประกอบทั้งสามทำหน้าที่เหมือนจิ๊กซอว์ที่ต่างกัน การเสียเลือดรุนแรงอาจต้องใช้ทั้งสามส่วนร่วมกัน แต่หากขาดแค่ตัวใดตัวหนึ่ง แพทย์จะเลือกเติมแค่ส่วนนั้นเพื่อลดภาระการทำงานของหัวใจผู้ป่วย

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดด่วนของคุณลุงสมชาย

ลุงสมชาย วัย 65 ปีในกรุงเทพฯ มีคิวผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี แต่แกเป็นโรคหัวใจและกินยาวาร์ฟารินมาตลอด ค่าความแข็งตัวของเลือด (INR) สูงถึง 3.5 ซึ่งถือว่าอันตรายมากและเสี่ยงเลือดออกไม่หยุดหากโดนมีดผ่าตัด

ทีมแพทย์สั่งหยุดยา 5 วัน แต่พอถึงวันผ่าตัด ค่าเลือดก็ยังไม่ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ลุงสมชายเครียดจัด ความดันขึ้น เพราะกลัวต้องเลื่อนคิวผ่าตัดที่อุตส่าห์รอคอยมานานกว่า 4 เดือน การรอให้ร่างกายขับยาออกเองดูจะไม่ทันการ

แพทย์วิสัญญีจึงตัดสินใจขอ FFP จำนวน 2 ถุงให้ทางหลอดเลือดดำก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อแก้ฤทธิ์ยาแบบเร่งด่วน พลาสมานี้เข้าไปเติมปัจจัยการแข็งตัวของเลือดที่หายไปแทบจะในทันทีแทนที่จะต้องรอข้ามวัน

ค่าเลือดกลับมาปกติภายใน 2 ชั่วโมง ลุงสมชายเข้ารับการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย เสียเลือดรวมน้อยกว่า 100 มิลลิลิตร และฟื้นตัวกลับบ้านได้ใน 3 วัน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้ช่วยชีวิตและลดความกังวลของครอบครัวไปได้มหาศาล

คุณอาจสนใจ

ไม่เข้าใจคำศัพท์ทางการแพทย์เลย FFP คืออะไรกันแน่ พูดง่ายๆ ได้ไหม?

คิดภาพง่ายๆ เลือดของเราเหมือนน้ำซุปที่มีเส้นก๋วยเตี๋ยว (เม็ดเลือดแดง) และน้ำซุปสีใส (พลาสมา) FFP ก็คือน้ำซุปสีใสที่แยกออกมาแช่แข็งไว้ ซึ่งในน้ำซุปนี้มีโปรตีนพิเศษที่ทำหน้าที่เหมือนกาวช่วยห้ามเลือดเวลาเรามีแผล

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับ FFP ให้กรณีไหน ได้เลยครับ

ให้ FFP สรรพคุณเหมือนการให้น้ำเกลือหรือโปรตีนบำรุงร่างกายไหม?

ไม่เหมือนกันเลยครับ การให้ FFP เพื่อหวังผลบำรุงร่างกายหรือเพิ่มปริมาณน้ำในเลือดเป็นเรื่องที่ผิดและอันตราย FFP มีไว้เพื่อแก้ไขภาวะเลือดออกผิดปกติเท่านั้น ไม่ใช่ยาบำรุงกำลัง

จะมีอาการแพ้หรือผลข้างเคียงที่อันตรายไหม?

อาการแพ้แบบเบาๆ เช่น ผื่นคัน ลมพิษ หรือไข้ต่ำๆ เกิดขึ้นได้บ้างแต่จัดการได้ง่ายด้วยยาแก้แพ้ ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงอย่างภาวะปอดอักเสบมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก แพทย์จะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดการให้พลาสมา

ทำไมต้องให้พลาสมา FFP แทนที่จะรับเลือดแดงปกติ?

เพราะร่างกายอาจไม่ได้ขาดเม็ดเลือดแดง ถ้าให้เลือดแดงเข้าไปด้วยร่างกายจะได้น้ำมากเกินไปจนหัวใจสูบฉีดไม่ไหว การให้เฉพาะ FFP จึงตรงจุดกว่าเมื่อร่างกายต้องการแค่โปรตีนห้ามเลือด

คู่มือดำเนินการทันที

ใช้ห้ามเลือดและแก้ปัญหาการแข็งตัว

FFP มีหน้าที่หลักคือทดแทนปัจจัยการแข็งตัวของเลือดที่บกพร่อง ไม่ใช่ใช้เพื่อบำรุงร่างกายหรือเพิ่มความดันโลหิต

จำเป็นมากในภาวะฉุกเฉิน

มีประโยชน์อย่างยิ่งในการแก้ฤทธิ์ยาละลายลิ่มเลือดแบบเร่งด่วน หรือใช้ร่วมกับเลือดแดงในกรณีเสียเลือดปริมาณมากจากอุบัติเหตุ

ปลอดภัยแต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง

แม้ระบบคัดกรองเชื้อไวรัสจะปลอดภัยสูงมาก (โอกาสพลาด 1 ใน 2 ล้าน) แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องอาการแพ้ แพทย์จึงสั่งจ่ายเฉพาะเมื่อข้อบ่งชี้ชัดเจนเท่านั้น