พยาบาลตํารวจ ต้องสอบอะไรบ้าง
พยาบาลตำรวจ ต้องสอบอะไรบ้าง: วิชาและเกณฑ์คัดเลือก
ผู้ที่สนใจเส้นทางอาชีพพยาบาลในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งในส่วนของการเตรียมตัวสอบข้อเขียนและการฝึกฝนร่างกาย การศึกษาข้อมูลและวิชาที่ต้องใช้สอบให้ละเอียดช่วยให้ผู้สมัครวางแผนเตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการพลาดโอกาสสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ พยาบาลตํารวจ ต้องสอบอะไรบ้าง เพื่อให้การเตรียมตัวเป็นไปอย่างตรงจุด
เจาะลึกเกณฑ์ใหม่ พยาบาลตำรวจ ต้องสอบอะไรบ้าง ให้พร้อมล่าฝัน
การสอบเข้าวิทยาลัยพยาบาลตำรวจในปัจจุบัน มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์คัดเลือกครั้งใหญ่ โดยไม่ได้ใช้ระบบ GAT หรือ PAT แบบเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่ผู้สมัครจะต้องใช้คะแนนสอบในระบบใหม่อย่าง TGAT และ A-Level ทั้งหมด 7 รายวิชาในการยื่นคัดเลือกเป็นหลัก ซึ่งสัดส่วนคะแนนจะแบ่งเป็น A-Level ถึง 80% และ TGAT อีก 20% โดยเป็นการเปิดรับตรงอิสระที่ไม่เข้าร่วมในระบบ TCAS
เรื่องระบบคะแนนที่เปลี่ยนไปนี้ทำเอาหลายคนสับสนค่อนข้างมาก ตอนแรกที่ฉันเห็นประกาศเกณฑ์ใหม่ก็แอบปวดหัวแทนคนสมัคร เพราะวิชาที่ต้องสอบเยอะขึ้นและเนื้อหาลึกกว่าเดิม หากเตรียมตัวผิดจุดอาจจะเสียเวลาไปฟรีๆ เป็นปีๆ ได้เลย ดังนั้นการเข้าใจรายวิชาที่ต้องสอบอย่างแม่นยำจึงเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุด
วิชาภาคทฤษฎีที่ต้องสอบ (สัดส่วนคะแนนระบบล่าสุด)
คะแนนภาคทฤษฎีถือเป็นหัวใจสำคัญที่มีผลต่อการติดมากถึง 100% ในรอบแรก โดยทางสถาบันกำหนดให้ยื่นคะแนนการทดสอบระดับชาติ ดังต่อไปนี้ TGAT (ความถนัดทั่วไป): คิดเป็นสัดส่วนคะแนน 20% เน้นการคิดวิเคราะห์ ภาษาอังกฤษ และสมรรถนะการทำงาน A-Level กลุ่มวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์: ประกอบด้วยวิชา ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 A-Level กลุ่มวิชาสามัญ: ประกอบด้วยวิชา ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา
รู้ไหมว่าสัดส่วนคะแนน A-Level ที่สูงถึง 80% นั้น หมายความว่าวิชาหลักอย่างชีววิทยาและคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 จะเป็นตัวตัดเกณฑ์ที่แท้จริง ใครที่ปล่อยวิชาคำนวณหรือคิดว่าอ่านแค่ชีววิทยาก็พอแล้วมักจะพลาดหวังกันเยอะมาก
คุณสมบัติ พยาบาลตำรวจ ที่ระบุไว้ในเกณฑ์รับสมัครล่าสุด
ผู้ที่จะสมัครเข้าเรียนหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ จะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานและคุณสมบัติเฉพาะทางกายภาพที่ระบุไว้ชัดเจน โดยเปิดรับสมัครทั้งเพศหญิงและเพศชายที่มีสัญชาติไทย มีสถานภาพโสด และมีอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเปิดภาคการศึกษา ซึ่งผู้สมัครจะต้องกำลังศึกษาอยู่หรือสำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 สายสามัญ และในปัจจุบันทางสถาบันได้ปรับเกณฑ์ให้ไม่จำกัดแผนการเรียนแล้ว
แต่เดิมเกณฑ์โบราณเคยล็อกไว้ว่าต้องเป็นแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น และจำกัดเฉพาะเพศหญิงในบางโครงการ แต่ปัจจุบันเปิดกว้างขึ้นมาก ทว่ากฎเหล็กเรื่องอายุและสถานภาพทางกายภาพยังคงเข้มงวดสุดๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการฝึกในรูปแบบโครงสร้างของตำรวจ
กฎเหล็กทางกายภาพและดัชนีมวลกายที่ห้ามพลาด
นอกจากเรื่องอายุแล้ว เกณฑ์สัดส่วนร่างกายก็เป็นด่านคัดออกที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับคนสอบผ่านข้อเขียนมาแล้ว มีรายละเอียดดังนี้ ผู้สมัครเพศหญิง: ต้องมีส่วนสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กิโลกรัม ผู้สมัครเพศชาย: ต้องมีส่วนสูงไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กิโลกรัม และมีขนาดรอบอกเมื่อหายใจเข้าไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร หายใจออกไม่น้อยกว่า 77 เซนติเมตร ค่าดัชนีมวลกาย (BMI): ทั้งเพศชายและเพศหญิงจะต้องมีค่าดัชนีมวลกายไม่เกิน 30 เท่านั้น
ด่านตรวจร่างกายและการทดสอบสุขภาพจิตของโรงพยาบาลตำรวจ
เมื่อคะแนนภาคทฤษฎีผ่านเกณฑ์แล้ว ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด และทดสอบสุขภาพจิต ณ โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อประเมินความพร้อมในการทำงานภายใต้สภาวะกดดันสูง ด่านนี้จะตรวจทั้งความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด สารเสพติด โรคติดต่อร้ายแรง เอ็กซ์เรย์ปอด รวมถึงการตรวจสายตาและรอยสักตามร่างกาย
แต่ระวังไว้ให้ดี มีจุดตกม้าตายที่คนส่วนใหญ่คิดไม่ถึง นั่นคือเรื่องการทดสอบจิตวิทยาและสุขภาพจิต หลายคนคิดว่าแค่ไปนั่งกากบาทข้อสอบส่งๆ ก็ผ่านได้ แต่อย่าคิดว่าหมอเดาทางไม่ถูกเด็ดขาด ข้อสอบเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อจับเท็จและประเมินภาวะซึมเศร้าหรือความเครียดแฝงโดยเฉพาะ
ในวันทดสอบสุขภาพจิตนั้น ทางวิทยาลัยกำหนดให้ผู้สมัครเตรียมดินสอธรรมดา ยางลบ และปากกามาเองให้พร้อม การทำข้อสอบแนวนี้ห้ามพยายามตอบให้ดูหล่อหรือดูสวยเกินจริง เพราะตัวข้อสอบมีคำถามลวงที่จะเช็กความสอดคล้องของคำตอบอยู่ตลอดเวลา ถ้าตอบขัดกันเองระบบจะตีความทันทีว่าคุณกำลังบิดเบือนข้อมูลและส่งผลให้ไม่ผ่านเกณฑ์ได้ง่ายๆ
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเกณฑ์ระบบเก่าและระบบใหม่
เพื่อช่วยลดความสับสนสำหรับน้องๆ ที่กำลังศึกษาแนวข้อสอบเก่า ยื่นคะแนนพยาบาลตำรวจ มาลองดูตารางเปรียบเทียบเกณฑ์คัดเลือกที่เปลี่ยนแปลงไปดังนี้ระบบเกณฑ์แบบเดิม
• เน้นรับเฉพาะเพศหญิงเป็นหลักในเกือบทุกทุน
• บังคับจบสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น
• ใช้คะแนน GAT, PAT 1 (คณิตศาสตร์) และ PAT 2 (วิทยาศาสตร์)
เกณฑ์ระบบปัจจุบัน
• เปิดรับทั้งเพศชายและเพศหญิงอย่างชัดเจนในโครงการบุคคลทั่วไป
• เปิดกว้างสำหรับทุกแผนการเรียนในสายสามัญ (ไม่จำกัดสาย)
• ใช้คะแนน TGAT ยื่นคู่กับ A-Level อีก 7 รายวิชาหลัก
จะเห็นได้ว่าเกณฑ์ระบบใหม่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครจากหลากหลายสายเรียนมากขึ้น ทว่าในส่วนของภาคทฤษฎีนั้นกลับมีความยิบย่อยของจำนวนวิชาที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ดังนั้นผู้สมัครจึงต้องวางแผนเก็บคะแนนสอบ A-Level ให้ครบถ้วนทุกวิชาห้ามขาดแม้แต่วิชาเดียวเส้นทางการเตรียมตัวของแก้วตา: จากเด็กเกือบตกรอบตรวจร่างกายสู่พยาบาลตำรวจ
แก้วตา นักเรียนชั้น ม.6 จากจังหวัดนนทบุรี ฝันอยากเป็นพยาบาลตำรวจตามคุณพ่อ เธอทุ่มเทอ่านหนังสือสอบทฤษฎีจนทำคะแนน TGAT และ A-Level ได้ค่อนข้างสูง แต่เธอกลับละเลยสิ่งสำคัญไปอย่างหนึ่ง นั่นคือเรื่องความสมบูรณ์ของร่างกายตนเองก่อนวันประกาศผล
ก่อนวันตรวจร่างกายเพียงสองสัปดาห์ แก้วตาลองไปชั่งน้ำหนักที่คลินิกแถวบ้าน ปรากฏว่าน้ำหนักของเธออยู่ที่ 39 กิโลกรัม ซึ่งขาดไปเพียงหนี่งกิโลกรัมก็จะตกเกณฑ์ขั้นต่ำของทางวิทยาลัยทันที เธอตกใจมากและพยายามกินบุฟเฟต์ทุกเย็นเพื่อเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
การโหมกินอย่างผิดวิธีทำให้เธอเกิดอาการท้องอืดและนอนไม่หลับ ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นในวันตรวจจริง โชคดีที่เธอไหวตัวทัน รีบดื่มน้ำเปล่าและขอนั่งพักทำสมาธิลดความตื่นเต้นก่อนเข้าอุโมงค์เอ็กซ์เรย์และวัดความดันรอบสองจนผ่านฉลุย
หลังจากผ่านประสบการณ์เฉียดฉลุยครั้งนั้นมาได้ แก้วตาได้เข้าเรียนในวิทยาลัยพยาบาลตำรวจสมใจ เธอเสวนากับรุ่นน้องเสมอว่าห้ามดูเบาเรื่องเกณฑ์กายภาพและห้ามหักโหมเตรียมตัวในระยะกระชั้นชิด เพราะสภาพร่างกายที่แปรปรวนอาจทำให้ฝันสลายได้ในพริบตา
ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรพลาด
ทุ่มเทกับคะแนน A-Level ให้มากที่สุดเนื่องจากสัดส่วนคะแนนใช้ยื่นคัดเลือกในรอบแรกมาจากคะแนน A-Level สูงถึง 80% การทำคะแนนวิชาชีววิทยาและคณิตศาสตร์ให้โดดเด่นจึงช่วยเพิ่มโอกาสติดได้มากกว่า
เช็กเกณฑ์กายภาพของตนเองตั้งแต่เนิ่นๆส่วนสูง น้ำหนัก และค่า BMI ต้องเป๊ะตามเกณฑ์ โดยเฉพาะเพศหญิงห้ามต่ำกว่า 150 เซนติเมตร และน้ำหนักห้ามต่ำกว่า 40 กิโลกรัมเด็ดขาด
เตรียมพร้อมดินสอและปากกาในวันสอบจิตวิทยาด่านทดสอบสุขภาพจิตของโรงพยาบาลตำรวจกำหนดให้ผู้สมัครเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนมาเอง และต้องตอบคำถามด้วยความซื่อสัตย์ห้ามตอบขัดกันเอง
รวมคำถาม
ถ้าเรียนสายศิลป์-คำนวณ หรือสายศิลป์-ภาษา สามารถสมัครพยาบาลตำรวจได้ไหม
สมัครได้แน่นอน เนื่องจากเกณฑ์ล่าสุดของวิทยาลัยพยาบาลตำรวจระบุคุณสมบัติว่าสำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 สายสามัญโดยไม่จำกัดแผนการเรียน ทว่าผู้สมัครจะต้องสมัครสอบและยื่นคะแนนกลุ่มวิชา A-Level วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา) ให้ครบถ้วนด้วยตนเองเท่านั้น
การทดสอบสุขภาพจิตของโรงพยาบาลตำรวจมีเกณฑ์ตัดสินอย่างไร
การทดสอบจะใช้แบบประเมินทางจิตวิทยาเพื่อวิเคราะห์สภาวะอารมณ์ ความเครียด และแนวโน้มภาวะซึมเศร้า โดยจะตัดสินจากความซื่อสัตย์และความสอดคล้องของคำตอบเป็นหลัก แนะนำให้ผู้สมัครตอบตามความจริง ไม่ควรพยายามบิดเบือนคำตอบเพื่อให้ดูดีเกินไป
มีรอยสักสามารถสอบพยาบาลตำรวจได้หรือไม่
สามารถสอบได้แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด โดยรอยสัก ไฝ ปาน หรือแผลเป็นตามร่างกายนั้น เมื่อรวมกันทุกส่วนแล้วจะต้องมีขนาดใหญ่ไม่เกิน 16 ตารางเซนติเมตร และต้องไม่อยู่ในร่มผ้าหรือบริเวณที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์การแต่งเครื่องแบบข้าราชการ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต