พยาบาลตํารวจ ต้องสอบอะไรบ้าง

0 ครั้งเข้าชม
การเตรียมตัวสอบ พยาบาลตำรวจ ต้องสอบอะไรบ้าง ผู้สมัครต้องสอบวิชาการ ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย พร้อมทั้งต้องผ่านการทดสอบภาคพละและตรวจร่างกายตามเกณฑ์ที่กำหนด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

พยาบาลตำรวจ ต้องสอบอะไรบ้าง: วิชาและเกณฑ์คัดเลือก

ผู้ที่สนใจเส้นทางอาชีพพยาบาลในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งในส่วนของการเตรียมตัวสอบข้อเขียนและการฝึกฝนร่างกาย การศึกษาข้อมูลและวิชาที่ต้องใช้สอบให้ละเอียดช่วยให้ผู้สมัครวางแผนเตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการพลาดโอกาสสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ พยาบาลตํารวจ ต้องสอบอะไรบ้าง เพื่อให้การเตรียมตัวเป็นไปอย่างตรงจุด

เจาะลึกเกณฑ์ใหม่ พยาบาลตำรวจ ต้องสอบอะไรบ้าง ให้พร้อมล่าฝัน

การสอบเข้าวิทยาลัยพยาบาลตำรวจในปัจจุบัน มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์คัดเลือกครั้งใหญ่ โดยไม่ได้ใช้ระบบ GAT หรือ PAT แบบเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่ผู้สมัครจะต้องใช้คะแนนสอบในระบบใหม่อย่าง TGAT และ A-Level ทั้งหมด 7 รายวิชาในการยื่นคัดเลือกเป็นหลัก ซึ่งสัดส่วนคะแนนจะแบ่งเป็น A-Level ถึง 80% และ TGAT อีก 20% โดยเป็นการเปิดรับตรงอิสระที่ไม่เข้าร่วมในระบบ TCAS

เรื่องระบบคะแนนที่เปลี่ยนไปนี้ทำเอาหลายคนสับสนค่อนข้างมาก ตอนแรกที่ฉันเห็นประกาศเกณฑ์ใหม่ก็แอบปวดหัวแทนคนสมัคร เพราะวิชาที่ต้องสอบเยอะขึ้นและเนื้อหาลึกกว่าเดิม หากเตรียมตัวผิดจุดอาจจะเสียเวลาไปฟรีๆ เป็นปีๆ ได้เลย ดังนั้นการเข้าใจรายวิชาที่ต้องสอบอย่างแม่นยำจึงเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุด

วิชาภาคทฤษฎีที่ต้องสอบ (สัดส่วนคะแนนระบบล่าสุด)

คะแนนภาคทฤษฎีถือเป็นหัวใจสำคัญที่มีผลต่อการติดมากถึง 100% ในรอบแรก โดยทางสถาบันกำหนดให้ยื่นคะแนนการทดสอบระดับชาติ ดังต่อไปนี้ TGAT (ความถนัดทั่วไป): คิดเป็นสัดส่วนคะแนน 20% เน้นการคิดวิเคราะห์ ภาษาอังกฤษ และสมรรถนะการทำงาน A-Level กลุ่มวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์: ประกอบด้วยวิชา ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 A-Level กลุ่มวิชาสามัญ: ประกอบด้วยวิชา ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา

รู้ไหมว่าสัดส่วนคะแนน A-Level ที่สูงถึง 80% นั้น หมายความว่าวิชาหลักอย่างชีววิทยาและคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 จะเป็นตัวตัดเกณฑ์ที่แท้จริง ใครที่ปล่อยวิชาคำนวณหรือคิดว่าอ่านแค่ชีววิทยาก็พอแล้วมักจะพลาดหวังกันเยอะมาก

คุณสมบัติ พยาบาลตำรวจ ที่ระบุไว้ในเกณฑ์รับสมัครล่าสุด

ผู้ที่จะสมัครเข้าเรียนหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ จะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานและคุณสมบัติเฉพาะทางกายภาพที่ระบุไว้ชัดเจน โดยเปิดรับสมัครทั้งเพศหญิงและเพศชายที่มีสัญชาติไทย มีสถานภาพโสด และมีอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเปิดภาคการศึกษา ซึ่งผู้สมัครจะต้องกำลังศึกษาอยู่หรือสำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 สายสามัญ และในปัจจุบันทางสถาบันได้ปรับเกณฑ์ให้ไม่จำกัดแผนการเรียนแล้ว

แต่เดิมเกณฑ์โบราณเคยล็อกไว้ว่าต้องเป็นแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น และจำกัดเฉพาะเพศหญิงในบางโครงการ แต่ปัจจุบันเปิดกว้างขึ้นมาก ทว่ากฎเหล็กเรื่องอายุและสถานภาพทางกายภาพยังคงเข้มงวดสุดๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการฝึกในรูปแบบโครงสร้างของตำรวจ

กฎเหล็กทางกายภาพและดัชนีมวลกายที่ห้ามพลาด

นอกจากเรื่องอายุแล้ว เกณฑ์สัดส่วนร่างกายก็เป็นด่านคัดออกที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับคนสอบผ่านข้อเขียนมาแล้ว มีรายละเอียดดังนี้ ผู้สมัครเพศหญิง: ต้องมีส่วนสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กิโลกรัม ผู้สมัครเพศชาย: ต้องมีส่วนสูงไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กิโลกรัม และมีขนาดรอบอกเมื่อหายใจเข้าไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร หายใจออกไม่น้อยกว่า 77 เซนติเมตร ค่าดัชนีมวลกาย (BMI): ทั้งเพศชายและเพศหญิงจะต้องมีค่าดัชนีมวลกายไม่เกิน 30 เท่านั้น

ด่านตรวจร่างกายและการทดสอบสุขภาพจิตของโรงพยาบาลตำรวจ

เมื่อคะแนนภาคทฤษฎีผ่านเกณฑ์แล้ว ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด และทดสอบสุขภาพจิต ณ โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อประเมินความพร้อมในการทำงานภายใต้สภาวะกดดันสูง ด่านนี้จะตรวจทั้งความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด สารเสพติด โรคติดต่อร้ายแรง เอ็กซ์เรย์ปอด รวมถึงการตรวจสายตาและรอยสักตามร่างกาย

แต่ระวังไว้ให้ดี มีจุดตกม้าตายที่คนส่วนใหญ่คิดไม่ถึง นั่นคือเรื่องการทดสอบจิตวิทยาและสุขภาพจิต หลายคนคิดว่าแค่ไปนั่งกากบาทข้อสอบส่งๆ ก็ผ่านได้ แต่อย่าคิดว่าหมอเดาทางไม่ถูกเด็ดขาด ข้อสอบเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อจับเท็จและประเมินภาวะซึมเศร้าหรือความเครียดแฝงโดยเฉพาะ

ในวันทดสอบสุขภาพจิตนั้น ทางวิทยาลัยกำหนดให้ผู้สมัครเตรียมดินสอธรรมดา ยางลบ และปากกามาเองให้พร้อม การทำข้อสอบแนวนี้ห้ามพยายามตอบให้ดูหล่อหรือดูสวยเกินจริง เพราะตัวข้อสอบมีคำถามลวงที่จะเช็กความสอดคล้องของคำตอบอยู่ตลอดเวลา ถ้าตอบขัดกันเองระบบจะตีความทันทีว่าคุณกำลังบิดเบือนข้อมูลและส่งผลให้ไม่ผ่านเกณฑ์ได้ง่ายๆ

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเกณฑ์ระบบเก่าและระบบใหม่

เพื่อช่วยลดความสับสนสำหรับน้องๆ ที่กำลังศึกษาแนวข้อสอบเก่า ยื่นคะแนนพยาบาลตำรวจ มาลองดูตารางเปรียบเทียบเกณฑ์คัดเลือกที่เปลี่ยนแปลงไปดังนี้

ระบบเกณฑ์แบบเดิม

• เน้นรับเฉพาะเพศหญิงเป็นหลักในเกือบทุกทุน

• บังคับจบสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น

• ใช้คะแนน GAT, PAT 1 (คณิตศาสตร์) และ PAT 2 (วิทยาศาสตร์)

เกณฑ์ระบบปัจจุบัน

• เปิดรับทั้งเพศชายและเพศหญิงอย่างชัดเจนในโครงการบุคคลทั่วไป

• เปิดกว้างสำหรับทุกแผนการเรียนในสายสามัญ (ไม่จำกัดสาย)

• ใช้คะแนน TGAT ยื่นคู่กับ A-Level อีก 7 รายวิชาหลัก

จะเห็นได้ว่าเกณฑ์ระบบใหม่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครจากหลากหลายสายเรียนมากขึ้น ทว่าในส่วนของภาคทฤษฎีนั้นกลับมีความยิบย่อยของจำนวนวิชาที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ดังนั้นผู้สมัครจึงต้องวางแผนเก็บคะแนนสอบ A-Level ให้ครบถ้วนทุกวิชาห้ามขาดแม้แต่วิชาเดียว

เส้นทางการเตรียมตัวของแก้วตา: จากเด็กเกือบตกรอบตรวจร่างกายสู่พยาบาลตำรวจ

แก้วตา นักเรียนชั้น ม.6 จากจังหวัดนนทบุรี ฝันอยากเป็นพยาบาลตำรวจตามคุณพ่อ เธอทุ่มเทอ่านหนังสือสอบทฤษฎีจนทำคะแนน TGAT และ A-Level ได้ค่อนข้างสูง แต่เธอกลับละเลยสิ่งสำคัญไปอย่างหนึ่ง นั่นคือเรื่องความสมบูรณ์ของร่างกายตนเองก่อนวันประกาศผล

ก่อนวันตรวจร่างกายเพียงสองสัปดาห์ แก้วตาลองไปชั่งน้ำหนักที่คลินิกแถวบ้าน ปรากฏว่าน้ำหนักของเธออยู่ที่ 39 กิโลกรัม ซึ่งขาดไปเพียงหนี่งกิโลกรัมก็จะตกเกณฑ์ขั้นต่ำของทางวิทยาลัยทันที เธอตกใจมากและพยายามกินบุฟเฟต์ทุกเย็นเพื่อเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

การโหมกินอย่างผิดวิธีทำให้เธอเกิดอาการท้องอืดและนอนไม่หลับ ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นในวันตรวจจริง โชคดีที่เธอไหวตัวทัน รีบดื่มน้ำเปล่าและขอนั่งพักทำสมาธิลดความตื่นเต้นก่อนเข้าอุโมงค์เอ็กซ์เรย์และวัดความดันรอบสองจนผ่านฉลุย

หลังจากผ่านประสบการณ์เฉียดฉลุยครั้งนั้นมาได้ แก้วตาได้เข้าเรียนในวิทยาลัยพยาบาลตำรวจสมใจ เธอเสวนากับรุ่นน้องเสมอว่าห้ามดูเบาเรื่องเกณฑ์กายภาพและห้ามหักโหมเตรียมตัวในระยะกระชั้นชิด เพราะสภาพร่างกายที่แปรปรวนอาจทำให้ฝันสลายได้ในพริบตา

ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรพลาด

ทุ่มเทกับคะแนน A-Level ให้มากที่สุด

เนื่องจากสัดส่วนคะแนนใช้ยื่นคัดเลือกในรอบแรกมาจากคะแนน A-Level สูงถึง 80% การทำคะแนนวิชาชีววิทยาและคณิตศาสตร์ให้โดดเด่นจึงช่วยเพิ่มโอกาสติดได้มากกว่า

เช็กเกณฑ์กายภาพของตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ

ส่วนสูง น้ำหนัก และค่า BMI ต้องเป๊ะตามเกณฑ์ โดยเฉพาะเพศหญิงห้ามต่ำกว่า 150 เซนติเมตร และน้ำหนักห้ามต่ำกว่า 40 กิโลกรัมเด็ดขาด

เตรียมพร้อมดินสอและปากกาในวันสอบจิตวิทยา

ด่านทดสอบสุขภาพจิตของโรงพยาบาลตำรวจกำหนดให้ผู้สมัครเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนมาเอง และต้องตอบคำถามด้วยความซื่อสัตย์ห้ามตอบขัดกันเอง

รวมคำถาม

ถ้าเรียนสายศิลป์-คำนวณ หรือสายศิลป์-ภาษา สามารถสมัครพยาบาลตำรวจได้ไหม

สมัครได้แน่นอน เนื่องจากเกณฑ์ล่าสุดของวิทยาลัยพยาบาลตำรวจระบุคุณสมบัติว่าสำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 สายสามัญโดยไม่จำกัดแผนการเรียน ทว่าผู้สมัครจะต้องสมัครสอบและยื่นคะแนนกลุ่มวิชา A-Level วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา) ให้ครบถ้วนด้วยตนเองเท่านั้น

หากน้องๆ อยากรู้ว่า พยาบาลตํารวจ เรียนกี่ปี สามารถคลิกเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้เลย

การทดสอบสุขภาพจิตของโรงพยาบาลตำรวจมีเกณฑ์ตัดสินอย่างไร

การทดสอบจะใช้แบบประเมินทางจิตวิทยาเพื่อวิเคราะห์สภาวะอารมณ์ ความเครียด และแนวโน้มภาวะซึมเศร้า โดยจะตัดสินจากความซื่อสัตย์และความสอดคล้องของคำตอบเป็นหลัก แนะนำให้ผู้สมัครตอบตามความจริง ไม่ควรพยายามบิดเบือนคำตอบเพื่อให้ดูดีเกินไป

มีรอยสักสามารถสอบพยาบาลตำรวจได้หรือไม่

สามารถสอบได้แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด โดยรอยสัก ไฝ ปาน หรือแผลเป็นตามร่างกายนั้น เมื่อรวมกันทุกส่วนแล้วจะต้องมีขนาดใหญ่ไม่เกิน 16 ตารางเซนติเมตร และต้องไม่อยู่ในร่มผ้าหรือบริเวณที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์การแต่งเครื่องแบบข้าราชการ