ถ่ายแบบไหนถึงเรียกว่าท้องเสีย

0 ครั้งเข้าชม
ภาวะ thế nào là tiêu chảy หมายถึงการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน โดยมักมีอาการท้องเสียร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง หรือคลื่นไส้ อาการนี้แบ่งเป็นแบบเฉียบพลันซึ่งกินเวลาไม่เกิน 14 วัน และแบบเรื้อรังที่นานกว่านั้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ท้องเสีย: ถ่ายกี่ครั้งถึงเรียกว่าเป็นโรค

thế nào là tiêu chảy เป็นคำถามสำคัญเมื่อคุณมีอาการผิดปกติของระบบขับถ่าย การทำความเข้าใจนิยามที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณแยกแยะระหว่างอาการธรรมดากับภาวะที่ต้องพบแพทย์ เรียนรู้เกณฑ์การวินิจฉัยเพื่อการดูแลตัวเองที่ถูกต้องและ timely

ทำความเข้าใจอาการ: ถ่ายแบบไหนถึงเรียกว่าท้องเสีย?

อาการท้องเสีย คือการถ่ายอุจจาระเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 24 ชั่วโมง หรือถ่ายเหลวเป็นน้ำบ่อยเกิน 1 ครั้ง หรือมีมูกเลือดปนแม้เพียง 1 ครั้ง อาการนี้อาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยและไม่สามารถสรุปได้ทันทีโดยไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม

แต่นี่คือสิ่งสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม - และเป็นข้อผิดพลาดที่หลายคนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการถ่ายเป็นน้ำ - ผมจะอธิบายเรื่องนี้อย่างละเอียดในหัวข้อข้อผิดพลาดด้านล่าง

ข้อมูลปัจจุบันระบุว่าอาการแบบเฉียบพลันมักจะหายได้เองภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ หากคุณดูแลร่างกายอย่างถูกต้อง [3]

อาการร่วมที่มักพบได้บ่อย

นอกจากจำนวนครั้งที่ถ่ายแล้ว triệu chứng tiêu chảy là gì คุณอาจมีอาการปวดเกร็งท้อง ท้องอืด หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย บางครั้งอาจพบมูกเลือดปนมากับอุจจาระ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าลำไส้อาจมีการอักเสบ การสูญเสียน้ำเพียง 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวสามารถทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ [4]

บอกตามตรงเลยนะ ตอนที่ผมอาหารเป็นพิษครั้งแรก ผมทำพลาดอย่างแรง ผมคิดว่าการถ่ายสองครั้งคือท้องเสียและรีบกินยาหยุดถ่ายทันที ผลลัพธ์คืออะไร? อาการแย่ลงไปอีกเพราะร่างกายไม่ได้ขับเชื้อโรคออก ผมใช้เวลาปวดท้องฟรีๆ ถึง 3 วันกว่าจะรู้ตัวว่าการปล่อยให้ร่างกายขับออกในช่วงแรกคือสิ่งสำคัญที่สุด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: สิ่งที่ไม่ใช่ท้องเสีย

นี่คือข้อผิดพลาดสำคัญที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้: การคิดว่าอุจจาระนิ่มคืออาการท้องเสีย

dấu hiệu bị tiêu chảy หลายคนพอเห็นอุจจาระไม่เป็นก้อนแข็งก็รีบหายามากิน (นี่แหละปัญหาใหญ่) ในความเป็นจริงแล้ว อุจจาระที่นิ่มแต่ยังมีเนื้อสัมผัสและไม่ได้ไหลเป็นน้ำ ไม่นับว่าเป็นปัญหา หากคุณถ่ายเพียง 1 หรือ 2 ครั้งแล้วหยุด นั่นคือกลไกปกติของร่างกาย

หยุดคิดแบบเดิม. ลองสังเกตดู. อย่าเพิ่งตกใจไป. การกินยาพร่ำเพรื่อจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี ร่างกายมีระบบจัดการของมันเอง

ความแตกต่างระหว่างเฉียบพลันและเรื้อรัง

การแยกประเภทของอาการจะช่วยให้คุณรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจัดการเอง และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์ tiêu chảy cấp tính và mạn tính khác nhau thế nào อาการแบบเฉียบพลันเกิดขึ้นเร็วและมักหายได้เอง แต่แบบต่อเนื่องหรือเรื้อรังคือการถ่ายเหลวติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือเป็นๆ หายๆ

คนส่วนใหญ่เชื่อว่าถ้ามีอาการต้องงดอาหารทุกชนิด - แต่เดี๋ยวก่อน - นั่นเป็นความเข้าใจที่ค่อนข้างเก่า ในความเป็นจริง การอดอาหารกลับทำให้ลำไส้ฟื้นตัวช้าลง การเริ่มกินอาหารอ่อนๆ ทันทีที่ทำได้จะช่วยให้เซลล์ลำไส้สมานตัวเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการอดอาหารอย่างสิ้นเชิง [5]

đi ngoài bao nhiêu lần là bị tiêu chảy เมื่อคุณมีอาการถ่ายเป็นน้ำ สิ่งแรกที่ควรทำคือการประเมินสถานการณ์อย่างใจเย็น ไม่จำเป็นต้องรีบไปโรงพยาบาลในทันทีหากยังไม่มีไข้สูงหรืออ่อนเพลียรุนแรง

เปรียบเทียบประเภทของอาการท้องเสีย

การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างระยะเวลาของอาการ จะช่วยให้คุณเลือกวิธีการรับมือได้อย่างเหมาะสม

แบบเฉียบพลัน (Acute)

  • ดื่มน้ำเกลือแร่ ORS พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารอ่อนๆ
  • อาหารเป็นพิษ การติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียจากอาหารที่ปนเปื้อน
  • เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมักหายได้เองภายใน 1 ถึง 3 วัน

แบบต่อเนื่องหรือเรื้อรัง (Chronic)

  • ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง
  • โรคลำไส้แปรปรวน ภาวะไม่ทนต่อแลคโตส หรือการติดเชื้อปรสิต
  • ถ่ายเหลวติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการเป็นๆ หายๆ
สำหรับอาการแบบเฉียบพลัน การดูแลตัวเองที่บ้านมักจะเพียงพอ แต่หากคุณมีอาการเรื้อรัง การปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น การได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

บทเรียนของสมชาย: เมื่อเกลือแร่ผิดประเภททำพิษ

สมชาย พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ วัย 35 ปี มีอาการถ่ายเป็นน้ำ 4 ครั้งหลังจากกินส้มตำหน้าออฟฟิศ เขากังวลมากเพราะต้องพรีเซนต์งานสำคัญในบ่ายวันนั้นและไม่อยากลางาน

เขาพยายามแก้ปัญหาโดยการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังผสมเกลือแร่สำหรับนักกีฬาที่มีขายทั่วไป ผลคืออาการปวดบิดในท้องแย่ลงเพราะปริมาณน้ำตาลที่สูงเกินไปไปกระตุ้นลำไส้ให้บีบตัวแรงขึ้นกว่าเดิม

เมื่อปรึกษาเภสัชกรผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ เขาจึงรู้ตัวว่าพลาดไป การดื่มผงเกลือแร่สำหรับท้องร่วงโดยเฉพาะ (ORS) คือวิธีที่ถูกต้อง เพราะมีสัดส่วนของน้ำตาลและเกลือที่พอดีกับการดูดซึมของลำไส้

หลังจากปรับมาจิบ ORS อย่างถูกวิธี อาการอ่อนเพลียลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 4 ชั่วโมง และเขาสามารถผ่านการพรีเซนต์งานไปได้ บทเรียนที่เขาได้คือ เกลือแร่แต่ละชนิดทำงานต่างกันและไม่สามารถใช้แทนกันได้

หากคุณต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับ ถ่ายกี่รอบถึงเรียกว่าท้องเสีย ได้เลยครับ

สรุปกลยุทธ์

หลักการนับจำนวนครั้ง

ต้องมีการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 24 ชั่วโมง จึงจะถือว่าเข้าข่ายอาการนี้อย่างชัดเจน

สัญญาณเตือนที่ห้ามละเลย

การพบมูกเลือดปนในอุจจาระแม้เพียงครั้งเดียว เป็นความผิดปกติที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากผู้เชี่ยวชาญเสมอ

การชดเชยน้ำคือหัวใจสำคัญ

การใช้ผงน้ำตาลเกลือแร่ ORS เป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันภาวะขาดน้ำ ไม่ควรใช้เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับออกกำลังกายแทน

หัวข้อเดียวกัน

มีอาการถ่ายเป็นน้ำ หรือมีมูกเลือดปนไหม ถือว่าอันตรายหรือไม่?

หากเป็นการถ่ายเป็นน้ำทั่วไปโดยไม่มีไข้ มักไม่อันตรายและสามารถดูแลตัวเองได้ แต่ถ้ามีมูกเลือดปนแม้เพียงครั้งเดียว ถือเป็นสัญญาณของการอักเสบติดเชื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

ถ่ายมาแล้วกี่ครั้งในวันนี้ถึงจะต้องไปหาหมอ?

โดยทั่วไปหากถ่ายเหลวเป็นน้ำเกิน 3 ครั้งใน 24 ชั่วโมง และมีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด หรือดื่มน้ำเกลือแร่แล้วอาเจียนออกหมด ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะช็อกจากการขาดน้ำ

กินยาหยุดถ่ายทันทีเลยได้ไหม?

ไม่แนะนำให้กินยาหยุดถ่ายทันทีในระยะแรก เพราะกลไกการถ่ายคือการที่ร่างกายพยายามขับเชื้อโรคออก การกินยาหยุดถ่ายอาจทำให้เชื้อโรคสะสมอยู่ในลำไส้นานขึ้นและทำให้อาการแย่ลงได้

การอ้างอิง

  • [3] Niddk - ข้อมูลปัจจุบันระบุว่าอาการแบบเฉียบพลันมักจะหายได้เองภายในระยะเวลา 1 ถึง 3 วัน หากคุณดูแลร่างกายอย่างถูกต้อง
  • [4] Ncbi - การสูญเสียน้ำเพียง 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวสามารถทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้
  • [5] Aafp - การเริ่มกินอาหารอ่อนๆ ทันทีที่ทำได้จะช่วยให้เซลล์ลำไส้สมานตัวเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการอดอาหารอย่างสิ้นเชิง