ต่อมน้ำลายอักเสบอยู่ตรงไหน
ต่อมน้ำลายอักเสบอยู่ตรงไหน? ตำแหน่งและจุดที่พบบ่อย
อาการต่อมน้ำลายอักเสบอยู่ตรงไหนเป็นข้อสงสัยสำคัญของผู้ที่มีอาการบวมบริเวณใบหน้าและลำคอ การทำความเข้าใจตำแหน่งและอาการเบื้องต้นช่วยให้รับมือได้อย่างถูกต้องและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
ต่อมน้ำลายอักเสบอยู่ตรงไหนและมีตำแหน่งสำคัญอย่างไร
อาการบวมหรือเจ็บปวดบริเวณใบหน้าและลำคออาจเป็นสัญญาณเตือนที่เกี่ยวข้องกับระบบต่อมน้ำลาย โดยต่อมน้ำลายหลักในร่างกายมนุษย์มีอยู่ด้วยกัน 3 คู่ ซึ่งตั้งอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน(cite: 1) การทำความเข้าใจว่าต่อมน้ำลายอักเสบอยู่ตรงไหนจึงต้องพิจารณาจากตำแหน่งของต่อมเหล่านี้เป็นหลัก(cite: 1) ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าใบหู ใต้ขากรรไกร หรือใต้พื้นช่องปาก(cite: 1)
ตำแหน่งของต่อมน้ำลายหลักทั้ง 3 คู่
ต่อมน้ำลายใต้หูหรือ Parotid Gland เป็นต่อมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่บริเวณหน้าหูและลามลงมาจนถึงมุมกราม(cite: 1) เมื่อเกิดการอักเสบ บริเวณแก้มจะบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่มักพบได้ในโรคคางทูม/link ต่อมาคือต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรหรือ Submandibular Gland ซึ่งอยู่บริเวณใต้กระดูกขากรรไกร(cite: 1) หากเกิดความผิดปกติหรือมีการอักเสบ ผู้ป่วยจะสามารถคลำพบก้อนบวมบริเวณใต้คางหรือใต้กรามได้อย่างชัดเจน(cite: 1)
นอกจากนี้ยังมีต่อมน้ำลายใต้ลิ้นหรือ Sublingual Gland ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใต้พื้นช่องปากหรือใต้ลิ้น(cite: 1) เมื่อต่อมนี้เกิดการอักเสบ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บลึกบริเวณใต้ลิ้นและอาจมีอาการกลืนอาหารลำบากร่วมด้วย(cite: 1) การสังเกตตำแหน่งที่เกิดอาการบวมจึงช่วยให้ประเมินเบื้องต้นได้ว่าต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรบวมหรือคู่ใดกำลังมีปัญหา(cite: 1)
อาการร่วมและสัญญาณเตือนเมื่อต่อมน้ำลายเกิดการอักเสบ
นอกจากอาการบวมและปวดตามตำแหน่งของต่อมน้ำลายแล้ว(cite: 1) [link url=สุขภาพ/ต่อมน้ำลายอักเสบอาการเ.html]ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาการปากแห้งเนื่องจากผลิตน้ำลายได้น้อยลง มีไข้ต่ำๆ หรือในกรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงอาจมีหนองไหลออกมาจากท่อเปิดของต่อมน้ำลายบริเวณในช่องปาก(cite: 1) อาการปวดมักจะทวีความรุนแรงมากขึ้นในขณะที่กำลังเคี้ยวอาหารหรือในจังหวะที่อ้าปากกว้าง(cite: 1)
พูดตามตรง - หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าอาการบวมใต้คางเป็นเพียงต่อมน้ำเหลืองโตธรรมดาจากการ The cold ทั่วไป จนกระทั่งอาการปวดเวลาเคี้ยวอาหารเริ่มเด่นชัดขึ้นมา ถึงค่อยรู้ตัวว่ามาจากต่อมน้ำลาย การแยกระหว่างสองอาการนี้จึงต้องอาศัยการสังเกตตำแหน่งที่แน่ชัดร่วมกับความรู้สึกเจ็บขณะขยับขากรรไกร
แนวทางปฏิบัติเบื้องต้นและการดูแลสุขภาพช่องปาก
เมื่อเริ่มมีอาการบวมหรือเจ็บปวดบริเวณต่อมน้ำลาย การดูแลตัวเองในเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำลาย หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดที่อาจกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายทำงานหนักจนเกิดอาการปวดมากขึ้น และสามารถใช้วิธีประคบอุ่นบริเวณที่บวมเพื่อช่วยลดอาการอักเสบเบื้องต้นได้ อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีไข้สูงร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
การเปรียบเทียบตำแหน่งและลักษณะอาการของต่อมน้ำลายอักเสบแต่ละคู่
เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ตำแหน่งและลักษณะอาการของต่อมน้ำลายแต่ละคู่มีความแตกต่างกันดังนี้ต่อมน้ำลายใต้หู (Parotid Gland) [2]
- แก้มบวมชัดเจน มักพบในโรคคางทูม(cite: 1)
- ปวดมากเวลาอ้าปากหรือเคี้ยวอาหาร(cite: 1)
- บริเวณหน้าใบหูและลามลงมาถึงมุมกราม(cite: 1)
ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร[3] (Submandibular Gland)
- คลำเจอก้อนบวมบริเวณใต้คางหรือใต้กราม(cite: 1)
- เจ็บตึงบริเวณใต้คางเวลากลืนหรือขยับปาก
- บริเวณใต้กระดูกขากรรไกร(cite: 1)
ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น[4] (Sublingual Gland)
- รู้สึกเจ็บลึกใต้ลิ้น(cite: 1)
- กลืนอาหารลำบากและพูดไม่สะดวก(cite: 1)
- บริเวณใต้พื้นช่องปากหรือใต้ลิ้น(cite: 1)
ประสบการณ์อาการบวมใต้คางของมานพ
มานพ พนักงานออฟฟิศอายุ 32 ปีในกรุงเทพฯ เริ่มรู้สึกตึงและเจ็บแปลบๆ บริเวณใต้คางด้านซ้ายขณะรับประทานมื้อเที่ยง แต่เขาคิดว่าเป็นเพียงอาการกล้ามเนื้ออักเสบจากการนอนตกหมอน จึงไม่ได้ใส่ใจ
ผ่านไป 2 วัน อาการบวมเริ่มชัดเจนขึ้นจนคลำเจอก้อนแข็งใต้กราม และเริ่มมีไข้ต่ำๆ ร่วมกับอาการปากแห้ง ทำให้เขากลืนน้ำลายแล้วเจ็บมากจนรู้สึกกังวล
เขาตัดสินใจลองใช้วิธีประคบอุ่นและดื่มน้ำอุ่นมากๆ พร้อมสังเกตว่าอาการปวดจะจี๊ดขึ้นมาทุกครั้งที่เคี้ยวอาหารรสเปรี้ยว
หลังจากไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด จึงพบว่าเป็นภาวะต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรอักเสบจากท่อน้ำลายอุดตัน และหายเป็นปกติหลังรับประทานยาตามแพทย์สั่งพร้อมดูแลความสะอาดช่องปาก
ขั้นตอนถัดไป
ตำแหน่งหลักของต่อมน้ำลายต่อมน้ำลายหลักแบ่งออกเป็น 3 คู่ ตั้งอยู่บริเวณหน้าหู ใต้ขากรรไกร และใต้ลิ้น ซึ่งเป็นจุดสังเกตสำคัญเมื่อเกิดอาการบวมอักเสบ(cite: 1)
อาการสังเกตเบื้องต้นอาการเด่นชัดประกอบด้วยความเจ็บปวดและบวมบริเวณต่อมน้ำลาย โดยเฉพาะขณะเคี้ยวอาหารหรืออ้าปาก ร่วมกับอาการปากแห้งและมีไข้(cite: 1)
การดูแลเมื่อพบความผิดปกติควรดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้น และไปพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
คำตอบด่วน
ต่อมน้ำลายอักเสบอยู่ตรงไหนบ้าง?
ต่อมน้ำลายหลักมี 3 คู่ ตั้งอยู่บริเวณหน้าใบหูหรือต่อมน้ำลายใต้หู บริเวณใต้ขากรรไกร และบริเวณใต้ลิ้น(cite: 1) ซึ่งแต่ละตำแหน่งจะแสดงอาการบวมและปวดที่แตกต่างกันเมื่อเกิดการอักเสบ(cite: 1)
อาการต่อมน้ำลายอักเสบเป็นอย่างไร?
ผู้ป่วยจะมีอาการบวมและปวดบริเวณจุดที่ต่อมน้ำลายตั้งอยู่(cite: 1) โดยเฉพาะเวลาเคี้ยวอาหารหรืออ้าปาก ร่วมกับอาการปากแห้ง มีไข้ หรืออาจมีหนองไหลออกมาในกรณีที่มีการติดเชื้อ(cite: 1)
ทำไมเวลาเคี้ยวหคู่อาหารจึงเจ็บตรงต่อมน้ำลาย?
เนื่องจากการเคี้ยวอาหารเป็นการกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายบีบตัวเพื่อขับน้ำลายออกมาในช่องปาก หากต่อมน้ำลายเกิดการอักเสบหรือมีนิ่วอุดตัน แรงดันจากการทำงานจึงทำให้เกิดอาการปวดและบวมมากขึ้น
เอกสารต้นฉบับ
- [2] Medlineplus - ต่อมน้ำลายใต้หู (Parotid Gland) เป็นต่อมที่ใหญ่ที่สุด อยู่บริเวณหน้าหูและลามลงมาถึงมุมกราม
- [3] Ncbi - ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (Submandibular Gland) อยู่บริเวณใต้กระดูกขากรรไกร
- [4] Ncbi - ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น (Sublingual Gland) อยู่บริเวณใต้พื้นช่องปากหรือใต้ลิ้น
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต