บัตร Travel Card กรุงไทย ถอนเงินได้ไหม

0 ครั้งเข้าชม
บัตร travel card กรุงไทย ถอนเงินได้ไหม การหาตู้กดเงินไม่ใช่เรื่องยากเลย ปัจจุบันมีตู้ ATM ทั่วโลกกว่า 2.1 ล้านตู้ที่รองรับเครือข่าย Mastercard ซึ่งครอบคลุมแทบทุกเมืองท่องเที่ยวหลักที่คุณจะไปเยือน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

บัตร travel card กรุงไทย ถอนเงินได้ไหม? กว่า 2.1 ล้านตู้ทั่วโลก

บัตร travel card กรุงไทย ถอนเงินได้ไหม คำถามยอดฮิตสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางไปต่างประเทศเพื่อความสะดวกสบายในการใช้จ่ายเงินสด เรียนรู้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการรองรับเครือข่ายตู้เอทีเอ็มทั่วโลกช่วยให้คุณเตรียมพร้อมรับมือกับทุกค่าใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจไร้กังวล

บัตร travel card กรุงไทย ถอนเงินได้ไหม และมีเงื่อนไขการใช้งานอย่างไร?

บัตร Travel Card กรุงไทย ถอนเงินได้ไหม? คำตอบคือสามารถกดเงินสดสกุลต่างประเทศที่ตู้ ATM ต่างประเทศที่มีเครื่องหมายรองรับได้ครับ โดยระบบจะหักเงินจากกระเป๋าเงินสกุลนั้นๆ ในบัตรโดยตรง แต่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงอย่างหนึ่งที่นักเดินทางมือใหม่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์มักมองข้ามเวลาไปกดเงินที่ต่างประเทศ - ผมจะเฉลยเรื่องนี้อย่างละเอียดในหัวข้อด้านล่าง

การหาตู้กดเงินไม่ใช่เรื่องยากเลย ปัจจุบันมีตู้ ATM ทั่วโลกกว่า 2.1 ล้านตู้ที่รองรับเครือข่าย Mastercard [2] ซึ่งครอบคลุมแทบทุกเมืองท่องเที่ยวหลักที่คุณจะไปเยือน

ตอนผมแบกเป้ไปญี่ปุ่นครั้งแรก ผมกังวลมากว่าจะหาตู้กดเงินยาก (และตอนนั้นก็แอบกลัวตู้กินบัตรด้วย) แต่ความจริงคือแค่เดินเข้ามินิมาร์ทใกล้ที่พักก็กดได้แล้ว

ง่ายแค่นั้นเลย

ระบบกระเป๋าเงินต่างประเทศทำงานอย่างไร

จุดเด่นของบัตรประเภทนี้คือการล็อคอัตราแลกเปลี่ยนไว้ล่วงหน้า เมื่อคุณแลกเงินเยนหรือยูโรเก็บไว้ในแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT เงินจำนวนนั้นจะถูกแยกเก็บในกระเป๋าสกุลเงินเฉพาะ

เมื่อคุณนำบัตรไปเสียบตู้ ATM ในประเทศนั้นๆ ระบบจะดึงเงินจากกระเป๋าที่ตรงกับสกุลเงินท้องถิ่นออกมาใช้โดยไม่มีความเสี่ยงเรื่องความผันผวนของค่าเงินในวันนั้น

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิด: บัตร travel card กรุงไทย ใช้ในไทยได้ไหม

พูดกันตามตรง หลายคนสมัครบัตรนี้แล้วหวังจะใช้เป็นบัตร ATM ใบที่สองสำหรับกดเงินบาทในชีวิตประจำวัน

นี่คือความเข้าใจผิดครับ

บัตรประเภท Travel Card ถูกออกแบบมาเพื่อทำรายการต่างประเทศเท่านั้น คุณไม่สามารถนำไปเสียบตู้ ATM ในประเทศไทยเพื่อถอนเงินสดสกุลบาท หรือใช้รูดซื้อสินค้าตามร้านค้าภายในประเทศได้เลย หากพยายามทำรายการ ตู้จะฟ้องว่าบัตรใช้งานไม่ได้ทันที

ผมเคยเห็นนักศึกษาหลายคนพยายามใช้บัตร travel card กรุงไทย ใช้ในไทยได้ไหมจ่ายค่ากาแฟในไทยแล้วถูกปฏิเสธ จนพาลคิดไปว่าบัตรเสีย ต้องเสียเวลาโทรหาคอลเซ็นเตอร์ฟรีๆ ดังนั้นโปรดจำไว้ว่าบัตรใบนี้คือพาสปอร์ตทางการเงินสำหรับใช้นอกประเทศเท่านั้น

วิธีใช้ travel card กรุงไทย กดเงิน และหลุมพรางที่ต้องระวัง

การกดเงินที่ต่างประเทศมีขั้นตอนพื้นฐานเหมือนในไทย คือสอดบัตร ใส่รหัส PIN 6 หลัก (รหัสเดียวกับที่ตั้งไว้ในแอปพลิเคชัน) และเลือกจำนวนเงินที่ต้องการ

หากตู้ ATM ถามประเภทบัญชี (Account Type) ให้เลือก Credit หรือ Checking ก็ได้ ส่วนใหญ่ตู้จะสามารถประมวลผลและดึงเงินจากกระเป๋าต่างประเทศของคุณได้ตามปกติ

แต่เดี๋ยวก่อน

นี่คือข้อผิดพลาดที่ผมติดค้างไว้ตอนต้น: การปล่อยให้ตู้ ATM แปลงสกุลเงินให้คุณ (DCC หรือ Dynamic Currency Conversion) สมมติคุณกดเงินเยนที่โตเกียว หน้าจอหน้าสุดท้ายมักจะเด้งขึ้นมาถามว่า ต้องการให้แสดงยอดและตัดบัญชีเป็นสกุลเงินบาท (THB) หรือไม่

ถ้าคุณเผลอกดตกลง คุณจะโดนชาร์จส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนของตู้ที่แพงกว่าเรทปกติ 3 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ทันที

คนส่วนใหญ่คิดว่าให้ตู้จัดการแปลงเป็นเงินบ้านเราให้จบๆ ไปคือวิธีที่ปลอดภัยและเข้าใจง่ายที่สุด แต่ในความเป็นจริง การเลือกทำรายการโดยไม่แปลงสกุลเงิน (Continue Without Conversion) เพื่อให้ระบบไปตัดเงินสกุลท้องถิ่นในบัตรเราโดยตรง คือวิธีเดียวที่จะรักษาเรทเงินดีๆ ที่คุณอุตส่าห์แลกเก็บไว้ได้

ค่าธรรมเนียมกดเงิน travel card กรุงไทย แพงอย่างที่คิดไหม?

เรื่องค่าธรรมเนียมกดเงิน travel card กรุงไทยเป็นเรื่องที่คนกังวลมากที่สุด การทำรายการถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ในต่างประเทศจะมีค่าธรรมเนียมจากฝั่งธนาคารเจ้าของบัตร ซึ่งอาจมีการยกเว้นหรือจัดโปรโมชั่นตามช่วงเวลา (ควรตรวจสอบในแอปพลิเคชันเสมอ)

อย่างไรก็ตาม ตู้ ATM ในต่างประเทศประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ จะมีค่าธรรมเนียมการใช้ตู้ (Surcharge fee) เพิ่มเติมจากธนาคารเจ้าถิ่นด้วย

ค่าธรรมเนียมส่วนนี้เราหนีไม่พ้นครับ - ยกตัวอย่างตู้ในญี่ปุ่นมักจะเก็บเพิ่มประมาณ 110 ถึง 220 เยนต่อครั้ง ในขณะที่ตู้ในยุโรปบางแห่งอาจชาร์จสูงถึง 3 ถึง 5 ยูโร

เทคนิคของผมคือการกะปริมาณเงินสดที่ต้องใช้ให้พอดีสำหรับ 3 ถึง 4 วัน แล้วกดออกมาทีเดียวเป็นก้อนใหญ่ การกดเงินทีละน้อยๆ ทุกวันจะทำให้คุณเสียค่าธรรมเนียมตู้ฟรีๆ ไปหลายร้อยบาทโดยไม่จำเป็น

เปรียบเทียบทางเลือกในการพกเงินไปต่างประเทศ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูข้อดีข้อเสียระหว่างการใช้ Travel Card บัตรเครดิตทั่วไป และการพกเงินสดแบบดั้งเดิม

บัตร Travel Card (แนะนำสำหรับส่วนใหญ่)

- ไม่มี (0 เปอร์เซ็นต์) เพราะหักจากสกุลเงินต่างประเทศโดยตรง

- ทำได้ผ่านตู้ ATM ทั่วโลกที่มีสัญลักษณ์ Mastercard

- สูงมาก หากบัตรหายสามารถกดอายัดผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที

- ดีที่สุด สามารถเลือกจังหวะแลกเงินเก็บไว้ได้ล่วงหน้าเมื่อเรทถูกใจ

บัตรเครดิตทั่วไป

- มักจะถูกชาร์จค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน 2 ถึง 2.5 เปอร์เซ็นต์

- มีค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance) 3 เปอร์เซ็นต์ และดอกเบี้ยเดินทันที

- สูง มีระบบตรวจสอบการทุจริตของธนาคาร

- ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ร้านค้าเรียกเก็บเงิน (คาดเดายาก)

เงินสด

- ไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง แต่มีความเสี่ยงในการเก็บรักษา

- ไม่ต้องพึ่งพาตู้ ATM ชำระได้ทุกร้านค้าแม้แต่ร้านเล็กๆ

- ต่ำมาก หากสูญหายหรือถูกขโมยคือสูญเงินทันที ไม่สามารถตามคืนได้

- ขึ้นอยู่กับร้านแลกเงิน ต้องเปรียบเทียบหลายร้านเพื่อให้ได้เรทดี

แม้ว่าเงินสดจะยังจำเป็นสำหรับร้านค้าเล็กๆ หรือสตรีทฟู้ด แต่การใช้ Travel Card เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการเงินจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกล้วงกระเป๋า และเซฟเงินจากค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้มหาศาล

บทเรียนราคาแพงจากการกดเงินผิดวิธีในยุโรป

นนท์ พนักงานออฟฟิศวัย 32 ปี เดินทางไปเที่ยวยุโรป 14 วัน เขาพกบัตร Travel Card ไปเพียงใบเดียวโดยคิดว่าครอบคลุมหมดแล้ว และชะล่าใจไม่ได้เตรียมเงินสดสำรองไปเลยแม้แต่น้อย

ปัญหาเกิดในคืนวันที่ 3 เมื่อร้านอาหารท้องถิ่นในเมืองเล็กๆ ไม่รับบัตร เขาต้องวิ่งหาตู้ ATM กลางดึก นนท์เสียบบัตรและรีบกดทำรายการด้วยความกดดัน เมื่อหน้าจอถามเรื่องการแปลงสกุลเงิน เขาเผลอกดตกลงให้ตู้แปลงสกุลเงิน (DCC) กลับเป็นเงินบาทเพราะคุ้นชินกับระบบในไทย

ผลลัพธ์คือเขาเสียส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนที่เลวร้ายมาก และโดนชาร์จเพิ่มไปเกือบ 6 เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินทั้งหมด นนท์หัวเสียสุดๆ (และเสียดายเงินมาก) จนเกือบจะเลิกใช้บัตรใบนี้ไปเลย

คืนนั้นเขาตั้งสติ นั่งอ่านเงื่อนไขในหน้าเว็บใหม่ - ค้นพบว่าตัวเองพลาดตรงไหน วันถัดมาเขาทดลองกดใหม่และเลือก Without Conversion เสมอ หลังจากนั้นตลอดทริป นนท์ประหยัดเงินค่าธรรมเนียมแฝงไปได้หลายพันบาท และรู้เลยว่าความใจร้อนเวลาอยู่หน้าตู้ ATM คือศัตรูตัวฉกาจ

คำถามในหัวข้อเดียวกัน

krungthai travel card กดเงินสด ต่างประเทศ ได้ทุกตู้ไหม?

ไม่ได้ทุกตู้ครับ คุณสามารถกดได้เฉพาะตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ Mastercard หรือ Cirrus เท่านั้น ซึ่งโชคดีที่สัญลักษณ์เหล่านี้ครอบคลุมตู้กดเงินส่วนใหญ่ทั่วโลกแล้ว

บัตร travel card กรุงไทย ใช้ในไทยได้ไหม ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน?

ไม่สามารถใช้ได้เลยครับ บัตรนี้ถูกล็อคระบบให้ทำรายการได้เฉพาะสกุลเงินต่างประเทศเท่านั้น หากต้องการใช้เงินในไทย คุณต้องโอนเงินกลับเข้าบัญชีหลักผ่านแอปพลิเคชันก่อน

ค่าธรรมเนียมกดเงิน travel card กรุงไทย คิดอย่างไร?

ปกติจะไม่มีค่าธรรมเนียมความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน แต่อาจมีค่าธรรมเนียมการกดจากธนาคารกรุงไทย (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น) และตู้ ATM ปลายทางมักจะเก็บค่าบริการตู้ (Surcharge) เพิ่มเติมประมาณ 100-200 บาทต่อครั้ง

มุมมองโดยรวม

ระวังหลุมพราง DCC หน้าตู้

เมื่อตู้ ATM ถามว่าต้องการแปลงสกุลเงินเป็นเงินบาท (THB) หรือไม่ ให้ปฏิเสธและเลือกทำรายการด้วยสกุลเงินท้องถิ่น (Without Conversion) เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงเรทมหาโหด

บัตรนี้ใช้ในไทยไม่ได้

อย่าพยายามนำไปรูดซื้อของหรือกดเงินสดตู้ในไทย เพราะระบบจะปฏิเสธการทำรายการ ให้มองว่ามันคือกระเป๋าเงินสำหรับเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลต่อได้ที่ บัตร Travel Card กรุงไทย เบิกเงินสดได้ไหม ครับ
กดเงินก้อนใหญ่คุ้มกว่า

เนื่องจากตู้ ATM ท้องถิ่นส่วนใหญ่มีค่าธรรมเนียมต่อครั้ง การวางแผนกดเงินสดให้พอใช้สำหรับหลายวันจะช่วยประหยัดเงินได้มากกว่าการกดทีละนิดทุกวัน

แหล่งอ้างอิง

  • [2] Mastercard - ปัจจุบันมีตู้ ATM ทั่วโลกกว่า 2.1 ล้านตู้ที่รองรับเครือข่าย Mastercard