คลื่นในตัวกลางมีอะไรบ้าง

0 ครั้งเข้าชม
คลื่นในตัวกลางมีอะไรบ้างประกอบด้วยคลื่นเสียงที่เดินทางในน้ำเร็วกว่าในอากาศประมาณ 4.3 เท่าและในเหล็กเร็วกว่าเกือบ 15 เท่า รวมทั้งคลื่นปฐมภูมิหรือคลื่น P ที่เดินทางเร็วกว่าคลื่นทุติยภูมิหรือคลื่น S ประมาณ 1.7 เท่าโดยคลื่น P ผ่านได้ทุกสถานะขณะที่คลื่น S ผ่านได้เฉพาะของแข็ง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คลื่นในตัวกลางมีอะไรบ้าง: ความเร็วและการเดินทางของคลื่น P vs S

คลื่นในตัวกลางมีอะไรบ้างเป็นหัวข้อสำคัญทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่ผ่านสถานะต่างๆ ของคลื่นกล ศึกษาความเร็วและคุณสมบัติของคลื่นแต่ละประเภทเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในงานด้านวิศวกรรมโครงสร้างได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยยิ่งขึ้น

คลื่นในตัวกลางคืออะไร และมีบทบาทอย่างไรในชีวิตเรา?

คลื่นที่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ เรียกว่า คลื่นกลมีอะไรบ้าง โดยตัวกลางสามารถเป็นได้ทั้งของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ตัวอย่างที่เราพบได้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันก็คือ คลื่นเสียง คลื่นผิวน้ำ และคลื่นในเส้นเชือก

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างขัดกับความรู้สึก และนักเรียนกว่า 90% มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำงานของคลื่นเหล่านี้ - ผมจะเฉลยให้ฟังในส่วนของการส่งผ่านพลังงานด้านล่างครับ

พูดกันตามตรง ตอนที่ผมเริ่มศึกษาเรื่องนี้ครั้งแรก ผมรู้สึกสับสนมาก ผมเคยคิดว่าเวลาเกิดสึนามิ น้ำจากกลางทะเลถูกพัดพามาจนถึงชายฝั่งทั้งหมด ซึ่งมันฟังดูสมเหตุสมผลดีใช่ไหมครับ? แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้ทำงานแบบนั้นเลย การทำความเข้าใจธรรมชาติของคลื่นในตัวกลางจะช่วยให้เราไขความลับของปรากฏการณ์ธรรมชาติได้มากมาย ตั้งแต่เสียงแผ่นดินไหวไปจนถึงวิธีที่เครื่องอัลตราซาวนด์ทำงาน

ธรรมชาติของการส่งผ่านพลังงาน

การเคลื่อนที่ของคลื่นคือการส่งผ่านพลังงานจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยที่ตัวกลางไม่ได้เคลื่อนที่ตามไปด้วยทั้งหมด นี่คือสิ่งสำคัญที่ผมเกริ่นไว้ตอนแรกครับ พลังงานเดินทางไปข้างหน้า แต่ตัวอนุภาคของตัวกลางแค่สั่นอยู่กับที่รอบๆ จุดสมดุล

ลองนึกภาพการเล่นคลื่นมนุษย์ (Mexican wave) ในสนามฟุตบอลดูสิครับ คนดูบนอัฒจันทร์แค่ยืนขึ้นแล้วนั่งลงตรงที่นั่งของตัวเอง ไม่มีใครวิ่งรอบสนาม แต่เรากลับเห็น คลื่น เคลื่อนที่ไปรอบสเตเดียมได้อย่างชัดเจน คลื่นในตัวกลางก็ทำงานด้วยหลักการเดียวกันเป๊ะเลยครับ

นั่นแหละครับความลับ.

ในทางฟิสิกส์ เมื่อมีการรบกวนเกิดขึ้นกับตัวกลาง (เช่น การโยนก้อนหินลงในน้ำ) พลังงานจลน์จะถูกถ่ายทอดจากโมเลกุลหนึ่งไปยังอีกโมเลกุลหนึ่งที่อยู่ติดกัน การส่งต่อพลังงานแบบโดมิโน่นี้ทำให้คลื่นสามารถเดินทางไปได้ไกลมาก ในขณะที่น้ำแต่ละหยดแทบจะอยู่ที่เดิม

ประเภทของคลื่นกล แบ่งตามลักษณะการสั่น

เราสามารถแบ่งคลื่นที่ต้องอาศัยตัวกลางออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ตามทิศทางการสั่นของอนุภาคตัวกลางเทียบกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น

1. คลื่นตามขวาง (Transverse Waves)

สำหรับคลื่นประเภทนี้ อนุภาคของตัวกลางจะสั่นในทิศทางที่ตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น ลองจินตนาการว่าคุณกำลังสะบัดปลายเชือกขึ้นลง คลื่นจะวิ่งไปข้างหน้าตามความยาวเชือก แต่เนื้อเชือกแต่ละจุดจะเคลื่อนที่แค่ขึ้นและลงเท่านั้น

คลื่นผิวน้ำก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คลื่นเดินทางเข้าหาฝั่ง แต่ถ้าคุณสังเกตทุ่นที่ลอยอยู่กลางทะเล มันจะลอยขึ้นและลงเป็นวงกลมเล็กๆ มากกว่าที่จะถูกพัดเข้าฝั่งไปพร้อมกับคลื่น

2. คลื่นตามยาว (Longitudinal Waves)

ในคลื่นตามยาว อนุภาคของตัวกลางจะสั่นในทิศทางเดียวกับ (หรือขนานกับ) ทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น ตัวอย่างที่คลาสสิกที่สุดคือคลื่นเสียงครับ

เวลาที่เราพูด สายเสียงจะทำให้โมเลกุลของอากาศเกิดการอัดและขยายตัวสลับกันไป โมเลกุลอากาศจะชนกันแล้วเด้งกลับ ส่งพลังงานต่อเป็นทอดๆ จนไปถึงหูของผู้ฟัง

ความเร็วเสียงในอากาศที่อุณหภูมิห้องอยู่ที่ประมาณ 343 เมตรต่อวินาที[1] แต่ถ้าตัวกลางเปลี่ยนไป ความเร็วก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย

อิทธิพลของตัวกลางต่อความเร็วคลื่น

คุณอาจจะคิดว่าก๊าซน่าจะให้คลื่นวิ่งผ่านได้เร็วกว่าเพราะมันเบาหวิว - ผิดถนัดครับ.

ในความเป็นจริง ตัวอย่างคลื่นในตัวกลางเดินทางผ่านของแข็งได้เร็วกว่าของเหลว และเร็วกว่าในก๊าซมาก เหตุผลก็คือ ความหนาแน่นและการยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลครับ ในของแข็ง โมเลกุลอยู่ชิดกันและยึดติดกันแน่นมากเหมือนมีสปริงแข็งๆ เชื่อมกันอยู่ พอดันตัวหนึ่ง ตัวที่ติดกันก็ขยับตามทันที

ตัวอย่างเช่น คลื่นเสียงเดินทางในน้ำเร็วกว่าในอากาศประมาณ 4.3 เท่า และเดินทางในเหล็กได้เร็วถึงประมาณ 5120 เมตรต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าในอากาศเกือบ 15 เท่าเ[2] ลยทีเดียว ข้อมูลนี้สำคัญมากในงานวิศวกรรมโครงสร้าง

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมในสมัยก่อน อินเดียนแดงถึงแนบหูลงกับพื้นดินเพื่อฟังเสียงม้าของศัตรูที่กำลังควบมา เพราะเสียงเดินทางผ่านพื้นดิน (ของแข็ง) มาถึงหูได้เร็วกว่าและสูญเสียพลังงานน้อยกว่าการเดินทางผ่านอากาศนั่นเอง

คลื่นแผ่นดินไหว: คลื่นในตัวกลางที่ทรงพลังที่สุด

เมื่อเกิดแผ่นดินไหว พลังงานมหาศาลจะถูกปลดปล่อยออกมาในรูปแบบของคลื่นไหวสะเทือน (Seismic waves) ซึ่งเป็นกลุ่มของคลื่นกลที่เดินทางผ่านโครงสร้างภายในของโลก เราแบ่งย่อยได้เป็นคลื่นในตัวกลาง (Body wave) และคลื่นพื้นผิว (Surface wave)

คลื่นปฐมภูมิ (P-wave) ซึ่งเป็นคลื่นตามยาว จะเดินทางเร็วกว่าคลื่นทุติยภูมิ (S-wave) ประมาณ 1.7 เท่า คล[3] ื่น P สามารถเดินทางผ่านได้ทั้งของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ในขณะที่คลื่น S ซึ่งเป็นคลื่นตามขวาง จะเดินทางผ่านได้เฉพาะของแข็งเท่านั้น

ความแตกต่างตรงนี้แหละครับที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า แก่นโลกชั้นนอกของเราเป็นของเหลว เพราะเมื่อคลื่น S เดินทางไปถึงจุดนั้น มันจะหายไป ไม่สามารถทะลุผ่านไปได้

เปรียบเทียบ คลื่นกล vs คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างคลื่นในตัวกลาง (คลื่นกล) กับคลื่นประเภทอื่นๆ เราลองมาดูข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างคลื่นทั้งสองชนิดนี้กันครับ

คลื่นกล (Mechanical Waves)

• ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นและความยืดหยุ่นของตัวกลาง ยิ่งแข็งยิ่งเร็ว

• จำเป็นต้องมีตัวกลางเสมอ (ของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ)

• คลื่นเสียง, คลื่นน้ำ, คลื่นในสปริง, คลื่นแผ่นดินไหว

• ไม่สามารถเดินทางผ่านสุญญากาศได้เลย (เช่น เสียงในอวกาศ)

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Waves)

• เดินทางด้วยความเร็วแสง (ประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที) ในสุญญากาศ [4]

• ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวกลางใดๆ

• แสงที่มองเห็น, คลื่นวิทยุ, รังสีเอกซ์, ไมโครเวฟ

• เดินทางได้ดีที่สุดในสุญญากาศ

ข้อควรจำที่ง่ายที่สุดคือ คลื่นกล 'ต้องมีของให้เกาะ' ในขณะที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถเดินทางข้ามอวกาศอันว่างเปล่าจากดวงอาทิตย์มาถึงโลกของเราได้โดยไม่ต้องใช้ตัวกลางใดๆ เลย
หากคุณต้องการทำความเข้าใจเพิ่มเติม สามารถศึกษาเกี่ยวกับ คลื่นในตัวกลางมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ได้เลยครับ

วิศวกรต้นกับการแก้ปัญหาเสียงสะท้อนมหาโหด

ต้น เป็นวิศวกรระบบเสียงวัย 32 ปีที่กรุงเทพฯ เขาได้รับงานปรับปรุงหอประชุมของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีปัญหาเสียงก้องมากจนฟังผู้พูดบนเวทีไม่รู้เรื่อง ลูกค้าบ่นหนักมากและขู่จะไม่จ่ายเงินก้อนสุดท้าย ต้นเริ่มเครียดเพราะนี่เป็นโปรเจกต์ใหญ่

ความพยายามครั้งแรกของเขาคือการเปลี่ยนสเปกลำโพงให้ดังขึ้นและพุ่งตรงไปข้างหน้ามากขึ้น ผลลัพธ์กลับแย่ลง - คลื่นเสียง (ซึ่งเป็นคลื่นตามยาว) ยิ่งมีพลังงานมาก ก็ยิ่งสะท้อนกำแพงและตีกันมั่วไปหมด ต้นใช้เวลาปรับจูน EQ อยู่สองวันเต็มๆ จนหูอื้อ แต่ปัญหาก็ยังไม่หาย

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาหยุดปรับที่ลำโพง และหันมาโฟกัสที่ 'ตัวกลาง' แทน ต้นตระหนักว่าอากาศในห้องมันนำคลื่นไปกระแทกพื้นผิวที่แข็งเกินไป เขาตัดสินใจติดตั้งแผ่นซับเสียงแบบพิเศษ (Acoustic panels) ที่ผนังด้านหลังและเพดานบางจุด เพื่อดูดซับพลังงานจากการสั่นสะเทือนของโมเลกุลอากาศ

ผลลัพธ์คือค่าความก้องของเสียง (Reverb time) ลดลงถึง 65% ภายในวันเดียว เสียงพูดกลับมาชัดเจน ลูกค้าพอใจมาก ต้นได้บทเรียนสำคัญว่า การจัดการกับตัวกลางที่คลื่นเดินทางผ่านนั้น มีประสิทธิภาพมากกว่าการพยายามควบคุมแหล่งกำเนิดคลื่นเพียงอย่างเดียว

แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

คลื่นในตัวกลางมีอะไรบ้าง?

คลื่นในตัวกลาง หรือคลื่นกล มีตัวอย่างเช่น คลื่นเสียงที่เดินทางผ่านอากาศ คลื่นผิวน้ำที่เดินทางในทะเล คลื่นในเส้นเชือก และคลื่นไหวสะเทือนจากการเกิดแผ่นดินไหวครับ ทุกอย่างนี้ล้วนต้องอาศัยสสารเป็นตัวนำพาทั้งสิ้น

สับสนระหว่างคลื่นกลกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีวิธีจำไหม?

วิธีจำง่ายๆ คือคลื่นกลต้องมีสสารให้มันเกาะไปครับ ถ้าสูบอากาศออกจนเป็นสุญญากาศ คลื่นกลจะดับสนิท (เช่นไม่มีเสียงในอวกาศ) แต่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างแสงแดด หรือสัญญาณ 5G สามารถวิ่งทะลุความว่างเปล่าได้สบายๆ

เวลาเกิดคลื่นน้ำ ทำไมขยะที่ลอยอยู่ถึงไม่ถูกพัดเข้าฝั่ง?

เพราะคลื่นกลส่งผ่านแค่พลังงานครับ ไม่ได้พัดเอาตัวกลางไปด้วย น้ำทะเลและสิ่งของที่ลอยอยู่แค่สั่นขึ้นลงและเคลื่อนที่เป็นวงกลมเล็กๆ อยู่กับที่เท่านั้น เว้นแต่ว่าจะเป็นบริเวณน้ำตื้นใกล้ฝั่งที่คลื่นแตกตัว

ข้อความหลัก

ตัวกลางไม่เดินทางไปกับคลื่น

คลื่นกลทำหน้าที่ถ่ายทอดพลังงานผ่านการสั่นสะเทือนของอนุภาค อนุภาคของตัวกลางจะสั่นอยู่รอบจุดสมดุลโดยไม่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับคลื่น

ความแข็งของตัวกลางคือความเร็ว

คลื่นเสียงเดินทางในเหล็กได้เร็วกว่าในอากาศเกือบ 15 เท่า ยิ่งตัวกลางมีความหนาแน่นและยึดเหนี่ยวกันแน่นมากเท่าไหร่ คลื่นก็จะส่งผ่านไปได้เร็วเท่านั้น [5]

กุญแจสู่ความเข้าใจแผ่นดินไหว

การศึกษาคลื่นปฐมภูมิ (P-wave) และคลื่นทุติยภูมิ (S-wave) ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถทำแผนที่โครงสร้างภายในของโลกได้ โดยไม่ต้องขุดเจาะลงไปจริงๆ

การอ้างอิงไขว้

  • [1] Matmake - ความเร็วเสียงในอากาศที่อุณหภูมิห้องอยู่ที่ประมาณ 343 เมตรต่อวินาที
  • [2] Sciencenotes - คลื่นเสียงเดินทางในน้ำเร็วกว่าในอากาศประมาณ 4.3 เท่า และเดินทางในเหล็กได้เร็วถึงประมาณ 5120 เมตรต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าในอากาศเกือบ 15 เท่า
  • [3] Epa - คลื่นปฐมภูมิ (P-wave) ซึ่งเป็นคลื่นตามยาว จะเดินทางเร็วกว่าคลื่นทุติยภูมิ (S-wave) ประมาณ 1.7 เท่า
  • [4] Britannica - เดินทางด้วยความเร็วแสง (ประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที) ในสุญญากาศ
  • [5] Sciencenotes - คลื่นเสียงเดินทางในเหล็กได้เร็วกว่าในอากาศเกือบ 15 เท่า ยิ่งตัวกลางมีความหนาแน่นและยึดเหนี่ยวกันแน่นมากเท่าไหร่ คลื่นก็จะส่งผ่านไปได้เร็วเท่านั้น