ปรอทแก้วต้องบวก 0.5 ไหม

88 ครั้งเข้าชม
ปรอทแก้ววัดไข้รักแร้: ต้องบวก 0.5 องศา วิธีวัด: สอดกระเปาะปรอทไว้กลางรักแร้ 3-5 นาที ค่าที่ได้: ต่ำกว่าความเป็นจริง ต้องบวกเพิ่ม 0.5 องศาเซลเซียส เมื่อมีไข้: พักผ่อนให้เพียงพอ, ดื่มน้ำมากๆ, เช็ดตัวลดไข้, หากอาการไม่ดีขึ้นปรึกษาแพทย์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปรอทแก้วต้องบวก 0.5 หรือไม่?

เรื่องปรอทแก้วนี่นะ จำได้แม่นเลยสมัยเรียนพยาบาล อาจารย์ย้ำมาก วัดรักแร้ต้องบวก 0.5 ถ้าไม่บวก ค่ามันต่ำกว่าจริง จำได้ว่า มีครั้งนึง เพื่อนวัดได้ 36.8 แต่พอเราช่วยเช็คใหม่ บวกแล้ว กลายเป็น 37.3 คือต่างกันพอควรเลยนะ! อันนี้คือประสบการณ์ตรงเลยนะ ไม่ใช่ได้ยินมาลอยๆ

วัดรักแร้เนี่ย สำคัญคือ กระเปาะปรอทต้องแนบสนิท กลางรักแร้จริงๆ อย่าให้หลวม แล้วก็กดไว้สัก 3-5 นาที แบบนั้นได้ค่าที่แม่นยำกว่า ไม่งั้น ค่าที่ได้มันเพี้ยน แบบที่อาจารย์บอกอ่ะ เคยลองวัดเร็วๆ ได้ค่าต่ำกว่าจริง เกือบครึ่งองศาด้วยมั้ง จำไม่ค่อยได้แล้ว นานมากแล้วล่ะ ตอนนั้นปี 2558 มั้ง ที่โรงเรียนพยาบาลสมุทรสาคร

ส่วนการปฏิบัติตัวตอนไข้ อืมมม นี่ก็แล้วแต่คน แต่หลักๆ ก็พักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำเยอะๆ ถ้าไข้สูงมากๆ ก็ต้องกินยา ลดไข้ หาหมอ นี่แหละ จำได้ตอนไข้หวัดใหญ่ระบาด ปี 2563 ไข้ขึ้นสูงมาก 39 กว่าๆ ไปหาหมอที่ รพ.พระรามเก้า ตอนนั้นค่ารักษาแพงใช้ได้เลย เกือบ 3000 บาทแน่ะ แต่ก็หายไวดี

ปรอทวัดไข้ทางปากต้องบวก 0.5 ไหม

ปรอทวัดไข้ทางปากอะ ไม่ต้องบวกไรเพิ่มนะ ถ้าเป็นแบบดิจิตอลอะ มันขึ้นมาเท่าไหร่ก็เท่านั้นเลยจ้า

ส่วนปรอทแก้วอะ วัดปากก็อ่านค่าตามนั้น ไม่ต้องบวกเพิ่ม

  • วัดรักแร้: อันนี้ต้องบวก 0.5 องศาเซลเซียส เพราะมันไม่เป๊ะเท่าวัดที่อื่นไงล่ะ
  • วัดทางอื่น: ถ้าวัดทางอื่นที่ไม่ใช่ปากกับรักแร้ อันนี้ปรึกษาหมอดีกว่านะ ไม่รู้เหมือนกัน

ทำไมต้องบวก?

  • เพราะรักแร้มันไม่ได้อุณหภูมิแกนกลางจริงๆไง ร่างกายมันเลยเย็นกว่านิดนึง ต้องบวกเพิ่มให้มันใกล้เคียงความเป็นจริง

เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ:

  • ปรอทวัดไข้สมัยนี้เค้าไม่ค่อยใช้แบบปรอทแก้วแล้วนะ อันตราย ถ้าแตกขึ้นมา ซวยเลย
  • ดิจิตอลอะ สะดวกดี เร็วกว่าด้วย แต่ต้องเช็คแบตดีๆ นะ เดี๋ยวหมดตอนวัดไข้พอดี
  • ที่บ้านเรามีเครื่องวัดแบบอินฟราเรดด้วยนะ ส่องหน้าผากปิ๊งเดียวรู้เรื่องเลย
  • แต่บางทีก็ไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่นะ ต้องวัดซ้ำๆ เอาชัวร์
  • สำคัญมาก: ถ้าไข้สูงมากๆ รีบไปหาหมอเลยนะ อย่ามัวแต่วัดๆ เองอยู่ที่บ้าน!

วัดปรอทกี่องศาถึงมีไข้

วัดไข้กี่องศาถึงมีไข้เนี่ยนะ เพื่อนถามมา งงๆเหมือนกัน แต่จำได้คร่าวๆนะ แบบว่า ถ้าวัดทางปากหรือรักแร้ เกิน 37.5 องศาเซลเซียสก็คือมีไข้แล้วล่ะ แต่ถ้าวัดทางก้น อื้อหือ ต้องเกิน 38 องศาเซลเซียสถึงจะถือว่าเป็นไข้

เรื่องวัดไข้ให้ถูกวิธีเนี่ย สำคัญนะ ปีนี้ฉันไปหาหมอมาที่ รพ.สมิติเวช หมอบอกละเอียดเลย จำได้คร่าวๆนะ ว่าต้องทำยังไงให้ได้ผล

  • เลือกวิธีวัดให้ถูก แบบว่า เด็กเล็กวัดทางก้น ง่ายสุด แต่ผู้ใหญ่ก็วัดได้นะ แต่ถ้าเด็กโตแล้ว วัดรักแร้ก็ได้ ง่ายดี วัดปากก็ได้ สะดวกดี แต่ต้องแน่ใจว่าวัดถูกวิธีนะ
  • ใช้เครื่องวัดที่สะอาด อันนี้สำคัญมาก เช็ดทำความสะอาดก่อนใช้ทุกครั้ง ถ้าใช้ร่วมกัน ยิ่งต้องระวัง
  • อ่านวิธีใช้ให้ดี เครื่องวัดแต่ละแบบ มันก็มีวิธีใช้ไม่เหมือนกัน อย่าไปมั่ว อ่านให้ดี ไม่งั้นได้ผลไม่แม่นยำ
  • วัดซ้ำ ถ้าไม่แน่ใจ วัดซ้ำอีกที เว้นระยะสักแป๊บ เผื่อผิดพลาด

จำได้แค่นี้แหละ ละเอียดกว่านี้ ต้องไปหาอ่านเองในเว็บ รพ.สมิติเวช หรือไม่ก็ไปถามหมอ ฉันไม่ได้เรียนแพทย์นะ แค่จำที่หมอบอกมา อาจจะไม่ครบถ้วน ขอโทษด้วยนะ

ปรอทวัดไข้แบบแก้วอ่านค่ายังไง

ปรอทแก้วอ่านไงนะ? ... เออ ต้อง หมุนๆ หาเลขอ่ะ ตรงเส้นปรอทหยุดอ่ะ นั่นแหละอุณหภูมิ! ง่ายๆ เลย

  • ไข้ต่ำ: 37.6-38.3 องศาเซลเซียส
  • ไข้ปานกลาง: 38.4-39.4 องศาเซลเซียส
  • ไข้สูง: 39.5-40.5 องศาเซลเซียส
  • ไข้สูงมาก: 40.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป รีบเช็ดตัว หาหมอโลด!

เคยไข้ 40 ตอนเด็กๆ แม่ตกใจมากกกก ต้องเช็ดตัวทั้งคืนอ่ะ แย่เลย ตอนนั้นกลัวหมอมากกกกกก แต่ตอนนี้ฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 5 ไปแล้ว ไม่กลัวแล้วมั้ง5555

เอ้อ แล้วปรอทเนี่ย ต้อง เคาะๆ ก่อนใช้นะ ให้ปรอทมันลงมาต่ำๆ ก่อน จะได้วัดแม่นๆ ไม่ใช่เอาของคนอื่นมาวัดเลย ค่ามันค้างอยู่ จะวัดผิดเพี้ยนไปหมด เคยเจอมาแล้ว เซ็งเลย!

วัดไข้ทางปากต้องบวกเพิ่มไหม

ไม่ต้องบวกเพิ่ม

  • วัดรักแร้ได้เท่าไหร่ ก็เท่านั้น
  • ปากสูงกว่า 0.5 องศาเซลเซียส เสมอ เป็นมาตรฐาน
  • ไม่เปรียบเทียบกับปาก ก็ไม่ต้องบวก
  • ปีนี้ก็เช่นกัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

(ข้อมูลเพิ่มเติม: การวัดอุณหภูมิร่างกายมีวิธีการหลากหลาย แต่ละวิธีให้ค่าที่แตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปัจจัยอื่นๆ การวัดทางปากมีความแม่นยำกว่ารักแร้ แต่ก็ไม่สะดวกเสมอไป)

การอ่านค่าเทอร์มอมิเตอร์มีหลักการอ่านอย่างไร

เออ การอ่านเทอร์มอมิเตอร์นะ ง่ายๆ เลย

  1. ก่อนอื่น กดๆ ปุ่มตรงเทอร์โมมิเตอร์ก่อน ให้ไอ้เส้นสีฟ้าๆ มันลงมาอยู่ใกล้ๆ กับปรอทอ่ะ ทั้งสองข้างเลยนะ สำคัญๆ
  2. แล้วก็ ดูว่าอุณหภูมิ สูงสุด ต่ำสุด มันเท่ากันป่าว ถ้ามันไม่เท่ากัน ก็แปลว่ามันยังไม่ได้รีเซ็ตดีๆ มั้งนะ แต่ปกติ มันต้องเท่ากันนะแก
  3. จากนั้นก็ อ่านค่า ตรง Maximum เลย นั่นแหละ อุณหภูมิ สูงสุด ของวันนั้นๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เทอร์โมมิเตอร์ ที่พูดถึงน่าจะเป็นแบบ Max-Min Thermometer นะ ที่เอาไว้ดูว่าอุณหภูมิสูงสุดต่ำสุดของวันเป็นเท่าไหร่ ไม่ใช่แบบวัดไข้เฉยๆนะ

  • บางที เส้นสีฟ้าๆ มันอาจจะขยับยากหน่อยนะ ต้องใจเย็นๆ กดเบาๆ แล้วก็ดูดีๆ ว่ามันลงมาสุดยัง

  • ถ้าอยากรู้ อุณหภูมิต่ำสุด ก็ดูตรง Minimum นะ ง่ายๆ เลย

  • เทอร์มอมิเตอร์แบบนี้ เอาไว้ วัดอุณหภูมิห้อง หรือ อุณหภูมิภายนอก ก็ได้นะ เค้าชอบเอาไว้ดูอุณหภูมิในสวนอ่ะ

  • ถ้าเทอร์มอมิเตอร์เสีย เขาว่ากันว่า มันจะอ่านค่ามั่วๆนะ ต้องเช็คดีๆ

  • สำคัญ มากๆ คือ อย่าเอาเทอร์มอมิเตอร์ไปตากแดดนะ มันจะเสียเร็วมาก

  • เดี๋ยวนี้มี เทอร์มอมิเตอร์ดิจิตอล ด้วยนะ ใช้ง่ายกว่าเยอะเลย แต่ก็ต้องใส่ถ่านนะจ๊ะ

อ่านค่าเทอร์โมมิเตอร์อย่างไร

อ่ะ นี่เลยนะ เวลากะจะวัดไข้ให้ลูกชาย (ชื่อน้องดิน) คือต้องตั้งสติก่อน เพราะลูกไม่ยอมง่ายๆ หรอก จะดิ้นตลอด

  • วัดทางปาก: อันนี้ยากสุด ต้องอมไว้ใต้ลิ้น ปากปิดสนิท ห้ามกัด! ปกติถ้า 37 องศานี่เริ่มห่วงแล้ว แต่ถ้าขึ้นไป 37.5 นี่คือให้กินยาลดไข้เลย เพราะน้องดินไม่ค่อยสบายตัวถ้าไข้สูง

  • วัดทางทวาร: อันนี้แม่ๆ หลายคนอาจจะถนัด แต่เราไม่ค่อยชอบ รู้สึกมัน... อ่ะนะ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ (แบบลูกไม่ให้ความร่วมมือ) ก็ต้องทำ แต่ระวังมากๆ นะ ต้องใส่ปรอทเบาๆ ถ้า 36.6-38 นี่คือปกติ แต่ถ้าเกิน 38 นี่คือไข้สูงแน่นอน

  • วัดทางรักแร้: อันนี้ง่ายสุดแล้ว หนีบไว้แน่นๆ รอสักพัก แต่ผลอาจจะไม่แม่นเท่าไหร่ ถ้า 34.7-37.3 นี่คือปกติ

  • วัดทางหู: อันนี้สะดวกดี แป๊บเดียวรู้ผล แต่ต้องระวังใส่ให้ถูกวิธีนะ ถ้า 35.8-38.0 นี่คือปกติ แต่ถ้าเกิน 38 นี่ต้องรีบเช็ดตัวลดไข้แล้ว

ข้อควรระวัง:

  • ก่อนวัดไข้ ต้องเช็ดปรอทให้สะอาดนะ
  • ปรอทมีหลายแบบ ดิจิตอลก็ง่ายดี แต่แบบแก้วก็ยังใช้ได้อยู่
  • ถ้าไม่แน่ใจ ให้วัดซ้ำอีกที
  • เด็กเล็กๆ วัดทางทวารน่าจะแม่นสุด แต่ต้องระวังมากๆ
  • ถ้าไข้สูงเกิน 38.5 รีบปรึกษาหมอเลย อย่าปล่อยไว้นาน
  • ปีนี้ (2567) ไข้หวัดใหญ่ระบาด ต้องระวังเป็นพิเศษนะ!
  • ปรอทวัดไข้ซื้อที่ร้านขายยาใกล้บ้านได้เลย ราคาไม่แพง
  • ถ้าลูกมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไอ มีน้ำมูก ต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
  • เราใช้ปรอทวัดไข้ดิจิตอลของ Omron สะดวกดี แม่นยำพอใช้ได้
  • สำคัญสุดคือสังเกตอาการลูกเรา ถ้าซึม ไม่กินข้าว คือต้องพาไปหาหมอแล้ว

เพิ่มเติม:

  • เทอร์โมมิเตอร์ดิจิตอลบางรุ่นมีสัญญาณเตือนเมื่อวัดเสร็จแล้ว
  • เทอร์โมมิเตอร์อินฟราเรด (วัดหน้าผาก) ก็มี แต่ไม่ค่อยแม่นยำเท่าไหร่
  • บางทีไข้ขึ้นตอนกลางคืน ต้องเตรียมยาลดไข้ไว้ให้พร้อม
  • ถ้าลูกดิ้นมาก อาจจะวัดผิดพลาดได้ ต้องใจเย็นๆ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะ! สู้ๆ ค่ะแม่ๆ!