การฝึกสมองมีอะไรบ้าง

0 ครั้งเข้าชม
การฝึกสมองมีอะไรบ้างประกอบด้วยการบริหารสมองซีกซ้ายและซีกขวา การทำกิจกรรมฝึกสมองสำหรับผู้ใหญ่ และการทำท่ากายบริหารสมอง Brain Gym เพื่อวิธีป้องกันโรคสมองเสื่อม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การฝึกสมองมีอะไรบ้าง: วิธีบริหารและป้องกันโรค

การฝึกสมองมีอะไรบ้างเป็นคำถามสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพสมองในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้วิธีบริหารและกิจกรรมที่เหมาะสมช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยปกป้องความเสื่อมถอยที่อาจเกิดขึ้นตามวัย

การฝึกสมองมีอะไรบ้างและทำไมจึงสำคัญต่อสุขภาพจิต

การฝึกสมองอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยและไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับทุกคน เนื่องจากความสามารถในการเรียนรู้และความเสื่อมตามวัยของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันอย่างมาก การทำความเข้าใจวิธีบริหารสมองที่เหมาะสมจึงช่วยให้คุณเลือกแนวทางดูแลสุขภาพสมองได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดในชีวิตประจำวัน

การบริหารสมองทำได้ง่ายๆ โดยการฝึกทำกิจกรรมแปลกใหม่ เช่น เปลี่ยนมือข้างที่ไม่ถนัดแปรงฟัน เล่นเกมทายปัญหา ซูโดกุ หรือทำกิจกรรมฝึกสมองสำหรับผู้ใหญ่ เช่น การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองและความยืดหยุ่นของระบบประสาท [1]

1. กายบริหารสมอง (Brain Gym)

การใช้มือและร่างกายเคลื่อนไหวในท่าทางที่แปลกไปจากชีวิตประจำวัน ช่วยกระตุ้นการทำงานของฝึกสมองซีกซ้ายซีกขวาให้เกิดการสื่อสารที่ดีขึ้น

ท่าจีบรูปตัว L: ยกมือสองข้างขึ้น มือขวาทำท่าจีบ (จีบนิ้วโป้งกับนิ้วชี้) ส่วนมือซ้ายทำรูปตัว L (กางนิ้วโป้งกับนิ้วชี้) จากนั้นทำสลับข้างกันไปมาเพื่อฝึกสมาธิและการประสานงานของสมอง

ท่าแตะจมูก-แตะหู: มือขวาจับจมูก มือซ้ายจับใบหูซ้ายพร้อมกัน จากนั้นเปลี่ยนมือซ้ายมาจับจมูก มือขวาจับใบหูขวา ทำสลับกันไปมาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กระบวนการคิด

ท่านวดปุ่มสมอง: ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของมือข้างหนึ่งนวดบริเวณแอ่งใต้ไหปลาร้าเบาๆ ประมาณ 30 วินาที ในขณะที่มืออีกข้างวางทาบบริเวณสะดือ อาจช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองได้บ้าง [2]

2. พัฒนาทักษะและเรียนรู้สิ่งใหม่

การทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ ทำให้สมองไม่ได้ออกแรงเท่าที่ควร เราจึงควรบังคับให้สมองได้คิดและเรียนรู้อยู่เสมอเพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางความคิด

สลับการใช้มือ: ลองใช้มือข้างที่ไม่ถนัดในการทำกิจวัตรประจำวันง่ายๆ เช่น ใช้หวีผม หรือแปรงฟัน เพื่อกระตุ้นสมองฝั่งตรงข้ามให้ทำงานอย่างตื่นตัว

กิจกรรมฝึกทักษะ: เล่นเกมลับสมอง เช่น ซูโดกุ (Sudoku), อักษรไขว้, หมากรุก หรือเกมทายปัญหาที่ต้องใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์

เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ: ฝึกภาษาต่างประเทศ เรียนเล่นดนตรี หรือศึกษาทักษะใหม่ๆ ที่ไม่เคยลองทำมาก่อน เพื่อสร้างเครือข่ายใยประสาทที่หนาแน่นขึ้น

3. ดูแลสุขภาพองค์รวมเพื่อสมองที่เฉียบคม

ร่างกายและสมองเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง หากร่างกายได้รับการดูแลที่ดี สมองก็จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความจำที่ดีขึ้น

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การเดินหรือวิ่งช่วยกระตุ้นการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและช่วยในวิธีป้องกันโรคสมองเสื่อมได้ในระยะยาว

การนอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมง ช่วยให้สมองมีส่วนร่วมในกระบวนการกำจัดของเสียและสนับสนุนการทำงานของเซลล์ประสาท แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถฟื้นฟูเซลล์ประสาทได้อย่างเต็มที่ [3]

อาหารบำรุงสมอง: ทานอาหารเช้า รับประทานผักใบเขียว ธัญพืช ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้าสูง และดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

เปรียบเทียบวิธีการบริหารสมองรูปแบบต่างๆ

การเลือกกิจกรรมฝึกสมองควรพิจารณาจากความสะดวกและเป้าหมายส่วนตัว โดยแต่ละวิธีมีจุดเด่นและการประยุกต์ใช้ที่แตกต่างกัน

กายบริหารสมอง (Brain Gym)

• กระตุ้นการทำงานประสานกันของสมองสองซีกทันที

• สั้นมาก เพียง 5-10 นาทีต่อวันก็เห็นผล

• ไม่ต้องใช้ใช้อุปกรณ์ใดๆ ใช้เพียงร่างกายและมือ

การเรียนรู้ทักษะใหม่

• สร้างเครือข่ายเส้นใยประสาทใหม่ในระยะยาว

• ต้องทำอย่างต่อเนื่อง 30-45 นาทีต่อครั้ง

• อาจต้องใช้เครื่องมือ เกม หรือหนังสือฝึกสมอง

การผสมผสานระหว่างกายบริหารสมองและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เข้าด้วยกัน จะช่วยให้สมองได้รับการกระตุ้นทั้งในด้านการเคลื่อนไหวและกระบวนการคิดเชิงลึกอย่างสมดุล

เส้นทางฝึกสมองของสมชายวัยทำงาน

สมชาย พนักงานออฟฟิศอายุ 35 ปีในกรุงเทพฯ เริ่มรู้สึกว่าตนเองมีอาการหลงลืมบ่อยครั้งและสมาธิสั้นลงหลังจากทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานติดต่อกันทุกวัน

ช่วงแรกเขาพยายามจำตารางงานทั้งหมดโดยไม่จดบันทึก ซึ่งส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมและสมองล้าในช่วงบ่ายอย่างรวดเร็ว

เขาจึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ด้วยการแบ่งเวลา 10 นาทีตอนเช้ามาทำท่ากายบริหารสมอง Brain Gym และสลับมาใช้มือซ้ายถือช้อนตักอาหาร

หลังจากทำต่อเนื่องเป็นเวลา 4 สัปดาห์ สมชายรู้สึกว่าสมองปลอดโปร่งขึ้น ความจำดีขึ้น และสามารถจัดการงานซับซ้อนได้โดยมีความเครียดลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ผลลัพธ์ที่ต้องบรรลุ

กระตุ้นสองซีกด้วย Brain Gym

การฝึกท่าบริหารมือและร่างกายช่วยให้สมองซีกซ้ายและซีกขวาทำงานประสานกันได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

ท้าทายสมองด้วยสิ่งใหม่

การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ หรือสลับใช้มือข้างที่ไม่ถนัดช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยประสาทใหม่ในสมอง

ดูแลสุขภาพองค์รวมควบคู่กัน

การนอนหลับพักผ่อนและการออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้สมองปลอดโปร่งและมีอายุยืนยาว

ส่วนข้อยกเว้น

การฝึกสมองช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมได้จริงหรือ

การฝึกสมองช่วยสร้างทุนสำรองทางปัญญา (Cognitive Reserve) ซึ่งช่วยชะลออาการและลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมได้ แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพกายและการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอด้วย

ควรใช้เวลาฝึกสมองนานเท่าไหร่ต่อวัน

คุณสามารถแบ่งเวลาทำกิจกรรมบริหารสมองเพียงวันละ 10 ถึง 15 นาทีก็เพียงพอแล้ว ความสม่ำเสมอในการฝึกฝนมีความสำคัญมากกว่าการหักโหมทำเป็นเวลานานในครั้งเดียว

ผู้สูงอายุสามารถทำกายบริหารสมอง Brain Gym ได้หรือไม่

ผู้สูงอายุสามารถทำได้เป็นอย่างดี เพราะท่าบริหารส่วนใหญ่มีความปลอดภัยและช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและการทรงตัวได้พร้อมๆ กัน

หมายเหตุ

  • [1] Readersdigest - การบริหารสมองทำได้ง่ายๆ โดยการฝึกทำกิจกรรมแปลกใหม่ เช่น เปลี่ยนมือข้างที่ไม่ถนัดแปรงฟัน เล่นเกมทายปัญหา ซูโดกุ หรือทำกายบริหารกระตุ้นสมอง (Brain Gym) เช่น ท่าจีบ-L เพื่อให้สมองทั้งสองซีกทำงานประสานกันและกระตุ้นการสร้างเส้นใยประสาทใหม่ๆ
  • [2] Pptvhd36 - ท่านวดปุ่มสมอง: ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของมือข้างหนึ่งนวดบริเวณแอ่งใต้ไหปลาร้าเบาๆ ประมาณ 30 วินาที ในขณะที่มืออีกข้างวางทาบบริเวณสะดือ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • [3] Nutritionfacts - การนอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมง ช่วยให้สมองได้เคลียร์ของเสียและฟื้นฟูเซลล์ประสาทอย่างเต็มที่