เก็บอุจจาระ เยอะแค่ไหน
เก็บอุจจาระ เยอะแค่ไหน: ปริมาณและวิธีเก็บส่งตรวจ
การเตรียมตัวส่งตรวจตัวอย่างอุจจาระ เก็บอุจจาระ เยอะแค่ไหน ที่ถูกต้องช่วยให้ผลวิเคราะห์มีความแม่นยำสูง ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจปริมาณและระยะเวลานำส่งที่เหมาะสมเพื่อป้องกันตัวอย่างเสื่อมสภาพ หลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการเก็บตัวอย่างเพื่อผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้จากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ปริมาณอุจจาระส่งตรวจที่ถูกต้อง เก็บอุจจาระ เยอะแค่ไหน ถึงจะพอดี
การเก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อนำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจฟังดูเป็นเรื่องซับซ้อน และปริมาณที่ต้องเก็บนั้นอาจขึ้นอยู่กับประเภทของการตรวจทางห้องปฏิบัติการในแต่ละกรณี สำหรับการตรวจสุขภาพทั่วไป ปริมาณอุจจาระที่เหมาะสมคือประมาณ 1 ช้อนเล็ก หรือมีขนาดเท่ากับนิ้วหัวแม่มือ (ประมาณ 4-5 กรัม) [1] ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับนักเทคนิคการแพทย์ในการนำไปวิเคราะห์ส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์หรือตรวจหาพยาธิและ การเก็บอุจจาระตรวจสุขภาพ
ผู้รับการตรวจจำนวนมากมักเข้าใจผิดว่า ยิ่งเก็บตัวอย่างอุจจาระมาในปริมาณมากเท่าไร ผลการตรวจก็ยิ่งมีความแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น ในความเป็นจริง การใส่ตัวอย่างแน่นเกินไปจนล้นกระปุกนอกจากจะทำให้ปิดฝาไม่สนิทและเสี่ยงต่อการรั่วซึมแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงในการปนเปื้อนสิ่งสกปรกจากภายนอกอีกด้วย ปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่าหัวแม่มือก็เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์สมบูรณ์แบบแล้ว
ความจริงแล้ว การเก็บอุจจาระให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลา ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของตัวอย่างมากกว่าปริมาณ - เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดส่วนนี้ในหัวข้อการเก็บรักษาด้านล่าง
วิธีเก็บอุจจาระส่งตรวจ และขั้นตอนการใส่กระปุกอย่างถูกวิธี
ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างอุจจาระที่ถูกต้องเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ภาชนะที่ใช้ควรเป็นกระปุกเก็บตัวอย่างเฉพาะที่ได้รับจากโรงพยาบาลหรือคลินิก ซึ่งผ่านการฆ่าเชื้อและมีช้อนตักติดอยู่กับฝากระปุก หากจำเป็นต้องเตรียมภาชนะเอง ควรใช้กระปุกพลาสติกที่สะอาด แห้งสนิท และปิดล็อคแน่นหนา
การเตรียมตัวและอุปกรณ์ก่อนเริ่มขับถ่าย
ก่อนทำการขับถ่าย ควรปัสสาวะออกให้หมดก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ปัสสาวะมาปะปนกับอุจจาระ จากนั้นใช้วัสดุรองรับ เช่น แผ่นพลาสติกถนอมอาหารขึงไว้บนปากชักโครก หรือใช้กระดาษสะอาดรองรับอุจจาระ เพื่อไม่ให้อุจจาระสัมผัสกับน้ำในชักโครกโดยตรง
เทคนิคการตักและเลือกตำแหน่งอุจจาระส่งตรวจ
เมื่อขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ช้อนเล็กที่ติดอยู่กับฝากระปุกตักตัวอย่างอุจจาระ หากพบว่าอุจจาระมีส่วนที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น มีมูก ปนเลือด หรือสีเปลี่ยนแปลง ให้เลือกตักบริเวณดังกล่าวมาส่งตรวจ เพราะเป็นส่วนที่มีโอกาสพบพยาธิสภาพสูงที่สุด
ตักอุจจาระประมาณ 1 ช้อนสั้น ใส่ลงในกระปุก เช็ดทำความสะอาดขอบปากกระปุกหากมีส่วนเลอะ แล้วปิดฝาให้แน่นสนิททันทีเพื่อป้องกันการระเหยและการแพร่กระจายของกลิ่น วิธีเก็บอุจจาระส่งตรวจ
ข้อควรระวังสำคัญ ห้ามปะปนกับน้ำและปัสสาวะ
สิ่งสำคัญที่สุดในการเก็บอุจจาระคือการป้องกันไม่ให้ตัวอย่างสัมผัสกับน้ำ ปัสสาวะ หรือสบู่ น้ำในชักโครกมีสารเคมีและเชื้อแบคทีเรียเจือปน ซึ่งอาจทำลายเซลล์พยาธิหรือฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ต้องการตรวจหา ทำให้เกิดผลลบปลอมได้
ส่วนปัสสาวะมีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างที่อาจทำลายพยาธิหรือแบคทีเรียในอุจจาระเช่นกัน ดังนั้นการแยกส่วนของการขับถ่ายอย่างชัดเจนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผลการตรวจสุขภาพมีความถูกต้องแม่นยำสูงสุด
ระยะเวลาและการเก็บรักษาตัวอย่างอุจจาระก่อนนำส่งโรงพยาบาล
สำหรับปัจจัยสำคัญเรื่องระยะเวลาที่ได้เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้ ตัวอย่างอุจจาระที่เก็บแล้วควรนำส่งห้องปฏิบัติการหรือโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากเก็บตัวอย่าง[2] เนื่องจากแบคทีเรียและพยาธิบางชนิดอาจสลายตัวเมื่ออยู่ภายนอกร่างกายเป็นเวลานาน
หากไม่สามารถนำส่งได้ภายใน 2 ชั่วโมง ให้เก็บรักษาตัวอย่างอุจจาระไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา (อุณหภูมิประมาณ 2-8 องศาเซลเซียส) การแช่เย็นจะช่วยชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและการย่อยสลายของเซลล์ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเก็บไว้เกิน 24 ชั่วโมง และห้ามนำไปแช่ในช่องแช่แข็งโดยเด็ดขาด [4] เพราะเกล็ดน้ำแข็งจะทำลายโครงสร้างของเซลล์จนไม่สามารถนำไปวิเคราะห์ได้ ปริมาณอุจจาระส่งตรวจ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเก็บอุจจาระตรวจสุขภาพ
คนส่วนใหญ่มักมีความเข้าใจผิดหลายประการเกี่ยวกับการเก็บตัวอย่างอุจจาระ บางคนเชื่อว่าต้องอดอาหารก่อนเก็บตัวอย่าง ซึ่งในความเป็นจริงการตรวจอุจจาระทั่วไปไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เว้นแต่แพทย์จะสั่งเฉพาะเจาะจง เช่น การตรวจเลือดแฝงในอุจจาระที่อาจต้องหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แดงและวิตามินซีปริมาณสูงก่อนตรวจ เก็บอุจจาระใส่กระปุกอย่างไร
อีกหนึ่งความเข้าใจผิดคือการนำอุจจาระที่เก็บไว้นานเกิน 1 วันมาส่งตรวจ ตัวอย่างที่เก็บไว้นานเกินไปจะเกิดการเน่าเสียและผลการตรวจจะคลาดเคลื่อนได้ง่าย ดังนั้นหากพลาดเวลาส่งตรวจ แนะนำให้ทำการเก็บตัวอย่างใหม่อีกครั้งในวันถัดไปจะดีที่สุด
เปรียบเทียบประเภทภาชนะเก็บตัวอย่างอุจจาระส่งตรวจ
การเลือกใช้ภาชนะที่ถูกต้องมีผลต่อคุณภาพของตัวอย่างอุจจาระและความแม่นยำในการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการกระปุกเก็บอุจจาระมาตรฐานจากโรงพยาบาล
- ฝาเกลียวปิดแน่นสนิท ป้องกันกลิ่นและการรั่วซึมขณะขนส่ง
- มีช้อนตักติดมากับฝา ทำให้สะดวกในการตักและไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์เสริม
- ผ่านการฆ่าเชื้อ ปลอดเชื้อ และแห้งสนิท ป้องกันการปนเปื้อนภายนอกได้ดีเยี่ยม
ภาชนะพลาสติกสะอาดดัดแปลงใช้เอง
- เสี่ยงต่อการปิดไม่แน่นสนิท ทำให้กลิ่นหรือสิ่งเปรอะเปื้อนเล็ดลอดออกมาได้
- ต้องหาอุปกรณ์ตักแยกต่างหาก เช่น ไม้ไอศกรีมสะอาด หรือช้อนพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง
- อาจมีการปนเปื้อนของความชื้น สบู่ หรือสารเคมีตกค้าง หากทำความสะอาดไม่ดีพอ
การใช้กระปุกมาตรฐานจากโรงพยาบาลเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด หากจำเป็นต้องใช้ภาชนะดัดแปลง ควรเลือกพลาสติกเนื้อหนาที่ล้างสะอาด ต้มสุก และผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใช้งานเสมอประสบการณ์การเก็บตัวอย่างอุจจาระตรวจสุขภาพของสมชาย
สมชาย พนักงานบริษัทวัย 35 ปี ในกรุงเทพมหานคร ต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี แต่เขารู้สึกกังวลทุกครั้งเมื่อต้องเก็บตัวอย่างอุจจาระ เพราะไม่แน่ใจว่าต้องใช้ปริมาณมากแค่ไหน และกลัวทำเลอะเทอะ
ในครั้งแรก สมชายพยายามตักอุจจาระใส่กระปุกจนเต็มล้น ทำให้ฝาปิดไม่สนิทและส่งกลิ่นรบกวน อีกทั้งยังทำตัวอย่างตกหล่นไปปนเปื้อนน้ำในชักโครก ทำให้ต้องยกเลิกการส่งตรวจในวันนั้น
เขาจึงเปลี่ยนวิธีโดยนำพลาสติกถนอมอาหารมาขึงรองปากชักโครกก่อนขับถ่าย และใช้ช้อนเล็กตักอุจจาระเพียงปริมาณเท่าหัวแม่มือ (ประมาณ 4-5 กรัม) โดยเลือกบริเวณที่มีลักษณะเป็นมูก
ผลลัพธ์คือเขาสามารถเก็บตัวอย่างได้อย่างสะอาด ปิดฝาแน่นสนิท และนำส่งห้องปฏิบัติการได้ภายใน 1 ชั่วโมง ทำให้ได้ผลตรวจสุขภาพที่ถูกต้องและแม่นยำโดยไม่ต้องทำซ้ำ
คำถามในหัวข้อเดียวกัน
ถ้าเผลอทำอุจจาระปนกับปัสสาวะหรือน้ำในชักโครก ต้องทำอย่างไร?
หากตัวอย่างอุจจาระสัมผัสกับน้ำในชักโครกหรือปัสสาวะ ไม่ควรนำมาส่งตรวจ เพราะสารเคมีและแบคทีเรียในน้ำจะทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน แนะนำให้เททิ้งและทำการเก็บตัวอย่างใหม่อีกครั้งในการขับถ่ายรอบถัดไป
หากไม่สามารถนำส่งอุจจาระได้ภายใน 2 ชั่วโมง ควรเก็บอย่างไร?
ให้นำกระปุกอุจจาระใส่ถุงพลาสติกปิดปากให้มิดชิด แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา (อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส) โดยสามารถเก็บไว้ได้นานไม่เกิน 24 ชั่วโมง และห้ามแช่ช่องแช่แข็งเด็ดขาด
หากอุจจาระมีลักษณะเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ จะเก็บใส่กระปุกอย่างไร?
หากอุจจาระเป็นเหลว ให้ใช้ช้อนที่ติดกับฝากระปุกตักขึ้นมาประมาณ 1-2 ช้อน หรือใช้หลอดหยดสะอาดดูดตัวอย่างเหลวใส่กระปุกประมาณ 2-3 มิลลิลิตร โดยระวังไม่ให้ล้นกระปุก
ต้องอดอาหารหรือหยุดยา ก่อนเก็บอุจจาระส่งตรวจหรือไม่?
การตรวจอุจจาระทั่วไปไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แต่หากเป็นการตรวจหาเลือดแฝง แพทย์อาจแนะนำให้หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แดง วิตามินซี และยาบางชนิดล่วงหน้า 3 วัน เพื่อป้องกันผลตรวจคลาดเคลื่อน
มุมมองโดยรวม
ปริมาณที่เหมาะสมคือ 4-5 กรัมใช้ปริมาณอุจจาระเพียง 1 ช้อนเล็ก หรือขนาดเท่าหัวแม่มือก็เพียงพอต่อการวิเคราะห์ ไม่จำเป็นต้องตักจนเต็มกระปุก [5]
ป้องกันการปนเปื้อนเด็ดขาดห้ามให้อุจจาระสัมผัสกับน้ำในชักโครก ปัสสาวะ หรือสบู่ เพราะจะทำให้เซลล์พยาธิและแบคทีเรียถูกทำลาย
นำส่งภายใน 2 ชั่วโมงหรือแช่เย็นควรนำตัวอย่างส่งห้องปฏิบัติการภายใน 2 ชั่วโมง หากไม่ทันให้แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
เลือกตักบริเวณที่มีความผิดปกติหากพบอุจจาระมีมูก ปนเลือด หรือสีแปลกไป ให้เลือกตักบริเวณนั้นส่งตรวจเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด
การอ้างอิงไขว้
- [1] Pharmacy - สำหรับการตรวจสุขภาพทั่วไป ปริมาณอุจจาระที่เหมาะสมคือประมาณ 1 ช้อนเล็ก หรือมีขนาดเท่ากับนิ้วหัวแม่มือ (ประมาณ 4-5 กรัม)
- [2] Si - ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากเก็บตัวอย่าง
- [4] Bumrungrad - ไม่ควรเก็บไว้เกิน 24 ชั่วโมง และห้ามนำไปแช่ในช่องแช่แข็งโดยเด็ดขาด
- [5] Pharmacy - ใช้ปริมาณอุจจาระเพียง 1 ช้อนเล็ก หรือขนาดเท่าหัวแม่มือก็เพียงพอต่อการวิเคราะห์ ไม่จำเป็นต้องตักจนเต็มกระปุก
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต