IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร

94 ครั้งเข้าชม
โดยทั่วไป IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต. การเชื่อมต่อนี้ช่วยให้อุปกรณ์ส่งข้อมูลและสั่งการได้อัตโนมัติ. ระบบนี้ต่างจาก M2M ตรงที่การเชื่อมต่อมีความครอบคลุมมากกว่าและรองรับการใช้งานผ่านโปรโตคอลอินเทอร์เน็ตมาตรฐาน.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร: นิยามที่ถูกต้อง

เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคต IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า สิ่งที่น่าสนใจคือความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สะดวกยิ่งขึ้น. การเข้าใจความหมายที่แท้จริงของเทคโนโลยีนี้ช่วยให้คุณประยุกต์ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและลดความสับสนในการเลือกใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบเครือข่ายอัจฉริยะที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน.

IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร?

IoT หรือ Internet of Things มักถูกเรียกในภาษาไทยว่า อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง ซึ่งสะท้อนถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม ในทางเทคนิคแล้ว ชื่อเรียกอื่นของ IoT มักถูกนำไปใช้สลับกับคำศัพท์ที่ใกล้เคียงกันหลายคำ ตามบริบทการใช้งานที่แตกต่างออกไป

เมื่อเจาะลึกถึงชื่อเรียกเหล่านี้ อาจทำให้หลายคนเกิดความสับสนได้ง่าย โดยเฉพาะมือใหม่ที่กำลังทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ คำถามนี้มักมีคำตอบมากกว่าหนึ่ง เพราะแต่ละชื่อสื่อถึงวิวัฒนาการและขอบเขตของเครือข่ายที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

M2M หรือ Machine to Machine

ในยุคแรกเริ่มของอุปกรณ์เชื่อมต่อ เรามักรู้จักกันในชื่อ M2M คืออะไร ซึ่งเน้นไปที่การสื่อสารระหว่างเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อัจฉริยะด้วยกันเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากมนุษย์ การสื่อสารนี้เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลและตัดสินใจเบื้องต้นได้เอง

การใช้งาน M2M พบได้บ่อยในอุตสาหกรรม เช่น ระบบตรวจสอบเครื่องจักรในโรงงาน หรือระบบตรวจวัดระดับน้ำมันในถังเก็บโดยอัตโนมัติ แม้จะเป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน แต่ M2M มีความจำกัดในเรื่องการทำงานร่วมกับระบบภายนอก ซึ่งแตกต่างจาก IoT คืออะไร ที่เน้นการเชื่อมต่อที่กว้างขวางกว่าบนโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตมาตรฐาน

IoE หรือ Internet of Everything

อีกหนึ่งชื่อเรียกที่มักถูกใช้แทน หรือต่อยอดจาก IoT คือ IoE หรือ Internet of Everything ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตจากแค่ตัวอุปกรณ์ ไปจนถึงการเชื่อมโยง กระบวนการ ข้อมูล และมนุษย์ เข้าไว้ด้วยกันบนเครือข่ายเดียวอย่างไร้รอยต่อ

แนวคิดนี้เกิดขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมที่ใหญ่ขึ้นว่า ข้อมูลที่ถูกส่งมาจากอุปกรณ์ต่างๆ จะถูกนำไปประมวลผลร่วมกับบริบทอื่นได้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น โดยอาศัยการประมวลผลที่ไม่ได้จำกัดแค่ตัวเลขจากเซนเซอร์ แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมมนุษย์และข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลองค์กรด้วย

บริบทการใช้งานที่แตกต่าง

ความเข้าใจผิดเรื่องชื่อเรียกเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจ ความหมายของ Internet of Things ให้ถูกต้องตามบริบทจะช่วยลดความสับสนในการสื่อสารทางธุรกิจหรือการออกแบบระบบได้เป็นอย่างดี

เปรียบเทียบชื่อเรียกในระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ

การเลือกใช้คำเรียกแต่ละชื่อส่งผลต่อความเข้าใจในเชิงลึก ดังนี้คือข้อแตกต่างสำคัญ

M2M (Machine to Machine)

• การสื่อสารระหว่างอุปกรณ์โดยตรง

• มักทำงานแยกส่วน (Silo)

• จำกัดอยู่ในโรงงานหรืออุตสาหกรรม

IoT (Internet of Things)

• การเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต

• เชื่อมต่อระบบเข้ากับโลกออนไลน์

• ครอบคลุมทั้งบ้านอัจฉริยะและธุรกิจ

IoE (Internet of Everything)

• บูรณาการทุกสิ่ง (คน, ข้อมูล, กระบวนการ)

• เน้นการสร้างคุณค่าจากข้อมูลรวม

• ภาพรวมเชิงกลยุทธ์ทั้งองค์กร

แม้จะถูกนำมาใช้แทนกันบ่อยครั้ง แต่ M2M คือจุดเริ่มต้น, IoT คือจุดเชื่อมต่อ, และ IoE คือเป้าหมายสูงสุดของการบูรณาการข้อมูลในยุคปัจจุบัน

เส้นทางจาก M2M สู่ IoT ของบริษัทโลจิสติกส์ในกรุงเทพฯ

บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เริ่มต้นจากการติดตั้งระบบเซนเซอร์วัดอุณหภูมิในตู้แช่ที่ทำงานแบบ M2M ซึ่งแสดงผลแค่ที่ตัวรถเท่านั้น พนักงานขับรถต้องจดบันทึกทุกๆ 4 ชั่วโมง ทำให้เสียเวลาและข้อมูลคลาดเคลื่อนบ่อยครั้ง

หลังจากเปลี่ยนมาใช้ IoT ทางบริษัทสามารถส่งข้อมูลอุณหภูมิขึ้นระบบคลาวด์ได้แบบเรียลไทม์ ทำให้หัวหน้างานที่ออฟฟิศสามารถติดตามสถานะผ่านสมาร์ทโฟนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดความผิดพลาดในการจดบันทึกไปได้ถึง 80%

การเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความง่าย แต่เกิดความท้าทายในตอนแรก เพราะพนักงานหลายคนกังวลเรื่องการถูกจับจ้องตลอดเวลา ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจถึงความปลอดภัยของสินค้าและมาตรฐานการจัดส่ง

หลังจากใช้งานมา 6 เดือน บริษัทสามารถลดของเสียจากสินค้าเน่าเสียได้ ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการข้อมูลแบบ IoE[3] ที่ดึงข้อมูลจราจรมาคำนวณร่วมกับเวลาส่งของ ทำให้วางแผนเส้นทางได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน

อภิปรายเพิ่มเติม

ทำไม IoT ถึงถูกเรียกว่า อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง?

เนื่องจาก IoT เป็นการเชื่อมต่อวัตถุรอบตัวที่เดิมไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ให้สามารถส่งข้อมูลและสื่อสารกันได้ เปรียบเสมือนสิ่งของเหล่านั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกอินเทอร์เน็ตไปแล้ว

ผมจะแยกความแตกต่างระหว่าง M2M และ IoT ได้อย่างไร?

วิธีสังเกตง่ายๆ คือ M2M มักเน้นการคุยกันเองระหว่างเครื่องจักรในพื้นที่ปิด ส่วน IoT จะนำข้อมูลเหล่านั้นไปผ่านระบบคลาวด์เพื่อให้อุปกรณ์อื่นๆ หรือมนุษย์เข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ทั่วโลก

IoE ดีกว่า IoT อย่างไร?

IoE ไม่ได้ดีกว่า แต่กว้างกว่า เพราะรวมเอาปัจจัยมนุษย์และกระบวนการทำงานเข้ามาวิเคราะห์ด้วย ทำให้การตัดสินใจมีมิติที่ครอบคลุมมากกว่าแค่ข้อมูลจากเซนเซอร์เพียงอย่างเดียว

บทเรียนที่ได้เรียนรู้

ความหมายของ IoT

IoT หรือ Internet of Things คือเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับอินเทอร์เน็ต เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติ

M2M คือจุดเริ่มต้น

M2M เน้นการสื่อสารระหว่างเครื่องจักรโดยตรงและเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของอุปกรณ์เชื่อมต่อยุคก่อน

หากคุณยังสงสัยว่า ระบบประเภท l O T คืออะไร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
IoE คือวิวัฒนาการ

IoE รวมทั้งอุปกรณ์ มนุษย์ ข้อมูล และกระบวนการเข้าไว้ด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในระดับองค์กร

หมายเหตุ

  • [3] Aws - บริษัทสามารถลดของเสียจากสินค้าเน่าเสียได้ ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการข้อมูลแบบ IoE