IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร
IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร: นิยามที่ถูกต้อง
เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคต IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า สิ่งที่น่าสนใจคือความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สะดวกยิ่งขึ้น. การเข้าใจความหมายที่แท้จริงของเทคโนโลยีนี้ช่วยให้คุณประยุกต์ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและลดความสับสนในการเลือกใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบเครือข่ายอัจฉริยะที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน.
IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร?
IoT หรือ Internet of Things มักถูกเรียกในภาษาไทยว่า อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง ซึ่งสะท้อนถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม ในทางเทคนิคแล้ว ชื่อเรียกอื่นของ IoT มักถูกนำไปใช้สลับกับคำศัพท์ที่ใกล้เคียงกันหลายคำ ตามบริบทการใช้งานที่แตกต่างออกไป
เมื่อเจาะลึกถึงชื่อเรียกเหล่านี้ อาจทำให้หลายคนเกิดความสับสนได้ง่าย โดยเฉพาะมือใหม่ที่กำลังทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ คำถามนี้มักมีคำตอบมากกว่าหนึ่ง เพราะแต่ละชื่อสื่อถึงวิวัฒนาการและขอบเขตของเครือข่ายที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
M2M หรือ Machine to Machine
ในยุคแรกเริ่มของอุปกรณ์เชื่อมต่อ เรามักรู้จักกันในชื่อ M2M คืออะไร ซึ่งเน้นไปที่การสื่อสารระหว่างเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อัจฉริยะด้วยกันเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากมนุษย์ การสื่อสารนี้เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลและตัดสินใจเบื้องต้นได้เอง
การใช้งาน M2M พบได้บ่อยในอุตสาหกรรม เช่น ระบบตรวจสอบเครื่องจักรในโรงงาน หรือระบบตรวจวัดระดับน้ำมันในถังเก็บโดยอัตโนมัติ แม้จะเป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน แต่ M2M มีความจำกัดในเรื่องการทำงานร่วมกับระบบภายนอก ซึ่งแตกต่างจาก IoT คืออะไร ที่เน้นการเชื่อมต่อที่กว้างขวางกว่าบนโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตมาตรฐาน
IoE หรือ Internet of Everything
อีกหนึ่งชื่อเรียกที่มักถูกใช้แทน หรือต่อยอดจาก IoT คือ IoE หรือ Internet of Everything ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตจากแค่ตัวอุปกรณ์ ไปจนถึงการเชื่อมโยง กระบวนการ ข้อมูล และมนุษย์ เข้าไว้ด้วยกันบนเครือข่ายเดียวอย่างไร้รอยต่อ
แนวคิดนี้เกิดขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมที่ใหญ่ขึ้นว่า ข้อมูลที่ถูกส่งมาจากอุปกรณ์ต่างๆ จะถูกนำไปประมวลผลร่วมกับบริบทอื่นได้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น โดยอาศัยการประมวลผลที่ไม่ได้จำกัดแค่ตัวเลขจากเซนเซอร์ แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมมนุษย์และข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลองค์กรด้วย
บริบทการใช้งานที่แตกต่าง
ความเข้าใจผิดเรื่องชื่อเรียกเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจ ความหมายของ Internet of Things ให้ถูกต้องตามบริบทจะช่วยลดความสับสนในการสื่อสารทางธุรกิจหรือการออกแบบระบบได้เป็นอย่างดี
เปรียบเทียบชื่อเรียกในระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ
การเลือกใช้คำเรียกแต่ละชื่อส่งผลต่อความเข้าใจในเชิงลึก ดังนี้คือข้อแตกต่างสำคัญM2M (Machine to Machine)
• การสื่อสารระหว่างอุปกรณ์โดยตรง
• มักทำงานแยกส่วน (Silo)
• จำกัดอยู่ในโรงงานหรืออุตสาหกรรม
IoT (Internet of Things)
• การเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต
• เชื่อมต่อระบบเข้ากับโลกออนไลน์
• ครอบคลุมทั้งบ้านอัจฉริยะและธุรกิจ
IoE (Internet of Everything)
• บูรณาการทุกสิ่ง (คน, ข้อมูล, กระบวนการ)
• เน้นการสร้างคุณค่าจากข้อมูลรวม
• ภาพรวมเชิงกลยุทธ์ทั้งองค์กร
แม้จะถูกนำมาใช้แทนกันบ่อยครั้ง แต่ M2M คือจุดเริ่มต้น, IoT คือจุดเชื่อมต่อ, และ IoE คือเป้าหมายสูงสุดของการบูรณาการข้อมูลในยุคปัจจุบันเส้นทางจาก M2M สู่ IoT ของบริษัทโลจิสติกส์ในกรุงเทพฯ
บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เริ่มต้นจากการติดตั้งระบบเซนเซอร์วัดอุณหภูมิในตู้แช่ที่ทำงานแบบ M2M ซึ่งแสดงผลแค่ที่ตัวรถเท่านั้น พนักงานขับรถต้องจดบันทึกทุกๆ 4 ชั่วโมง ทำให้เสียเวลาและข้อมูลคลาดเคลื่อนบ่อยครั้ง
หลังจากเปลี่ยนมาใช้ IoT ทางบริษัทสามารถส่งข้อมูลอุณหภูมิขึ้นระบบคลาวด์ได้แบบเรียลไทม์ ทำให้หัวหน้างานที่ออฟฟิศสามารถติดตามสถานะผ่านสมาร์ทโฟนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดความผิดพลาดในการจดบันทึกไปได้ถึง 80%
การเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความง่าย แต่เกิดความท้าทายในตอนแรก เพราะพนักงานหลายคนกังวลเรื่องการถูกจับจ้องตลอดเวลา ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจถึงความปลอดภัยของสินค้าและมาตรฐานการจัดส่ง
หลังจากใช้งานมา 6 เดือน บริษัทสามารถลดของเสียจากสินค้าเน่าเสียได้ ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการข้อมูลแบบ IoE[3] ที่ดึงข้อมูลจราจรมาคำนวณร่วมกับเวลาส่งของ ทำให้วางแผนเส้นทางได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน
อภิปรายเพิ่มเติม
ทำไม IoT ถึงถูกเรียกว่า อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง?
เนื่องจาก IoT เป็นการเชื่อมต่อวัตถุรอบตัวที่เดิมไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ให้สามารถส่งข้อมูลและสื่อสารกันได้ เปรียบเสมือนสิ่งของเหล่านั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกอินเทอร์เน็ตไปแล้ว
ผมจะแยกความแตกต่างระหว่าง M2M และ IoT ได้อย่างไร?
วิธีสังเกตง่ายๆ คือ M2M มักเน้นการคุยกันเองระหว่างเครื่องจักรในพื้นที่ปิด ส่วน IoT จะนำข้อมูลเหล่านั้นไปผ่านระบบคลาวด์เพื่อให้อุปกรณ์อื่นๆ หรือมนุษย์เข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ทั่วโลก
IoE ดีกว่า IoT อย่างไร?
IoE ไม่ได้ดีกว่า แต่กว้างกว่า เพราะรวมเอาปัจจัยมนุษย์และกระบวนการทำงานเข้ามาวิเคราะห์ด้วย ทำให้การตัดสินใจมีมิติที่ครอบคลุมมากกว่าแค่ข้อมูลจากเซนเซอร์เพียงอย่างเดียว
บทเรียนที่ได้เรียนรู้
ความหมายของ IoTIoT หรือ Internet of Things คือเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับอินเทอร์เน็ต เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติ
M2M คือจุดเริ่มต้นM2M เน้นการสื่อสารระหว่างเครื่องจักรโดยตรงและเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของอุปกรณ์เชื่อมต่อยุคก่อน
IoE รวมทั้งอุปกรณ์ มนุษย์ ข้อมูล และกระบวนการเข้าไว้ด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในระดับองค์กร
หมายเหตุ
- [3] Aws - บริษัทสามารถลดของเสียจากสินค้าเน่าเสียได้ ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการข้อมูลแบบ IoE
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต