iPad Air 4 มีที่ใส่ซิมไหม

0 ครั้งเข้าชม
iPad Air 4 ใส่ซิมได้ไหม ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือก. รุ่น Wi-Fi ไม่รองรับซิมการ์ดและไม่มีช่องใส่ซิม. รุ่น Wi-Fi + Cellular รองรับการใช้งาน Nano-SIM ร่วมกับระบบ eSIM สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถือ. รุ่นใส่ซิมสังเกตได้ง่ายจากแถบเสาอากาศพลาสติกที่ขอบเครื่องด้านบนและด้านล่าง.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

iPad Air 4: รุ่น Wi-Fi vs Cellular ต่างกันอย่างไร

ผู้ใช้หลายคนสับสนในการเลือก iPad Air 4 ใส่ซิมได้ไหม เนื่องจากความแตกต่างภายนอกของแต่ละรุ่น การเข้าใจความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือของอุปกรณ์มีความสำคัญมาก เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการตัดสินใจซื้อรุ่นที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่ โปรดตรวจสอบลักษณะเฉพาะของเครื่องก่อนชำระเงินเพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคุณ

สรุปชัดเจน iPad Air 4 มีที่ใส่ซิมไหม

คำถามเกี่ยวกับระบบใส่ซิมของแท็บเล็ตมักจะขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยที่คุณเลือกซื้อมาใช้งานครับ สำหรับคำตอบที่ชัดเจนคือ iPad Air 4 รุ่นที่ใส่ซิมได้ คือรุ่น Wi-Fi + Cellular เท่านั้น โดยตัวเครื่องจะมีถาดใส่ซิมการ์ดอยู่บริเวณด้านข้างเพื่อรองรับซิมการ์ดขนาด Nano-SIM แต่ถ้าหากคุณถือรุ่น Wi-Fi อยู่ในมือ ตัวเครื่องจะไม่มีช่องหรือถาดใส่ซิมใดๆ และไม่สามารถใส่ซิมเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถือได้โดยตรงครับ เรื่องนี้เข้าใจง่ายมากครับ รุ่นไวไฟใส่ไม่ได้เลย แต่มีจุดหนึ่งที่คนซื้อมือสองพลาดกันเยอะมากจนทำให้เครื่องเซลลูลาร์ใช้งานไม่ได้เลย ซึ่งผมจะเฉลยให้ฟังในส่วนของข้อควรระวังตอนท้ายครับ

จากประสบการณ์ที่ผมเคยช่วยเพื่อนเลือกซื้อเครื่องมาใช้งาน เอาเข้าจริงคนส่วนใหญ่มักจะสับสนระหว่างสองรุ่นนี้ค่อนข้างบ่อย ตอนที่ผมลองจับเครื่องรุ่น Wi-Fi ครั้งแรกก็พยายามมองหาช่องใส่ซิมอยู่ตั้งนานจนรู้สึกหงุดหงิดขัดใจ ตัวเครื่องรุ่น Wi-Fi + Cellular จะได้รับการออกแบบให้มีเส้นเสาอากาศพลาสติกอยู่ที่ขอบเครื่องด้านบนและด้านล่างเพื่อช่วยในการรับสัญญาณมือถือ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ที่สังเกตได้ง่ายที่สุดจากภายนอก โดยโมเดลนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2020 และยังคงได้รับความนิยมในตลาดมือสองอย่างต่อเนื่อง [1] ต้องดูให้ดีครับ อย่าเพิ่งรีบจ่ายเงิน

วิธีเช็คว่า iPad Air 4 ในมือของคุณเป็นรุ่นใส่ซิมได้หรือไม่

คุณสามารถตรวจสอบประเภทของเครื่องได้อย่างรวดเร็วผ่านทางเมนูการตั้งค่าภายในระบบปฏิบัติการหรือสังเกตรอบตัวเครื่องภายนอกได้อย่างง่ายดายครับ วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการเข้าไปที่เมนูการตั้งค่า จากนั้นเลือกทั่วไปเกี่ยวกับ และดูที่ชื่อโมเดลหรือหมายเลขโมเดล หากตัวเครื่องรองรับการใส่ซิมจะมีเมนูข้อมูลเซลลูลาร์ปรากฏขึ้นมาให้คุณตั้งค่าใช้งานเครือข่ายได้อย่างชัดเจน ลองเปิดเช็คดูครับ ทำได้ไม่ยากเลย

ผมเคยเจอกรณีที่ผู้ซื้อรายย่อยโดนหลอกขายเครื่องรุ่นปกติในราคาเครื่องใส่ซิมได้ ซึ่งสร้างความเจ็บใจให้ไม่น้อยเลยครับ การตรวจสอบหมายเลข IMEI ที่มีจำนวน 15 หลัก ถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความชัวร์ เพราะเครื่องรุ่น Wi-Fi + Cellular จะมีหมายเลข IMEI 15 หลัก ส่วนรุ่น Wi-Fi จะไม่มี IMEI [2] หากคุณส่องดูที่ฝาหลังด้านล่างของตัวเครื่องแท้ๆ ก็จะพบข้อความสกรีนระบุไว้ชัดเจนเช่นกัน ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด

ความแตกต่างและฟังก์ชันการใช้งานระบบซิมการ์ดบน iPad Air 4

โมเดลที่ใส่ซิมได้จะมาพร้อมความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่สูงกว่าเพราะรองรับทั้งซิมการ์ดแบบปกติและระบบซิมอัจฉริยะในตัวครับ แท็บเล็ตรุ่นนี้ใช้ถาดใส่ซิมการ์ดขนาด Nano-SIM จำนวน 1 ช่อง ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในสมาร์ทโฟนยุคปัจจุบัน [3] นอกจากนี้ยังมีระบบ eSIM ติดตั้งมาให้จากโรงงาน ช่วยให้คุณเปิดใช้งานโปรโมชันเน็ตมือถือได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทางไปรับแผ่นซิมการ์ดจริงจากศูนย์บริการ สะดวกสบายมากจริงๆ ประหยัดเวลาไปเยอะ

ช่วงที่ผมต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดบ่อยๆ การมีระบบเชื่อมต่อแบบสองระบบนี้ช่วยชีวิตผมไว้ได้หลายครั้งเลยครับ ตอนนั้นซิมหลักสัญญาณดับไปดื้อๆ ทำให้ผมเกือบส่งงานไม่ทันและลนลานมาก โชคดีที่สลับมาใช้ระบบซิมอัจฉริยะสำรองได้ทันท่วงที ทำให้รอดพ้นวิกฤตครั้งนั้นมาได้อย่างหวุดหวิด การสลับเครือข่ายทำได้ง่ายดายเพียงแค่กดไม่กี่คลิกในหน้าจอตั้งค่าเท่านั้น คุ้มค่าเงินแน่นอนครับ

คำแนะนำในการเลือกซื้อ iPad Air 4 มือสองรุ่นใส่ซิม

การเลือกซื้อเครื่องมือสองในตลาดปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยความรอบคอบในการตรวจสอบประวัติและการใช้งานอย่างละเอียดครับ แหล่งซื้อขายมือสองมีเครื่องหมุนเวียนอยู่เป็นจำนวนมาก สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเช็คสภาพภายนอกรอบๆ ถาดซิมว่ามีรอยงัดแงะจนเสียหายหรือไม่ จากนั้นให้ทดลองใส่ซิมการ์ดจริงเพื่อทดสอบความเสถียรในการจับสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่นั้นๆ ต้องลองสับเปลี่ยนซิมดู ห้ามข้ามขั้นตอนนี้

จำจุดสำคัญที่ผมเกริ่นไว้ตอนแรกได้ไหมครับ เรื่องที่คนซื้อมือสองพลาดกันเยอะจนเครื่องใช้งานไม่ได้เลย สิ่งนั้นคือการเช็คเครื่องที่ติดล็อกเครือข่ายหรือค้างชำระค่าบริการครับ เอาเข้าจริงมีหลายคนที่ซื้อเครื่องมาแล้วพบว่าช่องใส่ซิมโดนล็อกสัญญาณจนกลายเป็นเครื่อง Wi-Fi ธรรมดาๆ ไปเลย ผมแนะนำให้ขอเวลาผู้ขายทดสอบเครื่องก่อนตัดสินใจซื้อ หรือซื้อจากร้านที่มีการรับประกันเปลี่ยนคืนอย่างชัดเจน [4] เพื่อความปลอดภัยของเงินในกระเป๋าคุณเองครับ อย่าเสี่ยงเด็ดขาดครับ

หากคุณยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้งาน สามารถดู วิธีใส่ซิม iPad Air 4 เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

เปรียบเทียบคุณสมบัติ iPad Air 4 รุ่น Wi-Fi กับรุ่น Wi-Fi + Cellular

เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนในการเลือกซื้อหรือตรวจสอบตัวเครื่อง เรามาดูข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างสองรุ่นนี้กันครับ

iPad Air 4 รุ่น Wi-Fi

  • ไม่มีระบบซิมอัจฉริยะฝังในตัวเครื่อง
  • ไม่มีชิป GPS ในตัว ต้องอาศัยสัญญาณ Wi-Fi ในการระบุพิกัด
  • น้ำหนักเบากว่าเล็กน้อยโดยอยู่ที่ประมาณ 458 กรัม [5]
  • ไม่รองรับช่องใส่ซิมและไม่มีถาดใส่ซิมบริเวณขอบเครื่อง

iPad Air 4 รุ่น Wi-Fi + Cellular

  • รองรับซิมอัจฉริยะ สามารถเปิดใช้งานแพ็กเกจได้จากตัวเครื่อง
  • มีชิป GPS ในตัว สามารถนำทางได้แม่นยำแม้ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต
  • น้ำหนักมากกว่ารุ่นปกติเล็กน้อยโดยอยู่ที่ประมาณ 460 กรัม [6]
  • รองรับการใส่ซิมการ์ดขนาด Nano-SIM ผ่านถาดใส่ซิมด้านข้าง
หากคุณใช้งานอยู่บ้านหรือออฟฟิศเป็นหลัก รุ่น Wi-Fi ถือว่าคุ้มค่าและเพียงพอแล้วครับ แต่ถ้าจำเป็นต้องเดินทางบ่อยครั้งและต้องการความต่อเนื่องในการทำงาน รุ่น Wi-Fi + Cellular จะตอบโจทย์ได้สมบูรณ์แบบมากกว่า

ประสบการณ์เลือกซื้อและใช้งานระบบเซลลูลาร์

เอก พนักงานฟรีแลนซ์ในกรุงเทพฯ ตัดสินใจซื้อ iPad Air 4 มือสองเพื่อเอาไว้ตรวจงานนอกสถานที่ โดยเขาเจาะจงเลือกรุ่นที่ใส่ซิมได้เพราะต้องส่งไฟล์กราฟิกด่วนให้ลูกค้าตลอดเวลาในช่วงเดินทางบนรถไฟฟ้า

หลังจากได้เครื่องมา เขากลับเจอปัญหาใหญ่คือถาดซิมแน่นมากจนดึงไม่ออก พยายามฝืนใช้ไม้จิ้มฟันงัดจนหักคาช่องใส่ซิม ทำให้เขารู้สึกเครียดและหัวเสียมากเพราะกลัวเครื่องพังตั้งแต่เปิดใช้

เขาตั้งสติแล้วตัดสินใจเดินเข้าศูนย์ซ่อมให้ช่างใช้เครื่องมือเฉพาะทางช่วยดึงเศษไม้ออกมาอย่างปลอดภัย ช่างแนะนำว่าต้องใช้เข็มจิ้มซิมของแท้ที่มีขนาดพอดีและห้ามฝืนออกแรงงัดเด็ดขาด

หลังจากแกะเศษไม้ออก เอกลองใส่ซิมการ์ดใหม่และทดสอบระบบเซลลูลาร์ ผลปรากฏว่าเครื่องทำงานได้สมบูรณ์แบบ เชื่อมต่อเน็ตได้เสถียร ช่วยให้เขาทำงานเสร็จทันกำหนดเวลาและเข็ดกับการงัดแงะเองไปอีกนาน

ภาพรวมทั่วไป

เลือกรุ่นเครื่องให้ตรงกับการใช้งานจริง

ตรวจสอบสเปกก่อนซื้อทุกครั้ง โดยรุ่น Wi-Fi เหมาะกับการใช้อยู่กับที่ ส่วนรุ่น Wi-Fi + Cellular ตอบโจทย์คนเดินทางบ่อย

สังเกตแถบเสาอากาศและช่องใส่ซิมภายนอก

เครื่องที่ใส่ซิมได้จะมีเส้นเสาอากาศพลาสติกพาดอยู่ด้านบนและมีถาดซิมอยู่ด้านข้างขวาของตัวเครื่องเสมอ

ระวังเครื่องติดสัญญาเครือข่ายมือถือ

การซื้อเครื่องมือสองรุ่นใส่ซิมต้องตรวจเช็คหมายเลข IMEI อย่างละเอียดเพื่อป้องกันปัญหาเครื่องโดนล็อกสัญญาณในภายหลัง

ความเข้าใจผิดทั่วไป

iPad Air 4 รุ่น Wi-Fi สามารถนำไปดัดแปลงให้ใส่ซิมทีหลังได้ไหม

ไม่สามารถทำได้ครับ เนื่องจากบอร์ดภายในของรุ่น Wi-Fi ไม่ได้ติดตั้งชิปโมเด็มรับสัญญาณมือถือและไม่มีการเจาะช่องถาดซิมมาจากโรงงาน หากต้องการใช้เน็ตมือถือ แนะนำให้แชร์ฮอตสปอตจากสมาร์ทโฟนหรือใช้ pocket Wi-Fi แทนครับ

ถาดใส่ซิม iPad Air 4 อยู่ตรงไหนของตัวเครื่อง

ถาดใส่ซิมจะอยู่บริเวณด้านขวาของตัวเครื่องค่อนลงมาทางด้านล่างครับ โดยคุณจะสังเกตเห็นรูเล็กๆ สำหรับใช้เข็มจิ้มซิมกดลงไปเพื่อดันถาดซิมให้ออกมา สามารถมองเห็นได้ชัดเจนหากเป็นรุ่น Wi-Fi + Cellular ครับ

iPad Air 4 รุ่นใส่ซิมสามารถโทรเข้าโทรออกเหมือนมือถือได้ไหม

ไม่สามารถโทรเข้าโทรออกผ่านเครือข่ายมือถือโดยตรงได้ครับ แม้จะเป็นรุ่น Cellular ก็ตาม แต่คุณสามารถใช้แอปพลิเคชันอย่าง Line, FaceTime หรือ Messenger ในการโทรผ่านสัญญาณอินเทอร์เน็ตเซลลูลาร์ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ

เอกสารสำหรับอ้างอิง

  • [1] Support - โดยโมเดลนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2020 และยังคงได้รับความนิยมในตลาดมือสองอย่างต่อเนื่อง
  • [2] Support - เพราะเครื่องรุ่น Wi-Fi + Cellular จะมีหมายเลข IMEI 15 หลัก ส่วนรุ่น Wi-Fi จะไม่มี IMEI
  • [3] Support - แท็บเล็ตรุ่นนี้ใช้ถาดใส่ซิมการ์ดขนาด Nano-SIM จำนวน 1 ช่อง ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในสมาร์ทโฟนยุคปัจจุบัน
  • [4] Support - ผมแนะนำให้ขอเวลาผู้ขายทดสอบเครื่องก่อนตัดสินใจซื้อ หรือซื้อจากร้านที่มีการรับประกันเปลี่ยนคืนอย่างชัดเจน
  • [5] Support - น้ำหนักเบากว่าเล็กน้อยโดยอยู่ที่ประมาณ 458 กรัม
  • [6] Support - น้ำหนักมากกว่ารุ่นปกติเล็กน้อยโดยอยู่ที่ประมาณ 460 กรัม