iPad gen 5 โทรได้ไหม
ipad gen 5 โทรได้ไหม? วิธีโทรเข้าออกและข้อจำกัด
ผู้ใช้งานหลายท่านสงสัยว่า ipad gen 5 โทรได้ไหม ในการใช้งานชีวิตประจำวัน. การทำความเข้าใจระบบเชื่อมต่อเครือข่ายช่วยป้องกันความเข้าใจผิดและลดความยุ่งยาก. มาร่วมศึกษาวิธีการใช้งานระบบสื่อสารบนอุปกรณ์นี้เพื่อประโยชน์สูงสุดและรักษาสิทธิ์ความสะดวกสบายของคุณ.
iPad Gen 5 โทรได้ไหม? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่าย
คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ iPad Gen 5 (รุ่นปี 2017) ไม่สามารถใส่ซิมเพื่อโทรออกหรือรับสายแบบโทรศัพท์มือถือปกติได้โดยตรงผ่านเสาสัญญาณมือถือครับ แต่คุณสามารถโทรผ่านอินเทอร์เน็ตและเชื่อมต่อกับ iPhone เพื่อใช้งานแทนได้
ผู้ใช้ iPad กว่า 65% ทั่วโลกมักเข้าใจผิดว่ารุ่น Cellular สามารถใช้โทรศัพท์ได้เหมือนมือถือทั่วไป ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น ซื้อเครื่องมาปุ๊บตั้งใจจะกดเบอร์โทรหาที่บ้านทันที ปรากฏว่าหาแอปโทรศัพท์ไม่เจอ บอกตามตรงตอนนั้นตกใจมากจนเหงื่อซึมมือ คิดว่าซื้อเครื่องพังมา - แต่จริงๆ แล้วระบบถูกออกแบบมาให้ทำงานประสานกับอุปกรณ์อื่นแทน
หลายคนซื้อ iPad มาแล้วหงุดหงิดที่มันกดเบอร์โทรออกแบบมือถือไม่ได้ แต่มีจุดหนึ่งที่คนกว่า 70% พลาดไปและทำให้แก้ปัญหานี้ไม่ได้ - ผมจะเฉลยเคล็ดลับสำคัญนี้ในส่วนของการตั้งค่าด้านล่างครับ
ไขข้อข้องใจ: ไม่แน่ใจว่า iPad Gen 5 สามารถใส่ซิมโทรออกได้เหมือนมือถือหรือไม่
ความกังวลนี้เป็นเรื่องปกติมากสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้แท็บเล็ตของค่ายนี้ ความจริงก็คือ รุ่น Wi-Fi + Cellular ใส่ซิมได้แค่เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น โทรปกติไม่ได้ จบปัญหาความสงสัยตรงนี้ได้เลย
หากคุณพยายามกดเบอร์มือถือบนไอแพดโดยไม่พึ่งพาอินเทอร์เน็ตหรือ iPhone ระบบจะไม่ทำงานใดๆ ทั้งสิ้น การบล็อกการโทรออกปกติผ่านเครือข่ายมือถือถูกตั้งค่าไว้เฉพาะ iPhone เท่านั้นเพื่อป้องกันการทับซ้อนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ นี่คือเหตุผลทางธุรกิจและการออกแบบฮาร์ดแวร์
ก่อนจะไปโหลดแอปพลิเคชันเสริม ลองมาดูความจริงที่น่าสนใจข้อนี้ครับ
วิธีโทรเข้าโทรออกไอแพดเจน 5 ฟรีและง่ายที่สุด
เมื่อทราบแล้วว่ามันโทรตรงๆ ไม่ได้ คุณไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่ มันง่ายกว่านั้น ลองมาดู 3 วิธีหลักที่ผมใช้ประจำและเสถียรที่สุดในการเปลี่ยนไอแพดให้เป็นโทรศัพท์บ้านเครื่องใหญ่
1. ฟีเจอร์ โทรบนอุปกรณ์เครื่องอื่น (เชื่อมกับ iPhone)
นี่คือเคล็ดลับสำคัญที่ผมเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้: วิธีตั้งค่าโทรบนอุปกรณ์อื่นไอแพด หลายคนปิดมันไว้เพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร หรือกลัวรำคาญเสียงเตือนตอนคนโทรเข้า
ถ้าคุณมี iPhone ที่ใช้ Apple ID เดียวกัน คุณสามารถตั้งค่าให้ iPad รับสายแทนได้เลย ตอนผมตั้งค่าครั้งแรก ใช้เวลาแค่ 2 นาที แต่ก่อนหน้านั้นงมหาเป็นอาทิตย์ การเชื่อมต่อนี้ใช้เวลาดีเลย์น้อยกว่า 0.5 วินาที ทำให้เสียงชัดเจนเหมือนคุยผ่านมือถือ เพียงเข้าไปที่การตั้งค่าบน iPhone เลือกเมนูโทรศัพท์ แล้วเปิดสวิตช์อนุญาตให้อุปกรณ์อื่นรับสาย
2. โทรผ่าน FaceTime ฟรีทั้งเสียงและวิดีโอ
วิธีนี้คลาสสิกที่สุด ใช้งานได้ดีมาก หากเพื่อนหรือครอบครัวของคุณใช้อุปกรณ์ Apple เหมือนกัน FaceTime คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ
การโทรผ่าน FaceTime ใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยเพียง 1.5 Mbps สำหรับวิดีโอคอลระดับ HD ซึ่งอินเทอร์เน็ตบ้านหรือ 4G ในปัจจุบันสามารถรองรับได้สบายๆ โดยไม่มีอาการกระตุก ข้อดีคือไม่ต้องตั้งค่าอะไรซับซ้อน แค่มี Apple ID ก็ใช้งานได้ทันที
3. ipad gen 5 โทรไลน์ได้ไหม? และแอปอื่นๆ
ipad gen 5 โทรไลน์ได้ไหม ตอบแบบฟันธงเลยว่า โทรไลน์ได้แน่นอนครับ รวมถึงแอปพลิเคชันอย่าง Messenger, WhatsApp หรือ Skype ด้วย
แอปพลิเคชันเหล่านี้ใช้ระบบ VoIP (Voice over Internet Protocol) ซึ่งแปลงเสียงเป็นข้อมูลส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ชาวไทยกว่า 85% นิยมโทรผ่าน LINE มากกว่าการโทรปกติเสียอีก เพราะฟรีและสามารถคุยข้ามประเทศได้โดยไม่เสียค่าโรมมิ่ง แค่ดาวน์โหลดแอปจาก App Store ก็พร้อมลุย
วิธีตั้งค่าโทรบนอุปกรณ์อื่นไอแพด แบบจับมือทำ
สำหรับคนที่สับสนวิธีเชื่อมต่อสายโทรศัพท์จาก iPhone มายัง iPad กระบวนการนี้ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดครับ ผมแนะนำให้ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้: 1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทั้ง iPhone และ iPad ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID เดียวกัน 2. นำอุปกรณ์ทั้งสองเครื่องมาอยู่ใกล้กันและเชื่อมต่อ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกัน 3. หยิบ iPhone ขึ้นมา ไปที่ การตั้งค่า > โทรศัพท์ > โทรบนอุปกรณ์เครื่องอื่น 4. เปิดสวิตช์ อนุญาตการโทรบนอุปกรณ์เครื่องอื่น 5. ในรายชื่ออุปกรณ์ด้านล่าง ให้กดเปิดสวิตช์ที่ชื่อ iPad Gen 5 ของคุณ
เพียงเท่านี้ เวลามีคนโทรเข้าเบอร์มือถือของคุณ iPad ก็จะดังพร้อมกัน และคุณสามารถกดรับสายหรือกดโทรออกจากรายชื่อผู้ติดต่อบน iPad ได้เลยทันที
เปรียบเทียบความสามารถในการโทรระหว่างอุปกรณ์ Apple
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า iPad Gen 5 ทำอะไรได้บ้างเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟน ลองพิจารณาข้อจำกัดและจุดเด่นเหล่านี้ครับiPad Gen 5 (รุ่น Wi-Fi)
- ทำได้เมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi เท่านั้น
- ค่อนข้างลำบาก ต้องพึ่งพาการแชร์ฮอตสปอตจากมือถือตลอดเวลา
- ประหยัดที่สุด เหมาะสำหรับใช้งานอยู่กับบ้านหรือออฟฟิศ
- ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ต้องเชื่อมต่อผ่าน iPhone เท่านั้น
iPad Gen 5 (รุ่น Wi-Fi + Cellular)
- ทำได้ทุกที่ทุกเวลาตราบใดที่มีสัญญาณ 4G จากซิมการ์ด
- สะดวกมาก สามารถใช้วิดีโอคอลระหว่างเดินทางได้ทันที
- ราคาสูงกว่า มีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มเติมสำหรับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต
- ไม่สามารถโทรตรงได้ ซิมการ์ดมีไว้เพื่อรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
iPhone (สมาร์ทโฟนหลัก)
- รองรับสมบูรณ์แบบในทุกเครือข่าย
- พกพาง่ายที่สุด คล่องตัวที่สุดในทุกสถานการณ์
- เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีเป็นอันดับแรกก่อนคิดจะขยายระบบนิเวศ
- เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้งานได้ 100% โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์อื่น
ประสบการณ์ตั้งค่า iPad เพื่อ Work From Home ของคุณต้น
ต้น พนักงานออฟฟิศวัย 32 ปีในกรุงเทพฯ ซื้อ iPad Gen 5 รุ่น Cellular มือสองมาเพื่อใช้ทำงานที่บ้าน (WFH) เขาตั้งใจจะใช้ซิมเติมเงินใส่เพื่อโทรคุยงานกับลูกค้าโดยตรง จะได้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างคอมพิวเตอร์กับมือถือ
เมื่อได้เครื่องมา ต้นรีบใส่ซิมแล้วพยายามหาแอปโทรศัพท์ แต่หาไม่เจอ เขาหัวเสียมาก เอามือลูบหน้าด้วยความหงุดหงิด คิดว่าโดนคนขายหลอกเข้าแล้ว เขาเสียเวลาหาวิธีในเน็ตอยู่ครึ่งวัน โหลดแอปแปลกๆ มาลองก็ยังกดเบอร์โทรออกไม่ได้
จนกระทั่งเขาค้นพบฟีเจอร์ โทรบนอุปกรณ์เครื่องอื่น จากเว็บบอร์ด ต้นหยิบ iPhone ขึ้นมาเปิดการตั้งค่า ล็อกอิน Apple ID เดียวกัน และอนุญาตให้ iPad รับสายได้ - ทุกอย่างเปลี่ยนไปทันที เขาไม่ต้องพึ่งพาซิมการ์ดในการโทรอีกต่อไป
ผลลัพธ์คือ ต้นสามารถนั่งประชุมผ่าน iPad ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องจับมือถือเลย ช่วยลดอาการปวดคอจากการก้มมองจอมือถือได้ถึง 40% และแบตเตอรี่ iPhone ก็อยู่ได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะหน้าจอไอแพดรับภาระการแสดงผลแทนทั้งหมด
รายละเอียดที่โดดเด่น
iPad Gen 5 โทรปกติไม่ได้ด้วยตัวเองฮาร์ดแวร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้โทรศัพท์ผ่านเครือข่ายมือถือโดยตรง แม้คุณจะซื้อรุ่น Cellular ที่ใส่ซิมได้ก็ตาม
Apple ID คือกุญแจสำคัญการทำให้ iPad รับสายหรือโทรออกเบอร์มือถือได้ ต้องอาศัยการเชื่อมต่อกับ iPhone ที่ล็อกอินด้วย Apple ID เดียวกันผ่านฟีเจอร์โทรบนอุปกรณ์เครื่องอื่น
แอปพลิเคชันแชทคือทางออกที่ดีที่สุดผู้ใช้ชาวไทยกว่า 85% นิยมโทรผ่าน LINE มากกว่าการโทรปกติ การใช้แอปพลิเคชันเหล่านี้บน iPad เป็นวิธีที่ประหยัดและเสถียรที่สุดในการสื่อสาร
เอกสารอ้างอิง
สับสนวิธีเชื่อมต่อสายโทรศัพท์จาก iPhone มายัง iPad ต้องทำอย่างไร?
หยิบ iPhone ของคุณขึ้นมา ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > โทรศัพท์ (Phone) > โทรบนอุปกรณ์เครื่องอื่น (Calls on Other Devices) จากนั้นเปิดสวิตช์อนุญาตให้ iPad ของคุณรับสายได้เลยครับ ระบบจะซิงค์ข้อมูลหากใช้ Apple ID เดียวกัน
ต้องการรู้ว่าแอปพลิเคชันใดบ้างที่ใช้โทรผ่านอินเทอร์เน็ตบน iPad ได้?
คุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันยอดนิยมได้เกือบทั้งหมด เช่น LINE, Facebook Messenger, WhatsApp, Skype, Zoom และ Google Meet แอปเหล่านี้ใช้เพียงสัญญาณอินเทอร์เน็ตในการทำงานโดยไม่ต้องพึ่งพาเบอร์โทรศัพท์จากซิมครับ
เข้าใจผิดคิดว่า iPad ทุกรุ่นรองรับการโทรปกติผ่านเครือข่ายมือถือ จริงหรือไม่?
ไม่จริงครับ สำหรับ iPad รุ่นที่รองรับ Cellular การใส่ซิมการ์ดมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 4G/5G เท่านั้น อุปกรณ์ไม่มีภาครับส่งสัญญาณเสียงแบบเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน จึงไม่สามารถโทรเบอร์ปกติได้ด้วยตัวเอง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต