iPad รุ่นไหนสามารถใส่ซิมได้

0 ครั้งเข้าชม
ipad รุ่น ไหน สามารถ ใส่ ซิม ได้ บ้าง. ข้อกำหนดของ Apple ระบุว่า iPad รุ่นที่รองรับ Wi-Fi + Cellular มีช่องใส่ซิมการ์ดในตัว. ผู้ใช้งานตรวจสอบได้จากแถบพลาสติกรับสัญญาณด้านบนเครื่องและถาดซิมด้านข้าง.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ipad รุ่น ไหน สามารถ ใส่ ซิม ได้? วิธีดูรุ่น Cellular

คุณสงสัยเกี่ยวกับการเลือกซื้อ ipad รุ่น ไหน สามารถ ใส่ ซิม ได้ หรือไม่. การทำความเข้าใจความต่างของระบบช่วยป้องกันความผิดพลาดและประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น. มาร่วมสำรวจจุดสังเกตสำคัญเพื่อการเลือกอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่อย่างคุ้มค่า.

ส่องคำตอบชัดๆ ipad รุ่น ไหน สามารถ ใส่ ซิม ได้ บ้าง ใน ปัจจุบัน

คำถามที่ว่า ipad รุ่น ไหน สามารถ ใส่ ซิม ได้ นั้น อาจมีคำตอบที่ซับซ้อนและแตกต่างกันไปตามรุ่นและปีที่ผลิต การเลือกซื้อ iPad เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตภายนอกบ้านอย่างราบรื่นจำเป็นต้องเข้าใจความต่างของระบบฮาร์ดแวร์อย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรก

รุ่นของ iPad ที่สามารถใส่ซิมหรือใช้งานเครือข่ายมือถือได้คือรุ่น Wi-Fi + Cellular เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น iPad รุ่นธรรมดา, iPad mini, iPad Air หรือ iPad Pro หากเป็นเวอร์ชัน Cellular จะมีฟังก์ชันการเชื่อมต่อสัญญาณมือถือมาให้ในตัว โดยในรุ่นเก่าจะมีถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM ส่วนรุ่นใหม่ล่าสุดได้เปลี่ยนมาใช้ระบบ eSIM ทั้งหมดแล้ว

การเติบโตของเทคโนโลยีทำให้แท็บเล็ตยุคนี้แทบไม่ต่างจากสมาร์ทโฟน โดยในปัจจุบันสัดส่วนของยอดขาย iPad รุ่นเชื่อมต่อเซลลูลาร์นั้นถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยครั้ง แม้ว่าราคาเปิดตัวของรุ่น Cellular มักจะสูงกว่ารุ่น Wi-Fi ปกติประมาณ 5.000 ถึง 7.000 บาท แลกกับอิสรภาพในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องเปิดฮอตสปอตจากโทรศัพท์ให้แบตเตอรี่หมดไว

ช่วงแรกที่ฉันตัดสินใจซื้อแท็บเล็ตมาใช้งาน ฉันยอมรับเลยว่าเคยพยายามประหยัดงบด้วยการเลือกซื้อรุ่น Wi-Fi เพียงอย่างเดียวเพราะคิดว่าแชร์เน็ตจากมือถือเอาก็คงพอ แต่หลังจากทนใช้ไปได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ ความจริงก็ทำให้ต้องปวดหัวอย่างหนัก การเปิดแชร์ฮอตสปอตติดต่อกันนาน 2 ชั่วโมงทำให้แบตเตอรี่โทรศัพท์ของฉันลดฮวบลงไปต่ำกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ แถมเครื่องยังร้อนจัดจนระบบตัดการทำงาน ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้ฉันรู้ซึ้งทันทีว่าการจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเลือกรุ่น Cellular เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่ามากสำหรับคนทำงานนอกสถานที่

เจาะลึก iPad แต่ละตระกูลที่รองรับเครือข่าย Cellular และประเภทของซิมการ์ด

หากคุณกำลังมองหา iPad ที่ใช้งานซิมได้ คุณต้องสังเกตชื่อรุ่นที่มีคำว่า Wi-Fi + Cellular อยู่เสมอ โดย Apple ได้แบ่งรูปแบบการรองรับซิมการ์ดในแท็บเล็ตออกเป็นสองกลุ่มหลักๆ ตามยุคสมัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

กลุ่มที่รองรับทั้งซิมการ์ดปกติ (Nano-SIM) และ eSIM

iPad ในกลุ่มนี้จะมีช่องถาดซิมการ์ดขนาดเล็กอยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง ทำให้ผู้ใช้สามารถนำซิมการ์ดพลาสติกทั่วไปมาเสียบใช้งานได้ทันที หรือจะเลือกเปิดใช้งานผ่านระบบซิมดิจิทัลก็ได้ รุ่นที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่: iPad รุ่นประธาน (รุ่นที่ 7 ถึงรุ่นที่ 10): แท็บเล็ตระดับเริ่มต้นที่ตอบโจทย์นักเรียนและคนทั่วไป iPad mini (รุ่นที่ 5 และรุ่นที่ 6): ตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะสำหรับการใช้งานมือเดียว iPad Air (รุ่นที่ 3 ถึงรุ่นที่ 5): รุ่นยอดนิยมที่สมดุลทั้งเรื่องราคาและประสิทธิภาพความแรง iPad Pro (รุ่นหน้าจอ 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว ตั้งแต่ปี 2018 ถึงปี 2022): แท็บเล็ตระดับท็อปสำหรับคนทำงานมืออาชีพ

กลุ่มที่ตัดถาดซิมออกและรองรับเฉพาะ eSIM เท่านั้น

สัญญานเตือนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Apple เกิดขึ้นในรุ่นล่าสุด โดยการตัดช่องใส่ซิมพลาสติกออกไปอย่างถาวรและเปลี่ยนมาใช้ระบบฝังชิปดิจิทัลในตัวเครื่อง 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งข้อดีคือช่วยลดปัญหาชิ้นส่วนชำรุดจากการถอดเข้าออกและเพิ่มพื้นที่ภายในตัวเครื่อง รุ่นที่ใช้ระบบนี้ประกอบด้วย: iPad Pro รุ่นชิป M4 และรุ่นที่ใหม่กว่า ทั้งขนาด 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว: ไม่มีถาดใส่ซิมการ์ดอีกต่อไป iPad Air รุ่นชิป M2 และรุ่นที่ใหม่กว่า ทั้งขนาด 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว: ปรับโฉมใหม่ให้ใช้งานเฉพาะซิมดิจิทัลเท่านั้น ไอpad รุ่น cellular มี อะไร บ้าง ในปัจจุบันก็นับรวมไปถึง ipad mini รุ่นชิป A17 Pro น้องเล็กรุ่นล่าสุดที่เดินตามรอยรุ่นพี่เข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว

วิธี ดู ipad ใส่ ซิม ได้ หรือไม่ ตรวจสอบด้วยตัวเองง่ายๆ ใน 1 นาที

สำหรับใครที่มีเครื่องอยู่กับตัวแต่ไม่แน่ใจว่าแท็บเล็ตของตัวเองเป็นเวอร์ชันไหน มี วิธี ดู ipad ใส่ ซิม ได้ แบบง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็รู้ผลชัดเจนโดยไม่ต้องเดาให้เสียเวลา

วิธีที่เร็วที่สุดคือการหยิบตัวเครื่องขึ้นมาสังเกตบริเวณด้านหลังหรือด้านข้าง หากเป็นรุ่นที่ ipad ใส่ ซิม ได้ ไหม ให้ดูตำแหน่งของเสารับสัญญาณเซลลูลาร์ นอกจากนี้ที่บริเวณขอบด้านข้างตัวเครื่องด้านล่างจะมีรูเล็กๆ สำหรับจิ้มถาดซิมการ์ดโผล่มาให้เห็น ยกเว้นในรุ่นใหม่ล่าสุดที่จะใช้วิธีเช็กผ่านระบบซอฟต์แวร์ภายในแทน

แต่อย่าเพิ่งปักใจเชื่อแค่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว คุณสามารถกดเข้าไปตรวจสอบที่เมนูการตั้งค่า (Settings) บนตัวเครื่องได้โดยตรง เพื่อทำความเข้าใจว่า ipad wifi cellular คือ อะไร ให้มองหาเมนูที่ชื่อว่า ข้อมูลเซลลูลาร์ (Cellular Data) ซึ่งจะอยู่ใต้เมนู Wi-Fi ถ้าหากเครื่องของคุณมีเมนูนีปรากฏขึ้นมา นั่นเป็นหลักฐานยืนยันว่าเครื่องของคุณคือรุ่น Wi-Fi + Cellular ที่พร้อมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถือได้ทันที แต่ถ้าหากเปิดเข้าไปแล้วไม่มีเมนูดังกล่าว มีเพียงแค่ Wi-Fi และ Bluetooth เท่านั้น ก็แสดงว่าเป็นรุ่น Wi-Fi เท่านั้น ไม่สามารถนำซิมการ์ดมาใช้งานได้ในทุกกรณี

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างรุ่น Wi-Fi และรุ่น Wi-Fi + Cellular

ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ iPad มาใช้งาน ลองมาดูข้อแตกต่างสำคัญเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจให้ตรงกับลักษณะการใช้งานของคุณมากที่สุด

iPad รุ่น Wi-Fi

  • ใช้งานได้เฉพาะเมื่อมีสัญญาณ Wi-Fi หรือต้องแชร์ฮอตสปอตจากโทรศัพท์มือถือเท่านั้น
  • ไม่มีชิป GPS ในตัวเครื่อง การระบุตำแหน่งจะอาศัยการอ้างอิงจากสัญญาณ Wi-Fi รอบข้าง
  • ทำให้โทรศัพท์มือถือแบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นหากต้องเปิดแชร์อินเทอร์เน็ตใช้งานต่อเนื่อง
  • ราคาเริ่มต้นประหยัดกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบจำกัดและใช้งานในอาคารเป็นหลัก

⭐ iPad รุ่น Wi-Fi + Cellular (แนะนำ)

  • เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ผ่านสัญญาณ 4G หรือ 5G ของซิมการ์ดและ eSIM
  • มีชิป GPS ในตัวเครื่อง สามารถนำทางและระบุพิกัดแผนที่ได้อย่างแม่นยำแม้ไม่มีเน็ต
  • ประหยัดแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดีเนื่องจากตัวแท็บเล็ตใช้งานอินเทอร์เน็ตได้เอง
  • ราคาสูงกว่ารุ่นปกติ แต่แลกมาด้วยความสะดวกสบายสูงสุดในการทำงานนอกสถานที่
จากการวิเคราะห์ลักษณะการใช้งาน หากคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย ทำงานตามร้านกาแฟ หรือใช้แท็บเล็ตในการนำทางบนรถยนต์ การเลือกซื้อรุ่น Wi-Fi + Cellular จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนผู้ที่เน้นตั้งวางใช้งานอยู่แต่ในบ้านหรือสำนักงานที่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่แล้ว การเลือกซื้อรุ่น Wi-Fi ปกติจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มาก

การเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานนอกสถานที่ของนภัส

นภัส กราฟิกดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์วัย 32 ปีในกรุงเทพฯ ต้องเดินทางไปพบลูกค้าตามร้านกาแฟแถบสุขุมวิทอยู่เป็นประจำ เธอตัดสินใจซื้อ iPad รุ่น Wi-Fi มาใช้งานเพราะต้องการประหยัดงบในตอนแรก ทว่าปัญหาก็เกิดขึ้นทันทีเมื่อเธอไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อส่งงานด่วนให้ลูกค้าตรวจได้เนื่องจากสัญญาณ Wi-Fi ของร้านกาแฟไม่เสถียรและหลุดบ่อยครั้ง

เธอพยายามแก้ปัญหาด้วยการเปิดแชร์ฮอตสปอตจากมือถือของตัวเอง แต่ผลลัพธ์กลับแย่ลงไปอีก เพราะการส่งไฟล์ภาพความละเอียดสูงผ่านฮอตสปอตทำให้สมาร์ทโฟนของเธอร้อนจัดจนเครื่องดับไปดื้อๆ แถมยังส่งงานไม่เสร็จตามกำหนดเวลา สร้างความหงุดหงิดและเกือบทำให้เสียความเชื่อมั่นจากลูกค้าคนสำคัญ

หลังจากเผชิญความล้มเหลวอยู่สามสัปดาห์ นภัสตัดสินใจนำเครื่องเก่าไปเทรดอินและยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเปลี่ยนเป็นรุ่น Wi-Fi + Cellular พร้อมลงทะเบียนใช้งาน eSIM ทันทีแทนการใช้ซิมการ์ดแบบเดิมๆ

ผลลัพธ์คือเธอสามารถเปิดหน้าจอและเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อแก้ไขงานต่อหน้าลูกค้าได้ทันทีโดยใช้เวลาดาวน์โหลดไฟล์ไม่ถึงสองนาที แบตเตอรี่โทรศัพท์ไม่ถูกรบกวนอีกต่อไป ทำให้นภัสสามารถเปลี่ยนโต๊ะกาแฟธรรมดาให้กลายเป็นห้องทำงานส่วนตัวที่เปี่ยมประสิทธิภาพได้ในทุกที่

หากคุณยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับความคุ้มค่า สามารถลองดูเพิ่มเติมว่า iPad รุ่นไหนบ้างที่ใส่ซิมได้ เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

คำถามเสริม

ถ้าซื้อ iPad รุ่น Wi-Fi มาแล้ว จะสามารถซื้ออุปกรณ์เสริมมาเสียบเพื่อใส่ซิมในภายหลังได้ไหม

ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากระบบฮาร์ดแวร์และการรับสัญญาณเซลลูลาร์ถูกติดตั้งมาจากโรงงานเฉพาะในรุ่น Wi-Fi + Cellular เท่านั้น รุ่น Wi-Fi ปกติจะไม่มีชิปและเสารับสัญญาณมือถืออยู่ภายในตัวเครื่องเลย ทางเลือกเดียวคือการแชร์ฮอตสปอตจากสมาร์ทโฟนหรือใช้ชิ้นส่วนพกพาอย่าง Pocket Wi-Fi แทน

iPad รุ่น Cellular จำเป็นต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนตลอดเวลาไหม ถ้าไม่ใส่ซิมจะใช้งานได้ปกติหรือเปล่า

หากคุณไม่ใส่ซิมการ์ดหรือไม่ได้เปิดใช้งาน eSIM ตัวเครื่องก็ยังคงสามารถเปิดใช้งานและเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi บ้านได้ตามปกติเหมือนรุ่นทั่วไปทุกประการ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนใดๆ จากผู้ให้บริการเครือข่ายตราบใดที่คุณไม่ได้สมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไว้

การเปิดใช้งาน eSIM บน iPad รุ่นใหม่มีขั้นตอนยุ่งยากไหม และต้องทำอย่างไร

การตั้งค่าใช้งาน eSIM บนแท็บเล็ตยุคนี้ทำได้ง่ายมากในเวลาไม่ถึง 5 นาที โดยเข้าไปที่เมนูการตั้งค่า เลือกข้อมูลเซลลูลาร์ จากนั้นกดเพิ่มแผนบริการเซลลูลาร์ แล้วใช้กล้องสแกนคิวอาร์โค้ดที่ได้รับมาจากผู้ให้บริการเครือข่ายก็เสร็จสิ้นกระบวนการทันทีโดยไม่ต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ

การประเมินสุดท้าย

ตรวจสอบสัญลักษณ์ Cellular เสมอ

เลือกซื้อเฉพาะรุ่นที่มีระบุว่า Wi-Fi + Cellular บนกล่องหรือรายละเอียดสินค้าเท่านั้น หากระบุแค่ Wi-Fi จะไม่สามารถใส่ซิมหรือใช้เน็ตมือถือได้ในทุกกรณี

รุ่นใหม่เน้นระบบ eSIM เต็มตัว

หากเลือกซื้อ iPad Pro หรือ iPad Air รุ่นล่าสุดของปีนี้ ตัวเครื่องจะไม่มีถาดใส่ซิมพลาสติกมาให้แล้ว ต้องเปิดใช้งานผ่านระบบซิมดิจิทัลดิจิทัลเท่านั้น

ประเมินพฤติกรรมการใช้งานจริง

การเพิ่มเงินประมาณ 5.000 ถึง 7.000 บาทเพื่อซื้อรุ่น Cellular จะคุ้มค่าที่สุดสำหรับคนที่ต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ และต้องการความเสถียรของอินเทอร์เน็ตสูง