ปิดโลเคชั่นยังไง
วิธีปิดโลเคชั่นยังไงเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ
การเรียนรู้วิธีปิดโลเคชั่นยังไงช่วยให้คุณสามารถควบคุมความเป็นส่วนตัวในการใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตั้งค่าตำแหน่งที่ตั้งอย่างถูกต้องช่วยป้องกันการติดตามข้อมูลส่วนบุคคลและลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่ที่ไม่จำเป็นได้เป็นอย่างดี
ปิดโลเคชั่นยังไงให้ปลอดภัยและประหยัดแบตเตอรี่
การปิดโลเคชั่น (GPS) มีวิธีที่แตกต่างกันตามระบบปฏิบัติการ โดยทำตามขั้นตอนสั้นๆ เพื่อหยุดการทำงานที่อาจกินพลังงานแบตเตอรี่และคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของคุณ(cite: 1)
หลายคนมักกังวลเรื่องแอปพลิเคชันแอบติดตามตำแหน่งโดยไม่รู้ตัว การตั้งค่าปิดการเข้าถึงจึงเป็นทางออกที่ช่วยคลายความกังวลนี้ได้ทันที(cite: 1)
วิธีปิดโลเคชั่นบนระบบ iOS (iPhone และ iPad)
สำหรับผู้ใช้งาน iPhone สามารถจัดการตำแหน่งที่ตั้งได้อย่างง่ายดายผ่านเมนูหลัก โดยทำตามขั้นตอนดังนี้: 1. ไปที่เมนู การตั้งค่า (Settings) 2. เลือก ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (Privacy & Security) 3. แตะที่ บริการหาตำแหน่งที่ตั้ง (Location Services) 4. เลื่อนปิดสวิตช์หลักด้านบนสุดเพื่อวิธีปิดการติดตามตำแหน่ง iphoneอย่างเด็ดขาด(cite: 1)
หากคุณไม่ต้องการปิดทั้งหมด แต่ต้องการเลือกปิดเฉพาะบางแอปพลิเคชัน ก็สามารถเลื่อนลงมาด้านล่างเพื่อเลือกตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงของแต่ละแอปแยกต่างหากได้เช่นกัน(cite: 1)
วิธีปิดโลเคชั่นบนระบบ Android
สำหรับผู้ใช้สมาร์ตโฟนระบบ Android ขั้นตอนการปิดระบบติดตามตำแหน่งมีดังนี้: 1. เปิดเมนู การตั้งค่า (Settings) 2. เลื่อนหาและเลือกเมนู ตำแหน่ง (Location) 3. เลื่อนปิดการใช้งานเพื่อหยุดการเข้าถึงตำแหน่งทั้งหมด(cite: 1)
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าไปจัดการสิทธิ์การเข้าถึงของแต่ละแอป (App permissions) เพื่อบล็อกไม่ให้แอปพลิเคชันบางตัวทราบตำแหน่งของคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดระบบทั้งหมด(cite: 1)
การจัดการตำแหน่งที่ตั้งเฉพาะแอปพลิเคชันยอดนิยม
บางครั้งแอปพลิเคชันแชทหรือโซเชียลอาจมีการแชร์ตำแหน่งที่คุณอาจไม่รู้ตัว การตั้งค่าเจาะจงแต่ละแอปจึงมีความสำคัญมาก(cite: 1)
วิธีปิดการเข้าถึงตำแหน่งใน LINE และ Google Maps
สำหรับแอป LINE ให้เข้าไปที่เมนู ตั้งค่า (Settings) > เลือกแอป LINE > ตำแหน่งที่ตั้ง (Location) แล้วเลือกเป็น ไม่เลย (Never) เพื่อไม่ให้แอปเข้าถึงตำแหน่งของคุณ(cite: 1)
ส่วนการใช้งาน Google Maps ให้เปิดแอปพลิเคชัน แล้วกดที่รูปโปรไฟล์ของคุณ เลือก การแชร์ตำแหน่งที่ตั้ง (Location sharing) จากนั้นกดหยุดแชร์กับเพื่อนหรือบุคคลที่เคยตั้งค่าไว้(cite: 1)
เปรียบเทียบวิธีการจัดการโลเคชั่นระหว่าง iOS และ Android
ระบบปฏิบัติการทั้งสองแบบมีแนวทางการจัดการความเป็นส่วนตัวที่คล้ายคลึงกัน แต่มีชื่อเรียกเมนูและรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันเล็กน้อยiPhone (iOS)
- ตั้งค่าให้แอปขออนุญาตก่อนเข้าถึง หรือเลือก 'ไม่เลย' ได้อย่างแม่นยำ
- การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > บริการหาตำแหน่งที่ตั้ง
Android
- จัดการผ่านสิทธิ์ของแอป (App permissions) เพื่อบล็อกการเข้าถึง
- การตั้งค่า > ตำแหน่ง
กรณีศึกษาของมานพกับการจัดการแบตเตอรี่มือถือ
มานพ พนักงานออฟฟิศวัย 32 ปีในกรุงเทพฯ มักพบว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์หมดเร็วกว่าปกติในระหว่างวัน โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แม้จะไม่ได้ใช้งานหน้าจอบ่อยนัก
เขาพยายามปิดแอปพลิเคชันเบื้องหลังทั้งหมด แต่ปัญหาแบตเตอรี่หมดไวก็ยังคงอยู่ ทำให้รู้สึกหงุดหงิดเวลาต้องพกแบตเตอรี่สำรองติดตัวตลอดเวลา
หลังจากตรวจสอบการตั้งค่าเชิงลึก มานพพบว่ามีแอปพลิเคชันหลายตัวเปิดสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง (GPS) แบบตลอดเวลาโดยไม่จำเป็น
เขาจึงตัดสินใจปิดบริการหาตำแหน่งที่ตั้งที่ไม่จำเป็นและปรับสิทธิ์แอปเหลือแค่ตอนใช้งาน ผลลัพธ์คือแบตเตอรี่โทรศัพท์อึดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและคลายความกังวลเรื่องมือถือดับกลางวัน
เนื้อหาที่ต้องเชี่ยวชาญ
จัดการตามระบบปฏิบัติการiPhone และ Android มีเส้นทางเมนูตั้งค่าตำแหน่งที่ตั้งต่างกันเล็กน้อย แต่สามารถปิดได้ง่ายผ่านหน้าการตั้งค่าหลัก
ควบคุมสิทธิ์รายแอปการเลือกปิดโลเคชั่นเฉพาะแอปพลิเคชันที่ไม่จำเป็นช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวโดยที่ฟังก์ชันอื่นยังใช้งานได้ปกติ
ข้อมูลเพิ่มเติม
ปิดโลเคชั่นแล้วมือถือจะประหยัดแบตเตอรี่ขึ้นไหม?
การปิดโลเคชั่นช่วยลดการทำงานเบื้องหลังของ GPS ซึ่งส่งผลให้ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในสมาร์ตโฟนที่มีแอปพลิเคชันขอเข้าถึงตำแหน่งบ่อยครั้ง
วิธีปิดโลเคชั่นไอโฟนทำอย่างไร?
คุณสามารถไปที่เมนู การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > บริการหาตำแหน่งที่ตั้ง แล้วเลื่อนปิดสวิตช์เพื่อหยุดการทำงานทั้งหมดได้ทันที
ปิดตำแหน่งที่ตั้งแอนดรอยด์ยุ่งยากไหม?
ไม่ยุ่งยากเลย เพียงเข้าไปที่เมนู การตั้งค่า > ตำแหน่ง แล้วทำการเลื่อนปิดการใช้งาน หรือเลือกจัดการสิทธิ์การเข้าถึงของแต่ละแอปพลิเคชันตามต้องการ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต