โปรแกรมเมอร์ ต้องเก่งวิชาอะไร
[Keyword]: ทักษะและวิชาสำคัญสำหรับโปรแกรมเมอร์
การก้าวสู่เส้นทางสายอาชีพด้านเทคโนโลยีต้องอาศัยการเตรียมตัวที่ดีและความเข้าใจในทักษะรอบด้าน การเรียนรู้เนื้อหาสำคัญจะช่วยให้คุณพัฒนาศักยภาพได้อย่างตรงจุดและลดข้อผิดพลาดในการทำงานจริง โปรแกรมเมอร์ ต้องเก่งวิชาอะไร
โปรแกรมเมอร์ ต้องเก่งวิชาอะไร? เริ่มต้นอย่างไรให้ถูกทาง
การเป็นโปรแกรมเมอร์ไม่ได้กำหนดว่าต้องเก่งทุกวิชา แต่ควรมีพื้นฐานและทักษะหลักในวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และตรรกะการคำนวณเขียนโปรแกรม เพื่อนำมาใช้ต่อยอดในการทำงานจริง
สถิติจากแวดวงวิศวกรรมซอฟต์แวร์ระบุว่า นักพัฒนาใช้เวลาเพียง 14 เปอร์เซ็นต์ในการพิมพ์โค้ดใหม่ และอีก 86 เปอร์เซ็นต์หมดไปกับการทำความเข้าใจตรรกะของระบบและการแก้ไขข้อผิดพลาด (บั๊ก) [1]
มันคือความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผู้เริ่มต้นมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิชาคณิตศาสตร์ - ผมจะอธิบายให้ฟังในหัวข้อด้านล่างว่าทำไมเกรดวิชาเลขของคุณอาจไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในอาชีพนี้เสมอไป
อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ต้องเก่งเลขไหม? ความจริงที่หลายคนกังวล
คำถามนี้คืออุปสรรคแรกที่ทำให้หลายคนถอดใจ
พูดกันตามตรง ตอนที่ผมเริ่มเรียนเขียนโปรแกรมใหม่ๆ ผมได้คะแนนวิชาแคลคูลัสแค่พอผ่าน ผมกังวลมากว่าจะไปรอดไหมในสายงานที่ดูเหมือนต้องใช้ตัวเลขตลอดเวลา แต่ประสบการณ์สอนผมว่ามันมีพื้นที่สำหรับทุกคน
ความจำเป็นของวิชาคณิตศาสตร์ขึ้นอยู่กับสายงานที่คุณเลือกทำอย่างสิ้นเชิง หากคุณมุ่งไปทาง Data Science การสร้างอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ หรือการพัฒนาเกมสามมิติ คณิตศาสตร์ระดับสูงและสถิติคือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ในทางกลับกัน งานพัฒนาเว็บไซต์ (Web Development) หรือแอปพลิเคชันทั่วไป ส่วนใหญ่ของงานเหล่านั้นแทบไม่ต้องใช้การคำนวณที่ซับซ้อนไปกว่าบวกลบคูณหารพื้นฐาน [2]
คุณไม่ได้ต้องการสมการที่ซับซ้อน สิ่งที่คุณต้องการคือความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ
ภาษาอังกฤษสำหรับโปรแกรมเมอร์: ประตูสู่คลังความรู้ระดับโลก
วิชาภาษาอังกฤษจำเป็นมากสำหรับโปรแกรมเมอร์ เพราะตำรา โค้ด คู่มือการใช้งาน (Documentation) และการค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่บนโลกอินเทอร์เน็ตใช้ภาษาอังกฤษสำหรับโปรแกรมเมอร์
ลองนึกภาพตอนที่คุณเขียนโปรแกรมแล้วหน้าจอแจ้งเตือนข้อผิดพลาดสีแดงยาวเหยียด คุณนำข้อความนั้นไปค้นหาในอินเทอร์เน็ต คำตอบและวิธีแก้ไขที่ถูกต้องจำนวนมากจะอยู่ในชุมชนนักพัฒนาต่างประเทศ [3]
คุณไม่จำเป็นต้องเก่งไวยากรณ์ระดับเขียนเรียงความส่งประกวด ขอแค่น่านและจับใจความได้ก็เพียงพอแล้ว
ตรรกะการคำนวณเขียนโปรแกรม: ทักษะที่สำคัญที่สุด
และนี่คือสิ่งที่ผมติดค้างไว้จากตอนต้น ทักษะที่สำคัญที่สุดไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ แต่เป็นตรรกะ (Logic)
การฝึกคิดเป็นขั้นตอนเพื่อสั่งงานคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องและลดข้อผิดพลาดคือหัวใจของการเขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์ทำตามคำสั่งแบบตรงไปตรงมาเท่านั้น หากคุณสั่งงานผิดลำดับ มันก็ทำงานผิดพลาดตามไปด้วย
ผมเคยใช้เวลาเกือบ 2 วันเต็มๆ เพื่อหาสาเหตุที่ระบบตะกร้าสินค้าไม่ยอมตัดเงิน เพียงเพื่อจะพบว่าผมวางเงื่อนไขตรรกะสลับกันแค่บรรทัดเดียว
ใช่ครับ แค่บรรทัดเดียวเท่านั้น
ประสบการณ์นั้นสอนผมว่า การเขียนผังงาน (Flowchart) และจัดเรียงความคิดให้ชัดเจนก่อนลงมือพิมพ์โค้ด คือสิ่งที่ช่วยประหยัดเวลาได้มหาศาล
เปรียบเทียบภาษาคอมพิวเตอร์ ที่ควรเริ่มเรียน
หากคุณเข้าใจเรื่องวิชาและตรรกะเบื้องต้นแล้ว คำถามต่อไปคือควรเริ่มที่ภาษาอะไรดี? แต่ละภาษามีจุดเด่นและความยากง่ายต่างกัน
Python (แนะนำสำหรับคนเริ่มต้น)
• ทำงานช้ากว่าภาษาอื่นในบางกรณี ไม่เหมาะกับเกมที่ต้องการความเร็วสูง
• อ่านง่าย โครงสร้างคล้ายภาษาอังกฤษทั่วไป เหมาะที่สุดสำหรับฝึกตรรกะ
• Data Science, วิเคราะห์ข้อมูล, AI และ Web Backend
JavaScript
• โค้ดสามารถเขียนได้หลายวิธี ทำให้บางครั้งหาข้อผิดพลาดได้ยาก
• ปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง แต่อาจสับสนได้ง่ายสำหรับมือใหม่
• Web Development (ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน), การสร้างแอปพลิเคชัน
C++
• มือใหม่อาจท้อได้ง่ายเพราะต้องเรียนรู้โครงสร้างระบบเบื้องลึกเยอะมาก
• ยากมาก ต้องเข้าใจการจัดการหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์
• การพัฒนาเกม, ซอฟต์แวร์ระบบ, ระบบที่ต้องการความเร็วสูงสุด
สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานใดๆ เลย Python คือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพราะช่วยให้คุณโฟกัสกับการฝึกกระบวนการคิด มากกว่าการปวดหัวกับไวยากรณ์ที่ซับซ้อน แต่หากเป้าหมายของคุณคือการทำเว็บไซต์ JavaScript คือเส้นทางที่ตรงจุดที่สุดเส้นทางของก้อง: จากการท่องจำสู่ความเข้าใจ
ก้อง พนักงานธุรการวัย 26 ปีในกรุงเทพฯ อยากเปลี่ยนสายงานมาเป็นโปรแกรมเมอร์ เขาเริ่มลงเรียนคอร์สออนไลน์หลังเลิกงาน แต่รู้สึกท้อแท้มากเพราะไม่สามารถจำคำสั่งโค้ดยาวๆ ได้ทั้งหมด
ช่วงเดือนแรก เขาพยายามคัดลอกโค้ดตามวิดีโอสอนแบบบรรทัดต่อบรรทัด เมื่อมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย เขาไม่สามารถแก้ได้เลยและเสียเวลากับมันหลายชั่วโมงจนเกือบตัดสินใจเลิกเรียน
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาลองเปลี่ยนวิธี จากการพยายามจำโค้ด มาเป็นการเขียนขั้นตอนการทำงานลงบนกระดาษก่อน (Pseudocode) เขาเลิกสนใจไวยากรณ์และมุ่งเน้นที่ตรรกะว่าโปรแกรมต้องทำอะไรก่อนหลัง
ภายในเวลา 3 เดือน ก้องสามารถสร้างระบบจัดการคลังสินค้าขนาดเล็กได้สำเร็จ เขาพบว่าความเร็วในการแก้ปัญหา (Debugging) ดีขึ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์เมื่อเข้าใจตรรกะพื้นฐาน โดยไม่ต้องพึ่งพาความจำอีกต่อไป
มายด์กับการเอาชนะกำแพงภาษา
มายด์ นักศึกษาปี 3 ที่เรียนสายการตลาด สนใจการเขียนโปรแกรมสร้างเว็บไซต์ แต่เธอเกลียดวิชาภาษาอังกฤษมาก ทักษะการอ่านของเธออยู่ในระดับพื้นฐานเท่านั้น
เมื่อเริ่มฝึกเขียน JavaScript เธอเจอปัญหาใหญ่ หน้าจอแจ้งเตือนข้อผิดพลาดเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เธอพยายามนำข้อความไปแปลในเครื่องมือแปลภาษา แต่ประโยคที่ได้มากลับอ่านไม่รู้เรื่องในบริบทของเทคโนโลยี
เธอตัดสินใจเปลี่ยนแนวทาง แทนที่จะแปลทั้งประโยค เธอเริ่มจำคำศัพท์เฉพาะทาง (Keywords) ที่เจอบ่อยๆ เช่น undefined, syntax, null แทน เมื่อเจอข้อผิดพลาด เธอจะค้นหาคำเหล่านี้ควบคู่กับโค้ดของเธอ
หลังจากปรับตัวได้ 4 สัปดาห์ เธอสามารถหาทางแก้ปัญหาจากเว็บไซต์ต่างประเทศได้รวดเร็วขึ้น ความกลัวภาษาอังกฤษลดลงอย่างเห็นได้ชัด และตอนนี้เธอสามารถอ่านคู่มือการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นได้เข้าใจเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์
คำถามทั่วไป
ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นฝึกตรรกะและกระบวนการคิดแบบคอมพิวเตอร์จากตรงไหน?
เริ่มจากการฝึกเขียนลำดับขั้นตอนชีวิตประจำวันง่ายๆ ลงบนกระดาษ เช่น ขั้นตอนการชงกาแฟ จากนั้นลองแปลงขั้นตอนเหล่านั้นให้เป็นเงื่อนไขแบบ หาก...แล้ว (If-Then) การเล่นเกมแนวไขปริศนาหรือเกมกระดานก็ช่วยฝึกกระบวนการคิดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
กังวลเรื่องภาษาอังกฤษที่ไม่แข็งแรงจะอ่านโค้ดหรือตำราไม่รู้เรื่องไหม?
ช่วงแรกอาจจะยากและใช้เวลาในการแปลนานกว่าคนอื่น - แต่นี่คือเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องเก่งไวยากรณ์ แค่จดจำคำศัพท์เฉพาะทางที่เจอบ่อยๆ เมื่อทำซ้ำไปสักระยะ คุณจะเริ่มคุ้นชินและจับใจความได้เองโดยอัตโนมัติ
เรียนจบคณะอื่นที่ไม่ใช่สายคอมพิวเตอร์ สามารถเป็นโปรแกรมเมอร์ได้ไหม?
ได้แน่นอน สถิติในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักพัฒนาจำนวนมากเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือผ่านค่ายฝึกอบรม (Bootcamp) บริษัทสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และความสามารถในการแก้ปัญหา มากกว่าใบปริญญา
ประเด็นที่ควรทราบ
คณิตศาสตร์ไม่ใช่ตัวตัดสินเสมอไปสายงานส่วนใหญ่อย่างการทำเว็บไซต์ไม่ได้ใช้คณิตศาสตร์ซับซ้อน ขอแค่คุณมีทรรศนะคติที่ดีต่อตัวเลขและการแก้ปัญหาก็เพียงพอ
ตรรกะคือหัวใจหลักฝึกฝนการคิดอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นตอน (Algorithm) ทักษะนี้จะติดตัวคุณไปตลอดไม่ว่าจะเปลี่ยนไปเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ใดก็ตาม
ภาษาอังกฤษคือทางลัดแหล่งความรู้และการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดอยู่ต่างประเทศ การเปิดรับภาษาอังกฤษจะช่วยให้คุณพัฒนาตัวเองได้เร็วกว่าหลายเท่า
เลือกจุดเริ่มต้นให้เหมาะสมถ้าไม่มีพื้นฐานเลย ให้เริ่มจากภาษาที่อ่านง่ายอย่าง Python เพื่อสร้างกำลังใจและฝึกตรรกะให้แข็งแรงก่อน
เชิงอรรถ
- [1] Doi - สถิติจากแวดวงวิศวกรรมซอฟต์แวร์ระบุว่า นักพัฒนาใช้เวลาเพียง 14 เปอร์เซ็นต์ในการพิมพ์โค้ดใหม่ และอีก 86 เปอร์เซ็นต์หมดไปกับการทำความเข้าใจตรรกะของระบบและการแก้ไขข้อผิดพลาด (บั๊ก)
- [2] Developer - ในทางกลับกัน งานพัฒนาเว็บไซต์ (Web Development) หรือแอปพลิเคชันทั่วไป ส่วนใหญ่ของงานเหล่านั้นแทบไม่ต้องใช้การคำนวณที่ซับซ้อนไปกว่าบวกลบคูณหารพื้นฐาน
- [3] Pmc - ลองนึกภาพตอนที่คุณเขียนโปรแกรมแล้วหน้าจอแจ้งเตือนข้อผิดพลาดสีแดงยาวเหยียด คุณนำข้อความนั้นไปค้นหาในอินเทอร์เน็ต คำตอบและวิธีแก้ไขที่ถูกต้องจำนวนมากจะอยู่ในชุมชนนักพัฒนาต่างประเทศ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต