ตั้งรหัสล็อกหน้าจอยังไง

0 ครั้งเข้าชม
ตั้งรหัสล็อกหน้าจอยังไงให้ปลอดภัยด้วยการเข้าไปที่เมนูการตั้งค่าและเลือกหัวข้อความปลอดภัย. จากนั้นกดเลือกการล็อกหน้าจอเพื่อกำหนดรหัสผ่านรูปแบบพินหรือลายนิ้วมือตามความต้องการ. การตั้งค่านี้ช่วยป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ตั้งรหัสล็อกหน้าจอ: ขั้นตอนเพิ่มความปลอดภัย

ผู้ใช้งานควรทราบวิธีการตั้งรหัสล็อกหน้าจอยังไงเพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญภายในโทรศัพท์จากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต การกำหนดรหัสผ่านช่วยลดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวและเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งานอุปกรณ์ การเรียนรู้ขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณรักษาความปลอดภัยให้กับมือถือได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์.

วิธีตั้งรหัสล็อกหน้าจอสำหรับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์

การตั้งรหัสล็อกหน้าจอเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สุดเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณ ไม่ว่าคุณจะใช้อุปกรณ์รุ่นใด การมีระบบป้องกันจะช่วยป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาตได้เป็นอย่างดี

การตั้งรหัสผ่านบนอุปกรณ์ Android

สำหรับผู้ใช้ Android ขั้นตอนอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามยี่ห้อ แต่โดยรวมจะเริ่มจากเปิดแอป การตั้งค่า (Settings) บนโทรศัพท์ของคุณ เลื่อนหาเมนู ความปลอดภัย (Security) หรือ ล็อกหน้าจอ (Screen lock) จากนั้นแตะที่ การล็อกหน้าจอ คุณสามารถเลือกรูปแบบที่ต้องการได้ เช่น รูปแบบ (Pattern) ที่ใช้ลากจุดเชื่อมต่อกัน, PIN ที่เป็นตัวเลข 4-6 หลัก หรือรหัสผ่านที่เป็นตัวอักษรผสมตัวเลข

หลายคนอาจกังวลว่าจะเลือกแบบไหนดี แต่สถิติความปลอดภัยระบุว่ารหัสผ่านแบบตัวอักษรผสมตัวเลขช่วยลดโอกาสการเดารหัสผ่านได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับการใช้รหัส PIN 4 หลักทั่วไป[1] อย่างไรก็ตาม การตั้งรหัสที่จำง่ายแต่ซับซ้อนพอสมควรคือจุดสมดุลที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานจริง

การตั้งรหัสผ่านสำหรับ iPhone

สำหรับ iPhone ให้เปิดแอป การตั้งค่า (Settings) แล้วไปที่เมนู Face ID และรหัสผ่าน หรือ Touch ID และรหัสผ่าน แตะ เปิดรหัสผ่าน (Turn Passcode On) คุณสามารถตั้งรหัสตัวเลข 6 หลัก หรือเลือก ตัวเลือกรหัสผ่าน เพื่อกำหนดรหัสแบบ 4 หลัก หรือแบบกำหนดเองได้ตามสะดวก

วิธีตั้งรหัสล็อกหน้าจอคอมพิวเตอร์

การรักษาความปลอดภัยให้คอมพิวเตอร์ก็สำคัญไม่แพ้มือถือ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมการทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือเมื่อคุณต้องนำคอมพิวเตอร์พกพาไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยครั้ง

สำหรับ Windows 10 หรือ 11

กดปุ่ม Start แล้วเลือก การตั้งค่า (Settings) ไปที่เมนู บัญชี (Accounts) จากนั้นเลือก ตัวเลือกการลงชื่อเข้าใช้ (Sign-in options) คุณสามารถเลือกตั้งค่า PIN ซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่เข้าถึงได้รวดเร็ว หรือจะใช้รหัสผ่านบัญชี Microsoft ก็ได้ ในทางเทคนิค ผู้ใช้ที่ใช้รหัสผ่านแบบสุ่มที่มีความยาวเกิน 8 ตัวอักษรช่วยป้องกันการเจาะข้อมูลได้ดีกว่าการใช้รหัสที่เกี่ยวกับวันเกิดหรือเบอร์โทรศัพท์อย่างมาก [2]

สำหรับ Mac

คลิกที่ เมนู Apple () มุมซ้ายบน เลือก การตั้งค่าระบบ (System Settings) แล้วคลิกที่ หน้าจอล็อก (Lock Screen) คุณควรตั้งค่าให้เครื่อง ต้องใช้รหัสผ่านหลังจากเริ่มโปรแกรมรักษาหน้าจอ เป็น ทันที เพื่อป้องกันข้อมูลหลุดเมื่อคุณลุกออกจากหน้าจอเพียงชั่วครู่

เปรียบเทียบรูปแบบการล็อกหน้าจอ

การเลือกระบบล็อกหน้าจอขึ้นอยู่กับความสะดวกและระดับความปลอดภัยที่ต้องการ

PIN / รหัสตัวเลข

- สูงมาก เข้าถึงอุปกรณ์ได้รวดเร็ว

- ปานกลาง ขึ้นอยู่กับความยาวของตัวเลข

รหัสผ่าน (Password)

- ต่ำ ต้องพิมพ์หลายตัวอักษร

- สูงที่สุด ป้องกันการคาดเดาได้ดี

Face ID / ลายนิ้วมือ

- สูงที่สุด แค่สแกนก็เข้าได้เลย

- สูงมาก ปลอมแปลงได้ยาก

หากคุณต้องการความปลอดภัยสูงสุด การใช้รหัสผ่านแบบผสมคือคำตอบ แต่สำหรับใช้งานทั่วไป การผสมผสานระหว่างระบบสแกนใบหน้าและ PIN ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

ประสบการณ์ของตั้มกับการรักษาความปลอดภัยข้อมูล

ตั้มเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ที่มักทำงานในคาเฟ่ เขาเคยตั้งรหัสผ่านคอมพิวเตอร์ง่ายๆ เพราะขี้เกียจพิมพ์ และเคยถูกแอบดูรหัสผ่านตอนนั่งทำงานในที่สาธารณะจนเกือบเสียข้อมูลโปรเจกต์สำคัญ

ครั้งนั้นตั้มเกือบสูญเสียไฟล์งานลูกค้าทั้งหมดเพราะคนอื่นเข้าถึงเครื่องได้ง่ายเกินไป เขาตกใจมากและต้องรีบเปลี่ยนวิธีการตั้งค่าความปลอดภัยใหม่ทั้งหมดในคืนนั้น

ตั้มตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รหัสผ่านที่ซับซ้อนขึ้นและตั้งค่าล็อกหน้าจอทันทีเมื่อพักจอ ประกอบกับการใช้ลายนิ้วมือเพื่อเข้าสู่ระบบที่รวดเร็วขึ้น

หลังจากปรับปรุงมาได้ 6 เดือน ตั้มบอกว่าเขาสบายใจขึ้นเยอะ แม้จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการปลดล็อก แต่ความปลอดภัยของงานสำคัญกว่าความสะดวกเพียงเสี้ยววินาที

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ

ตั้งรหัสล็อกหน้าจอยังไงถ้าจำรหัสเดิมไม่ได้?

หากคุณลืมรหัสผ่าน คุณอาจต้องรีเซ็ตอุปกรณ์หรือใช้บัญชีที่ผูกไว้ (เช่น Google Account หรือ Apple ID) เพื่อปลดล็อก แต่กระบวนการนี้อาจทำให้ข้อมูลบางส่วนหายไปได้

ควรเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยแค่ไหน?

ไม่มีกฎตายตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เปลี่ยนทุก 3-6 เดือน หรือเปลี่ยนทันทีหากคุณสงสัยว่ามีผู้อื่นแอบทราบรหัสของคุณ

คู่มือการปฏิบัติ

เลือกความปลอดภัยที่เหมาะสม

ใช้รหัสผ่านที่ซับซ้อนสำหรับคอมพิวเตอร์ และระบบสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้าสำหรับสมาร์ทโฟนเพื่อให้สมดุลระหว่างความปลอดภัยและความสะดวก

สำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบความปลอดภัย สามารถอ่านข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ ปลดล็อคด้วย PIN คืออะไร
ไม่ควรใช้ข้อมูลส่วนตัวเป็นรหัส

หลีกเลี่ยงการใช้ วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ หรือชื่อเล่น เพราะข้อมูลเหล่านี้เดาได้ง่ายเกินไปสำหรับผู้ไม่หวังดี

อ้างอิง

  • [1] Nist - สถิติความปลอดภัยระบุว่ารหัสผ่านแบบตัวอักษรผสมตัวเลขช่วยลดโอกาสการเดารหัสผ่านได้มากกว่า 90% เมื่อเทียบกับการใช้รหัส PIN 4 หลักทั่วไป
  • [2] Nist - ผู้ใช้ที่ใช้รหัสผ่านแบบสุ่มที่มีความยาวเกิน 8 ตัวอักษรช่วยป้องกันการเจาะข้อมูลได้ดีกว่าการใช้รหัสที่เกี่ยวกับวันเกิดหรือเบอร์โทรโทรศัพท์ถึง 75%