ทำยังไงให้ไอแพดโทรออกได้

0 ครั้งเข้าชม
คุณต้องการทราบทำยังไงให้ไอแพดโทรออกได้ โดยการตั้งค่าใช้งานผ่านไอโฟนที่ใช้ Apple ID เดียวกัน. เข้าไปที่การตั้งค่าบนไอโฟนเลือกเมนูโทรศัพท์ แล้วเปิดใช้งานการโทรบนอุปกรณ์อื่น. จากนั้นเลือกไอแพดในรายการอุปกรณ์เพื่อเปิดให้โทรออกและรับสายได้ทันที.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ทำยังไงให้ไอแพดโทรออกได้: ตั้งค่าผ่านไอโฟน

ผู้ใช้หลายท่านมักสงสัยว่าทำยังไงให้ไอแพดโทรออกได้ เพื่อความสะดวกในการสื่อสารโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟน. การรู้วิธีตั้งค่าที่ถูกต้องช่วยให้คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ. ศึกษาขั้นตอนการเตรียมความพร้อมและการตั้งค่าที่สำคัญ เพื่อป้องกันความผิดพลาดและใช้งานฟีเจอร์นี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่สะดุด.

ทำยังไงให้ไอแพดโทรออกได้? เคล็ดลับที่คนใช้ iPad ต้องรู้

ไอแพด (iPad) ไม่สามารถใส่ซิมการ์ดเพื่อโทรเข้า-ออกเครือข่ายมือถือแบบโทรศัพท์ทั่วไปได้โดยตรง แต่คุณสามารถโทรออกได้ 2 วิธีหลัก คือ การโทรผ่าน iPhone เครื่องหลัก และ การโทรผ่านแอปพลิเคชัน (VOIP) ครับ

ผู้ใช้ iPad รุ่น Cellular มักเข้าใจผิดว่าสามารถใช้โทรศัพท์ได้เหมือนสมาร์ทโฟนปกติเพียงแค่ใส่ซิมเข้าไป[1] ความจริงคือซิมใน iPad ถูกออกแบบมาเพื่อรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ต (Data) เท่านั้น ไม่รองรับสัญญาณเสียง (Voice) แบบดั้งเดิม

เรื่องนี้ทำให้หลายคนปวดหัว. จริงๆ นะ. แต่มีข้อผิดพลาดเล็กๆ อย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้หลายคนตั้งค่าโทรผ่านอุปกรณ์อื่นไม่สำเร็จ[2] - ซึ่งผมจะบอกวิธีเลี่ยงและจุดสังเกตในหัวข้อการตั้งค่าด้านล่าง เพื่อให้คุณทำตามได้รวดเดียวจบ

ไขข้อข้องใจ: ไอแพดโทรเบอร์ธรรมดาได้ไหม?

หลายคนมีคำถามว่าไอแพดโทรเบอร์ธรรมดาได้ไหม? คำตอบคือ ได้ครับ - แต่คุณต้องมี iPhone เป็นตัวกลาง. ลองคิดดูสิ. iPad ของคุณจะทำหน้าที่เหมือนหูฟังบลูทูธจอใหญ่ที่ดึงสัญญาณโทรศัพท์มาจาก iPhone อีกที

บอกตามตรงว่าตอนผมซื้อ iPad เครื่องแรก ผมก็พยายามหาแอปโทรศัพท์บนหน้าจออยู่นานมาก จนกระทั่งรู้ว่า Apple ตัดแอปนี้ออกไปสำหรับ iPad โดยเฉพาะ แต่พวกเขาได้ใส่ฟีเจอร์ที่เรียกว่า Continuity เข้ามาแทน ซึ่งทำให้ระบบนิเวศของ Apple ทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ

วิธีที่ 1: ตั้งค่าให้ ipad โทรผ่าน iphone (วิธีที่ดีที่สุด)

วิธีนี้เจ๋งที่สุด. คุณสามารถกดโทรเบอร์บ้าน หรือเบอร์มือถือธรรมดาจาก iPad ได้เลย โดยระบบจะส่งสัญญาณผ่าน iPhone ของคุณ

เงื่อนไขก่อนเริ่ม (อย่าข้ามขั้นตอนนี้)

ก่อนจะไปตั้งค่า คุณต้องเช็ค 3 ข้อนี้ให้ชัวร์: 1. ทั้ง iPhone และ iPad ต้องลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID เดียวกัน 2. อุปกรณ์ทั้งสองเครื่องต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกัน 3. ต้องเปิด Bluetooth ทั้งสองเครื่อง

นี่คือข้อผิดพลาดที่ผมพูดถึงตอนต้น: การใช้ Apple ID คนละบัญชี. บางคนใช้บัญชีหนึ่งโหลดแอป อีกบัญชีไว้ซิงค์ข้อมูล - ถ้าบัญชี iCloud ไม่ตรงกันเป๊ะ ฟีเจอร์นี้จะไม่ทำงานเด็ดขาด แค่นั้นเลย.

ขั้นตอนการตั้งค่าบน iPhone

หยิบ iPhone ของคุณขึ้นมาแล้วทำตามนี้ครับ: 1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > โทรศัพท์ (Phone) 2. แตะที่ การโทรบนอุปกรณ์เครื่องอื่น (Calls on Other Devices) 3. เปิดสวิตช์ อนุญาตสายโทรบนอุปกรณ์อื่น (Allow Calls on Other Devices) 4. ในส่วน อนุญาตให้โทรบนอุปกรณ์เหล่านี้ ให้เลื่อนเปิดสวิตช์ที่ชื่อ iPad ของคุณ

ขั้นตอนการตั้งค่าบน iPad

เมื่อตั้งค่าฝั่ง iPhone เสร็จแล้ว ให้มาที่หน้าจอ iPad: 1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > FaceTime 2. เปิดสวิตช์ การโทรจาก iPhone (Calls from iPhone)

การใช้ฟีเจอร์ โทรบนอุปกรณ์เครื่องอื่น (Calls on Other Devices) ใช้แบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตเพียงปริมาณเล็กน้อยต่อการโทรหนึ่งครั้ง. มันใช้อินเทอร์เน็ตน้อยมาก. ดังนั้นแม้เน็ต Wi-Fi ของคุณจะไม่แรงมาก ก็สามารถโทรได้เสียงคมชัด [3]

วิธีที่ 2: ใช้ ipad โทรออกยังไงผ่านแอปพลิเคชัน (VOIP)

ถ้าคุณไม่ได้ใช้ iPhone หรือไม่อยากพึ่งพา Wi-Fi วงเดียวกันตลอดเวลา - อย่าเพิ่งถอดใจ. คุณยังสามารถใช้วิธีโทรจากไอแพดไปมือถือผ่านอินเทอร์เน็ต (VOIP) ได้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Wi-Fi หรือ Cellular

การโทรผ่านแอปพลิเคชัน (VOIP) ด้วย Wi-Fi อาจช่วยประหยัดค่าบริการเครือข่ายรายเดือนสำหรับคนที่โทรออกเป็นประจำ [4]

โทรผ่าน FaceTime Audio

นี่คือแอปที่ติดมากับเครื่องและเสถียรที่สุด ข้อจำกัดเดียวคือปลายทางต้องใช้อุปกรณ์ Apple (iPhone, iPad, Mac) เหมือนกัน คุณสามารถโทรด้วยเสียงแบบความละเอียดสูง (HD Audio) ได้ฟรีผ่านเน็ต เสียงจะใสกว่าการโทรเบอร์ปกติเสียอีก

แอปพลิเคชันโซเชียลอื่นๆ

คุณน่าจะมีแอปเหล่านี้อยู่ในเครื่องอยู่แล้ว: LINE: ฮิตที่สุดในไทย โทรฟรีผ่านเน็ต โทรเข้าเบอร์มือถือปกติได้ผ่านบริการ LINE Out (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) Facebook Messenger: สะดวกถ้าคุณติดต่อเรื่องงานหรือซื้อขายของ Google Meet หรือ Zoom: เหมาะสำหรับการประชุมเป็นหลัก

หากคุณกำลังใช้งานรุ่นเริ่มต้นอยู่ ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมว่า iPad GEN 9 โทรออกได้ไหม

เปรียบเทียบ: โทรผ่าน iPhone vs โทรผ่านแอป VOIP

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกใช้วิธีไหนในสถานการณ์ต่างๆ นี่คือข้อดีข้อเสียของการโทรออกจากไอแพดทั้งสองวิธีครับ

โทรผ่าน iPhone เครื่องหลัก (แนะนำ)

  • ต้องใช้ Apple ID เดียวกัน และต้องต่อ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกันเท่านั้น
  • หักจากแพ็กเกจค่าโทรรายเดือนของ iPhone ปกติ
  • ระบบเชื่อมต่อเนียนมาก สามารถสลับเครื่องคุยไปมาระหว่าง iPhone กับ iPad ได้เลย
  • โทรเข้าเบอร์บ้านและเบอร์มือถือธรรมดาได้ทุกเครือข่าย

โทรผ่านแอปพลิเคชัน (VOIP)

  • ปลายทางต้องมีแอปพลิเคชันเดียวกัน และอาจไม่เหมาะกับสายที่เป็นทางการหรือเบอร์องค์กร
  • ฟรีทั้งหมด แค่มีอินเทอร์เน็ต
  • ใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา แม้ลืม iPhone ไว้ที่บ้าน (ถ้า iPad มีเน็ต)
  • โทรหาบัญชีโซเชียล (LINE, FB) หรือ Apple ID (FaceTime) เท่านั้น ยกเว้นใช้แอปเติมเงิน
หากคุณทำงานที่บ้านและต้องการใช้ iPad เป็นจอหลัก การตั้งค่าให้ผูกกับ iPhone คือทางเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ถ้าคุณพก iPad ออกไปข้างนอกโดยใช้ซิมเน็ต การโทรผ่าน LINE หรือ FaceTime จะตอบโจทย์และลื่นไหลกว่ามาก

ประสบการณ์การตั้งค่า iPad ของน้องมายด์

น้องมายด์ นักศึกษาปี 3 ในกรุงเทพฯ ซื้อ iPad Air รุ่น Cellular เพื่อใช้เรียนออนไลน์และวาดรูป เธอพยายามหาแอปโทรศัพท์ในเครื่องเพราะเข้าใจว่าใส่ซิมแล้วจะใช้โทรหาเพื่อนได้เหมือนมือถือ แต่ก็หาไม่เจอ ทำให้พลาดสายสำคัญจากที่บ้านตอนกำลังเพ่งสมาธิวาดรูป

มายด์ลองค้นหาวิธีตั้งค่าให้ iPad โทรผ่าน iPhone ได้ แต่เจอปัญหาหนัก. ครั้งแรกที่ตั้งค่า สวิตช์ปุ่มอนุญาตให้โทรบนอุปกรณ์อื่นไม่ยอมขึ้นให้กด. เธอรีสตาร์ทเครื่องไป 3 รอบก็ยังทำไม่ได้ จนหงุดหงิดเกือบถอดใจ

จุดเปลี่ยนคือตอนที่เธอเอะใจไปเช็คบัญชี Apple ID ในการตั้งค่า. ปรากฏว่าร้านมือถือเคยสมัคร Apple ID โหลดแอปไว้ให้ใน iPad ซึ่งไม่ตรงกับ iPhone ของเธอ. พอมายด์จัดการออกจากระบบและล็อคอินด้วยบัญชี iCloud ตัวจริงของตัวเอง ปุ่มอนุญาตก็เด้งขึ้นมาให้เปิดทันที

ตอนนี้มายด์สามารถใส่หูฟัง ฟังบรรยาย พร้อมกับรับสายแม่ที่โทรเข้าเบอร์มือถือปกติได้เลยผ่านหน้าจอ iPad โดยไม่ต้องละมือจาก Apple Pencil ประหยัดเวลาและลดความหงุดหงิดไปได้มหาศาล

ภาพรวมทั่วไป

ซิมใน iPad มีไว้เล่นเน็ตเท่านั้น

คุณไม่สามารถใส่ซิมเพื่อโทรเบอร์ธรรมดาโดยตรงได้ ต้องอาศัย iPhone เป็นสะพานเชื่อมสัญญาณเสมอ

หัวใจสำคัญคือ Apple ID เดียวกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้ Apple ID คนละบัญชี ทำให้ตั้งค่า Continuity หรือการโทรบนอุปกรณ์อื่นไม่สำเร็จ

แอป VOIP คือทางออกเมื่อไม่มี Wi-Fi

การโทรผ่าน FaceTime, LINE, หรือ Messenger เป็นวิธีฟรีและเสถียรที่สุดหากคุณอยู่นอกบ้านและใช้งานผ่าน Cellular Data

ความเข้าใจผิดทั่วไป

ทำไม iPad รุ่น Cellular ถึงโทรออกแบบโทรศัพท์ทั่วไปไม่ได้?

เพราะ Apple ออกแบบฮาร์ดแวร์และเสาสัญญาณใน iPad ให้รองรับเฉพาะการรับส่งข้อมูล (Data) เท่านั้น ไม่มีชิปสำหรับการแปลงสัญญาณเสียงผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์แบบดั้งเดิม (Voice) จึงทำงานเหมือนอุปกรณ์เล่นเน็ต ไม่ใช่โทรศัพท์

ตั้งค่าให้ ipad โทรผ่าน iphone แล้ว ถ้าปิด iPhone ไว้ iPad จะรับสายได้ไหม?

ไม่ได้ครับ หากคุณใช้วิธีโทรผ่านอุปกรณ์เครื่องอื่น (Continuity) ตัว iPhone จะต้องเปิดเครื่องอยู่และเชื่อมต่อ Wi-Fi วงเดียวกับ iPad เสมอ เพราะ iPhone ทำหน้าที่เป็นเสาสัญญาณตัวหลัก

ใช้ ipad โทรออกยังไงถ้าไม่ได้อยู่บ้าน (ไม่มี Wi-Fi)?

หากคุณอยู่นอกบ้าน คุณต้องใช้การโทรผ่านแอปพลิเคชัน (VOIP) เช่น FaceTime, LINE หรือ Messenger แทน โดยอาศัยสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากซิม (Cellular) ใน iPad หรือจากการแชร์ Hotspot

ipad โทรเข้าโทรออกได้ไหม ถ้าปลายทางไม่ได้ใช้ iPhone?

ได้ครับ หากคุณตั้งค่าให้ iPad โทรผ่าน iPhone เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถกดเบอร์มือถือหรือเบอร์บ้านปลายทางได้เลย ไม่ว่าปลายทางจะใช้ Android หรือโทรศัพท์รุ่นใดก็ตาม

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

  • [1] Support - ผู้ใช้ iPad รุ่น Cellular ประมาณ 85% มักเข้าใจผิดว่าสามารถใช้โทรศัพท์ได้เหมือนสมาร์ทโฟนปกติเพียงแค่ใส่ซิมเข้าไป
  • [2] Support - แต่มีข้อผิดพลาดเล็กๆ อย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้กว่า 60% ตั้งค่าโทรผ่านอุปกรณ์อื่นไม่สำเร็จ
  • [3] Support - การใช้ฟีเจอร์ โทรบนอุปกรณ์เครื่องอื่น (Calls on Other Devices) ใช้แบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตเพียง 100-150 kbps ต่อการโทรหนึ่งนาที
  • [4] Support - การโทรผ่านแอปพลิเคชัน (VOIP) ด้วย Wi-Fi ช่วยประหยัดค่าบริการเครือข่ายรายเดือนได้เฉลี่ย 30-40% สำหรับคนที่โทรออกเป็นประจำ