บุคคลใดที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากนายจ้าง

0 ครั้งเข้าชม
บุคคลใดที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากนายจ้าง คือ ลูกจ้างซึ่งถูกเลิกจ้างด้วยเหตุผลตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 กรณีย่อหย่อนหรือทุจริตต่อหน้าที่ การกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นนายจ้าง หรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เงื่อนไขกรณีเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย

ทราบหรือไม่ว่า บุคคลใดที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากนายจ้าง ตามบทบัญญัติกฎหมายแรงงาน การศึกษาข้อกำหนดเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจสิทธิประโยชน์ของตนเองอย่างถี่ถ้วน หลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด และเตรียมความพร้อมในการจัดการข้อพิพาททางกฎหมายได้อย่างถูกต้องปลอดภัย

ข้อควรรู้เบื้องต้น: บุคคลใดที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากนายจ้าง?

คำถามนี้มักมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาตามบริบทของแต่ละกรณีอย่างระมัดระวัง ไม่สามารถสรุปได้จากข้อมูลเพียงด้านเดียว ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 บุคคลใดที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากนายจ้าง หรือค่าชดเชยการเลิกจ้าง คือลูกจ้างที่กระทำความผิดร้ายแรง เช่น ทุจริต ละทิ้งหน้าที่ หรือฝ่าฝืนกฎระเบียบที่ได้รับหนังสือเตือนแล้ว

ข้อมูลจากคดีแรงงานทั่วไปแสดงให้เห็นว่า ข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลิกจ้างกว่า 35% เกิดจากการตีความมาตรา 119 ผิดพลาด นายจ้างหลายคน - และนี่คือสิ่งที่ลูกจ้างมักพลาด - ไม่ได้ทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง การเข้าใจสิทธิและข้อยกเว้นเหล่านี้จะช่วยให้คุณปกป้องผลประโยชน์ของตนเองได้ พูดกันตามตรง ผมเองก็เคยเข้าใจผิดว่านายจ้างสามารถไล่พนักงานออกและไม่จ่ายเงินได้ทันทีที่ทำผิดกฎบริษัทเพียงเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริง กฎหมายมีกรอบการคุ้มครองที่รัดกุมกว่านั้นมาก

เลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย กรณีไหนบ้างที่เข้าข่าย มาตรา 119

พนักงานแบบไหนไม่ได้เงินชดเชยเมื่อถูกไล่ออก? กฎหมายคุ้มครองแรงงานได้ระบุข้อยกเว้นไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายกรณีหลักๆ ที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้

ความผิดต่อหน้าที่และอาญา

การทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง ถือเป็นความผิดขั้นร้ายแรงที่สุด ลองคิดดู ไม่มีองค์กรไหนรับได้กับการขโมยทรัพย์สิน หรือการยักยอกเงินบริษัท รวมถึงการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย เช่น เจตนาทำลายทรัพย์สินหรือปล่อยข้อมูลความลับของบริษัทให้คู่แข่ง กรณีเหล่านี้ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย มาตรา 119 คุ้มครองนายจ้างอย่างเต็มที่

ประมาทเลินเล่อและการฝ่าฝืนคำสั่ง

การกระทำความผิดจนทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจากความประมาทเลินเล่อ ก็เป็นเหตุให้เลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยได้เช่นกัน แต่สิ่งที่ซับซ้อนกว่าคือการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน นายจ้างต้องเคยมีหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว (ยกเว้นกรณีร้ายแรง) หนังสือเตือนนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างทำความผิด

น้อยครั้งมากที่เราจะเห็นลูกจ้างเก็บหลักฐานหนังสือเตือนไว้ตรวจสอบอายุความ บางคนโดนหนังสือเตือนเมื่อ 2 ปีก่อน แต่นายจ้างนำมาใช้อ้างเพื่อเลิกจ้างในวันนี้ ซึ่งตามกฎหมายแล้วทำไม่ได้

การละทิ้งหน้าที่และปัญหาอายุงาน

การละทิ้งหน้าที่การทำงานเป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นกลางหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้หมดสิทธิรับเงินชดเชย นอกจากนี้ หากคุณถูกศาลตัดสินจำคุก หรือมีอายุงานไม่ถึง 120 วัน คุณก็จะไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานเช่นกัน รวมถึงสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน (เช่น งานโครงการ) เมื่อหมดสัญญาก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเงื่อนไขการจ่ายค่าชดเชยแรงงาน

หลายคนเชื่อว่าเมื่อถูกไล่ออกเพราะทำผิด จะต้องหมดสิทธิรับเงินชดเชยเสมอ แต่นั่นคือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน นายจ้างประมาณ 40-50% แพ้คดีในศาลแรงงานเพราะกระบวนการออกหนังสือเตือนไม่รัดกุม หรือไม่สามารถพิสูจน์เจตนาทุจริตของลูกจ้างได้

บางคนคิดว่าการบังคับให้เซ็นใบลาออกคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย ผิดถนัด การเซ็นใบลาออกเท่ากับคุณสละสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยทั้งหมด (ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายบุคคลของหลายบริษัทมักจะโน้มน้าวให้พนักงานทำ) ถ้านายจ้างอ้างว่าคุณทำผิดกฎระเบียบและขู่ให้ลาออก อย่าเพิ่งรีบเซ็นเด็ดขาด คุณควรตรวจสอบก่อนว่าความผิดนั้นเข้าข่ายต้องได้รับหนังสือเตือนก่อนหรือไม่

เปรียบเทียบรูปแบบการสิ้นสุดสภาพการเป็นพนักงานและสิทธิค่าชดเชย

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองมาดูความแตกต่างระหว่างการเลิกจ้างทั่วไป การเลิกจ้างตามมาตรา 119 และการลาออกเอง ซึ่งส่งผลต่อสิทธิเงินชดเชยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

การเลิกจ้างทั่วไป (ไม่มีความผิด)

บริษัทปิดกิจการ, ลดขนาดองค์กร, ผลการประเมินงานไม่ผ่านเกณฑ์

ได้รับ 50% ของค่าจ้าง เป็นเวลาสูงสุด 180 วัน

นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดการจ่ายเงิน หรือจ่ายเงินแทนการบอกกล่าว

ได้รับตามอายุงาน (สูงสุด 400 วันสำหรับผู้ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป)

การเลิกจ้างตามมาตรา 119 (กระทำผิด)

ทุจริต, ขาดงาน 3 วันติดโดยไม่มีเหตุผล, ทำผิดกฎบริษัทซ้ำหลังโดนเตือน

ไม่ได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม

นายจ้างสามารถให้ออกได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยใดๆ จากนายจ้าง

การลาออกเอง (ยื่นใบลาออก)

ได้งานใหม่, ย้ายที่อยู่, สมัครใจออกจากงานเอง

ได้รับ 30% ของค่าจ้าง เป็นเวลาสูงสุด 90 วัน

พนักงานต้องแจ้งล่วงหน้าตามระเบียบบริษัท (มักจะ 30 วัน)

ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยการเลิกจ้าง

จากตารางจะเห็นได้ว่า การเลิกจ้างตามมาตรา 119 ทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิมากที่สุด ทั้งจากตัวนายจ้างและจากประกันสังคม ดังนั้นหากถูกกล่าวหาว่าทำผิด ลูกจ้างต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าตนเองทำผิดจริงและเข้าข่ายเงื่อนไขตามกฎหมายหรือไม่ก่อนที่จะยอมรับสภาพ

บทเรียนจากความไม่รู้: คดีการขาดงาน 3 วัน

คุณสมชาย พนักงานฝ่ายขายบริษัท IT แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีอายุงาน 3 ปี เขาเกิดอุบัติเหตุรถล้มในวันศุกร์และต้องพักรักษาตัวที่บ้าน เขาไม่ได้แจ้งหัวหน้างานเพราะโทรศัพท์พัง คิดว่าวันจันทร์ค่อยไปอธิบาย แต่กลายเป็นว่าเขาหยุดวันศุกร์ จันทร์ และอังคาร รวม 3 วันทำงาน

วันพุธ สมชายกลับไปทำงานและถูกฝ่ายบุคคลเรียกพบ แจ้งเลิกจ้างทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชย อ้างว่าละทิ้งหน้าที่ 3 วันติดต่อกัน สมชายรู้สึกโกรธและสับสน เขาพยายามอธิบายว่าเกิดอุบัติเหตุ แต่ฝ่ายบุคคลไม่ฟังและบังคับให้เซ็นใบรับทราบความผิด

พูดกันตามตรง สมชายเกือบจะเซ็นไปแล้ว แต่เขาตัดสินใจปรึกษาศาลแรงงานก่อน เขาเรียนรู้ว่าการละทิ้งหน้าที่ 3 วันจะเลิกจ้างได้ต้อง "ไม่มีเหตุอันสมควร" แต่อุบัติเหตุถือเป็นเหตุสมควร แม้ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เขานำใบรับรองแพทย์จากคลินิกมายืนยัน

ผลคือ นายจ้างต้องยอมไกล่เกลี่ยและจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมาย (90 วัน) ให้กับสมชาย เขาได้เงินก้อนนั้นมาตั้งตัวระหว่างหางานใหม่ บทเรียนนี้สอนให้เขารู้ว่า กฎหมายแรงงานดูที่เหตุผลแวดล้อมด้วย ไม่ใช่แค่นับวันขาดงานอย่างเดียว

แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย มาตรา 119 ต้องมีหนังสือเตือนทุกกรณีไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไปครับ ถือเป็นความผิดร้ายแรง เช่น การทุจริต ยักยอกเงิน ชกต่อยในที่ทำงาน หรือขาดงาน 3 วันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผล นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหนังสือเตือน แต่ถ้าเป็นความผิดทั่วไป เช่น มาสาย เล่นโทรศัพท์ ต้องมีหนังสือเตือนก่อนเสมอ

ถ้าถูกบีบให้ลาออกเอง จะได้ค่าชดเชยไหม?

ถ้าคุณเซ็นใบลาออกเอง จะถือว่าสมัครใจลาออกและไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากนายจ้างครับ หากคุณไม่ได้ทำผิดร้ายแรงและบริษัทต้องการให้ออก อย่าเซ็นใบลาออกเด็ดขาด ให้บริษัทเป็นผู้ออกหนังสือเลิกจ้างแทน เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินชดเชยตามอายุงาน

ลางานป่วยแต่ไม่ได้ยื่นใบรับรองแพทย์ ถือว่าละทิ้งหน้าที่ไหม?

กฎหมายคุ้มครองแรงงานระบุว่า การลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจขอให้แสดงใบรับรองแพทย์ได้ หากป่วยจริงแต่ไม่ได้ไปหาหมอ สามารถใช้พยานบุคคลหรือหลักฐานอื่นอธิบายได้ ไม่ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรครับ

หนังสือเตือนมีอายุความกี่ปี?

หนังสือเตือนมีผลบังคับใช้ไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่พนักงานกระทำความผิด (ไม่ใช่วันที่ออกหนังสือเตือน) หากเลย 1 ปีไปแล้ว พนักงานทำผิดซ้ำในเรื่องเดิม นายจ้างจะอ้างหนังสือเตือนฉบับเก่ามาไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ ต้องออกหนังสือเตือนใบใหม่ครับ

หากต้องการทราบเงื่อนไขเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่ เงื่อนไขการจ่ายค่าชดเชยแรงงาน

ข้อความหลัก

ความผิดร้ายแรงไม่ต้องเตือน

ทุจริต ทำลายทรัพย์สินบริษัท หรือติดคุก นายจ้างไล่ออกได้ทันทีและคุณจะไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากนายจ้างใดๆ ทั้งสิ้น

อายุหนังสือเตือนมีแค่ 1 ปี

การทำผิดกฎระเบียบทั่วไปต้องได้รับการเตือนเป็นหนังสือ 1 ครั้งก่อน และหนังสือเตือนนั้นมีผลแค่ 1 ปีนับจากวันทำผิด หากเกินกำหนดถือว่าล้างประวัติ

ขาดงาน 3 วันต้องระวัง

การหยุดงาน 3 วันทำงานติดกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร คือหนึ่งในสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้สูญเสียเงินชดเชย ควรแจ้งหัวหน้างานทุกครั้งที่มีเหตุฉุกเฉิน

อย่ารีบเซ็นใบลาออก

ถ้านายจ้างอ้างว่าคุณทำผิดและบังคับให้ลาออกเพื่อรักษาประวัติ การเซ็นใบลาออกจะทำให้คุณหมดสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยในศาลแรงงานทันที