ทําCPRกี่นาที
ทําCPRกี่นาที? กฎ 4 นาทีทองที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต
การเรียนรู้ว่าควร ทําCPRกี่นาที ช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงจากการสูญเสีย. การเข้าใจระยะเวลาที่เหมาะสมช่วยรักษาการทำงานของสมองและเพิ่มโอกาสในการฟื้นคืนสัญญาณชีพ. ผู้ปฏิบัติควรทราบขีดจำกัดของเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายผู้ป่วยอย่างรุนแรง.
ทํา CPR กี่นาที: สรุปเวลาสำคัญและกฎ 4 นาทีทองที่คุณต้องรู้
การทำ CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) ควรทำต่อเนื่องและไม่หยุดจนกว่าทีมแพทย์ฉุกเฉินจะมาถึง หรือจนกว่าผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกตัวและหายใจได้เอง หัวใจสำคัญคือต้องเริ่มภายใน 4 นาทีแรกหลังจากหัวใจหยุดเต้น เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สมองยังไม่เสียหายถาวรจากการขาดออกซิเจน
ในการทำ CPR ช่วงเวลา 4 นาทีแรกนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากปล่อยให้สมองขาดออกซิเจนนานกว่า 4 นาที โอกาสที่ผู้ป่วยจะฟื้นกลับมาเป็นปกติจะลดลงอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วโอกาสรอดชีวิตจะลดลงประมาณ 7-10% ในทุกๆ 1 นาทีที่ผ่านไปโดยไม่มีการช่วยเหลือ [1] การทำ CPR ที่มีประสิทธิภาพจึงช่วยยื้อเวลาให้สมองได้รับเลือดและออกซิเจนอย่างเพียงพอจนกว่าหัวใจจะกลับมาเต้นอีกครั้ง
แต่บอกตามตรงครับ ในสถานการณ์จริงมันกดดันกว่าในบทความเยอะมาก ตอนที่ผมต้องทำ CPR ครั้งแรก ผมรู้สึกว่าผ่านไปแค่ 2 นาที แต่นาฬิกาบอกว่าผ่านไป 10 นาทีแล้ว ความเหนื่อยและเหงื่อที่ไหลเข้าตาทำให้ผมอยากหยุดพัก แต่พอนึกถึงตัวเลขโอกาสรอดที่ลดลงทุกนาที มันทำให้ผมต้องกัดฟันสู้ต่อ
ต้องปั๊มหัวใจนานแค่ไหนถึงจะหยุดได้?
คำถามที่หลายคนกังวลคือ ต้องทำไปอีกกี่นาที? คำตอบสั้นๆ คือคุณไม่ควรหยุดทำ CPR เว้นแต่จะเกิดสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้: ทีมแพทย์ฉุกเฉินมาถึง: เมื่อเจ้าหน้าที่ 1669 หรือทีมกู้ชีพมาถึงที่เกิดเหตุและพร้อมเข้ามารับช่วงต่อ ผู้ป่วยฟื้นคืนสติ: ผู้ป่วยเริ่มขยับตัว ลืมตา หรือกลับมาหายใจได้เองตามปกติ สถานการณ์ไม่ปลอดภัย: หากสถานที่นั้นเกิดอันตราย เช่น ไฟไหม้ ตึกถล่ม หรือสภาพแวดล้อมที่อาจทำให้ผู้ช่วยชีวิตบาดเจ็บ หมดแรงจนไม่สามารถทำต่อได้: หากคุณทำคนเดียวจนหมดแรงและไม่มีใครช่วยเปลี่ยน การพักเพียงช่วงสั้นๆ เพื่อสะสมพลังอาจจำเป็น แต่ทางที่ดีที่สุดคือการหาคนมาช่วยสลับทุกๆ 2 นาที
เชื่อไหมครับว่าหลายคนคิดว่าต้องปั๊มแค่ 5-10 นาทีแพทย์ก็มาแล้ว แต่ในพื้นที่ห่างไกลหรือช่วงรถติด ทีมกู้ชีพอาจใช้เวลาเฉลี่ย 8-15 นาทีในการมาถึงที่เกิดเหตุ การ ปั๊มหัวใจกี่นาที ต่อเนื่องในช่วงเวลานี้จึงเป็นภารกิจที่ต้องใช้พละกำลังมหาศาล ผมแนะนำว่าถ้ามีคนอยู่รอบข้าง ให้เรียกพวกเขามาช่วยและสอนวิธีสลับตัวทุกๆ 2 นาที (หรือประมาณ 5 รอบของการ CPR 30 ต่อ 2 คือ) เพื่อรักษาคุณภาพของการกดหน้าอกให้คงที่
อัตราความเร็วและจังหวะที่ถูกต้องในการทำ CPR
นอกเหนือจากเรื่องเวลาแล้ว คุณภาพของการทำ CPR ก็สำคัญไม่แพ้กัน อัตราการกดหน้าอกที่เหมาะสมคือ 100-120 ครั้งต่อนาที ซึ่งเป็นจังหวะที่เร็วพอจะส่งเลือดไปเลี้ยงสมองได้ทันท่วงที
อัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมีการกดหน้าอกอย่างน้อย 100 ครั้งต่อนาที โดยข้อมูลระบุว่าการกดหน้าอกที่มีความลึกอย่างน้อย 5 เซนติเมตร (หรือประมาณ 2 นิ้ว) ช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นคืนสัญญาณชีพได้มากกว่าการกดเบาๆ[3] การกดแรงและเร็วคือหัวใจสำคัญครับ
นอกจากจังหวะที่ต้องเป๊ะแล้ว - และนี่คือสิ่งที่หลายคนพลาด - คุณต้องปล่อยให้หน้าอกคืนตัวจนสุดก่อนจะกดครั้งต่อไป หลายคนกังวลมากจนกดรัวโดยไม่ปล่อยให้หัวใจขยายตัวรับเลือด ผลคือเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอ แม้จะ ทําCPRกี่นาที ก็ตาม
Hand-Only CPR: ทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่เคยฝึกเป่าปาก
หากคุณไม่มั่นใจเรื่องการเป่าปาก หรือกังวลเรื่องความปลอดภัยทางสุขอนามัย การทำ Hand-Only CPR หรือการกดหน้าอกเพียงอย่างเดียวก็มีประสิทธิภาพเพียงพอในการช่วยชีวิตเบื้องต้นได้
มีข้อมูลชี้ให้เห็นว่าการทำ Hand-Only CPR ในช่วงนาทีแรกๆ หลังพบผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล มีประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตเทียบเท่ากับการทำ CPR แบบดั้งเดิมที่สลับกับการเป่าปาก โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ที่หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน เนื่องจากในเลือดยังพอมีออกซิเจนค้างอยู่ได้นาน 5-10 นาที สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการมากที่สุดคือแรงปั๊มเพื่อส่งเลือดที่มีออกซิเจนนั้นไปเลี้ยงสมอง
ส่วนตัวผมเองเคยรู้สึกผิดที่ไม่กล้าเป่าปากคนแปลกหน้าที่หน้าห้างสรรพสินค้า แต่พอได้คุยกับทีมแพทย์ทีหลัง เขาบอกว่าแค่ผมกดหน้าอกรัวๆ ไม่หยุดในจังหวะเพลง Stayin Alive นั่นแหละคือสิ่งที่ช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้จนถึงมือหมอ อย่าลังเลที่จะศึกษา ขั้นตอนการทำ CPR ที่ถูกต้อง เพียงเพราะคุณจำวิธีเป่าปากไม่ได้ครับ
เปรียบเทียบการทำ CPR ในผู้ป่วยแต่ละกลุ่ม
ขั้นตอนและระยะเวลาในการทำ CPR มีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามช่วงอายุเพื่อให้เหมาะสมกับสรีระและความต้องการออกซิเจนผู้ใหญ่ (Adult)
• 30 : 2 หรือกดอย่างเดียวต่อเนื่อง
• ใช้สองมือซ้อนกันบริเวณกึ่งกลางหน้าอก
• 5 - 6 เซนติเมตร (ไม่เกิน 6 ซม.)
เด็ก (1-8 ปี)
• 30 : 2 (หรือ 15:2 หากมีผู้ช่วย 2 คน)
• ใช้หนึ่งหรือสองมือตามขนาดตัวเด็ก
• ประมาณ 5 เซนติเมตร (1/3 ของความหนาหน้าอก)
ทารก (ต่ำกว่า 1 ปี)
• 30 : 2 (เน้นการเป่าปากควบจมูก)
• ใช้สองนิ้วกด (นิ้วชี้และนิ้วกลาง)
• ประมาณ 4 เซนติเมตร
ความลึกและแรงกดคือจุดต่างที่สำคัญที่สุด ระวังอย่ากดผู้ป่วยเด็กหรือทารกแรงเท่าผู้ใหญ่เพราะอาจทำให้กระดูกซี่โครงหรืออวัยวะภายในเสียหายได้ แต่จังหวะความเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาทีควรใช้เหมือนกันในทุกกลุ่มบทเรียนจากความลนลานของสุรชัย: เมื่อ 10 นาทีมีค่าเท่ากับชีวิต
สุรชัย พนักงานบริษัทอายุ 45 ปีในกรุงเทพฯ พบเพื่อนร่วมงานวูบหมดสติกลางออฟฟิศ เขาจำได้ลางๆ ว่าต้องทำ CPR แต่ความกลัวทำให้เขายืนตัวแข็งอยู่ 2 นาที จนกระทั่งจำกฎ 4 นาทีทองได้เขาจึงเริ่มลงมือ
เขาพยายามปั๊มหัวใจแต่กดตื้นเกินไปเพราะกลัวเพื่อนเจ็บ ผลคือเพื่อนยังไม่มีการตอบสนองและหน้าเริ่มเขียว สุรชัยเริ่มสติแตกและเกือบจะหยุดทำเพราะคิดว่าเพื่อนไม่รอดแล้ว
เพื่อนอีกคนตะโกนบอกให้กดแรงขึ้นและลึกขึ้น เขาจึงเปลี่ยนมาใช้แรงจากไหล่กดลึก 5 เซนติเมตรตามจังหวะเพลงที่เคยเรียนมา สุรชัยต้องปั๊มต่อเนื่องนานถึง 12 นาทีจนเหงื่อท่วมตัวและแขนเริ่มล้าจนสั่น
เมื่อทีมกู้ชีพ 1669 มาถึงและใช้ AED กระตุกหัวใจ เพื่อนของเขาก็กลับมามีสัญญาณชีพ แพทย์ระบุว่าการปั๊มหัวใจที่ 'ลึกและต่อเนื่อง' ของสุรชัยในช่วง 10 นาทีก่อนหน้านั้นคือสิ่งที่รักษาเซลล์สมองของเพื่อนไว้ได้ 100%
เรียนรู้เพิ่มเติม
ถ้าปั๊มหัวใจแล้วซี่โครงหัก ต้องทำอย่างไร?
ให้ทำ CPR ต่อไปทันทีโดยไม่หยุด การที่ซี่โครงหักอาจเกิดขึ้นได้จากการกดที่ลึกและแรงพอ ซึ่งสามารถรักษาได้ในภายหลัง แต่ภาวะหัวใจหยุดเต้นเป็นอันตรายถึงชีวิตที่รอไม่ได้
ไม่ได้จบแพทย์หรือพยาบาล ทำ CPR แล้วผิดกฎหมายไหม?
ในประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองผู้ที่ช่วยเหลือด้วยเจตนาดี หากทำตามขั้นตอนมาตรฐานและไม่ได้มีเจตนาประทุษร้าย คุณจะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายแม้ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
ต้องเป่าปากบ่อยแค่ไหนถ้าปั๊มคนเดียว?
หากคุณผ่านการฝึกมา ให้กดหน้าอก 30 ครั้งสลับกับการเป่าปาก 2 ครั้ง แต่ถ้าเหนื่อยเกินไปหรือจำวิธีไม่ได้ ให้กดหน้าอกอย่างเดียวต่อเนื่อง 100-120 ครั้งต่อนาทีจนกว่าแพทย์จะมาถึง
สรุปบทความ
กฎ 4 นาทีคือจุดตัดสินการเริ่ม CPR ภายใน 4 นาทีแรกเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้หลายเท่าตัวและลดความเสี่ยงสมองตาย
ความเร็วคือหัวใจต้องกดหน้าอกด้วยความเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาทีเพื่อให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงสมองได้ทัน
ความลึกที่พอดีกดให้ลึกอย่างน้อย 5 เซนติเมตรในผู้ใหญ่เพื่อให้มีแรงดันเลือดเพียงพอส่งไปถึงอวัยวะสำคัญ
ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้นและไม่สามารถใช้แทนการฝึกอบรมหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ในกรณีฉุกเฉินควรโทรแจ้ง 1669 ทันทีและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กู้ชีพ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต