ไตอักเสบ มีกี่แบบ
ไตอักเสบ มีกี่แบบ: หน่วยไตและกรวยไตอักเสบ
การทำความเข้าใจเรื่อง ไตอักเสบ มีกี่แบบ ช่วยให้สังเกตอาการผิดปกติและรับมือกับความเสี่ยงของโรคได้อย่างถูกต้อง การเรียนรู้ประเภทต่างๆ ของอาการอักเสบช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจส่งผลต่อการทำงานของไต
โรคไตอักเสบ มีกี่แบบ และแตกต่างกันอย่างไร
โรคไตอักเสบในทางการแพทย์อาจมีความเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยและกลไกการเกิดโรคที่แตกต่างกัน การจำแนกประเภทจึงช่วยให้เข้าใจความรุนแรงและแนวทางดูแลรักษาที่เหมาะสมได้ดีขึ้น
โรคไตอักเสบในทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามตำแหน่งและสาเหตุการเกิดโรค ได้แก่ โรคหน่วยไตอักเสบ (Glomerulonephritis) จากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน และ ประเภทของโรคไตอักเสบ กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) จากการติดเชื้อแบคทีเรีย[1]
1. โรคหน่วยไตอักเสบ (Glomerulonephritis)
เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติหรือโรคแพ้ภูมิตนเอง ทำให้หน่วยไต (Glomerulus) ซึ่งทำหน้าที่กรองเลือดเกิดการอักเสบ อาการและอัตราการดำเนินโรคมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามรูปแบบที่เป็น
แบบเฉียบพลัน (Acute)
แบบเฉียบพลัน (Acute): เกิดขึ้นฉับพลัน มักตามหลังการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น คออักเสบหรือต่อมทอนซิลอักเสบ มีอาการปัสสาวะเป็นเลือดหรือสีน้ำล้างเนื้อ หน้าและขาบวม และความดันโลหิตสูง[3]
แบบเรื้อรัง (Chronic)
แบบเรื้อรัง (Chronic): พัฒนาอย่างช้าๆ นานเป็นเดือนหรือปี มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ตรวจพบโปรตีนรั่วหรือเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ และเสี่ยงนำไปสู่ไตวายเรื้อรัง[4]
แบบลุกลามรวดเร็ว (Rapidly Progressive - RPGN)
แบบลุกลามรวดเร็ว (Rapidly Progressive - RPGN): มีการอักเสบรุนแรง ทำหน้าที่ไตลดลงอย่างรวดเร็วภายในสัปดาห์หรือเดือน ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย[5] ์ ตัวอย่างชนิดย่อยที่พบบ่อย เช่น IgA Nephropathy และ Lupus Nephritis จากโรค SLE
2. โรคกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)
เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น เชื้อ E. coli ที่ลุกลามขึ้นไปถึงกรวยไต[6] โรคนี้แบ่งย่อยออกเป็นสองลักษณะสำคัญตามระยะเวลาและความรุนแรงของการติดเชื้อ
แบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรังของกรวยไตอักเสบ
แบบเฉียบพลัน (Acute): มีไข้สูงหนาวสั่น ปวดเอวหรือปวดหลังข้างที่มีการอักเสบ และปัสสาวะแสบขัด รักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แบบเรื้อรัง (Chronic): เกิดจากการติดเชื้อซ้ำซ้อนหรือมีทางเดินปัสสาวะอุดตัน ทำลายเนื้อเยื่อไตอย่างต่อเนื่อง[8]
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง หน่วยไตอักเสบ และ กรวยไตอักเสบ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เราสามารถเปรียบเทียบโรคไตอักเสบทั้งสองกลุ่มหลักตามตำแหน่งและสาเหตุหลักได้ดังนี้โรคหน่วยไตอักเสบ (Glomerulonephritis)
- ปัสสาวะเป็นเลือด บวมตามตัว และความดันโลหิตสูง
- ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันหรือโรคแพ้ภูมิตนเอง
- หน่วยไต (Glomerulus) ทำหน้าที่กรองของเสียในเลือด
โรคกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)
- มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเอว และปัสสาวะแสบขัด
- การติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะ
- กรวยไตและเนื้อเยื่อไตจากการลุกลามของทางเดินปัสสาวะ
แม้จะเรียกว่าไตอักเสบเหมือนกัน แต่หน่วยไตอักเสบมักเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ขณะที่กรวยไตอักเสบมีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียภายนอกที่ลุกลามขึ้นไปกรณีศึกษาอาการและการสังเกตตนเองของสมชาย
สมชาย พนักงานออฟฟิศอายุ 35 ปี เริ่มสังเกตเห็นว่าใบหน้าและข้อเท้าของตนเองบวมผิดปกติในช่วงเช้า ร่วมกับมีปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีน้ำล้างเนื้อโดยไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ
เขาชะล่าใจคิดว่าเป็นเพราะการนอนดึกและดื่มน้ำมากก่อนนอน จึงปล่อยทิ้งไว้เกือบสองสัปดาห์จนเริ่มมีอาการเหนื่อยเพลียและปวดศีรษะร่วมด้วย
เมื่อไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด ผลตรวจพบว่ามีความดันโลหิตสูงและมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะหน่วยไตอักเสบที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
หลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคุมอาหารและรับประทานยาตามแพทย์สั่ง อาการบวมจึงค่อยๆ ดีขึ้นและช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนระยะยาวได้ทันท่วงที
สรุปบทความ
แบ่งตามตำแหน่งและสาเหตุโรคไตอักเสบแบ่งเป็นหน่วยไตอักเสบจากภูมิคุ้มกัน และกรวยไตอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
หน่วยไตอักเสบมีหลายระยะสามารถแบ่งออกเป็นแบบเฉียบพลัน แบบเรื้อรัง และแบบลุกลามรวดเร็ว ซึ่งมีความรุนแรงแตกต่างกัน
กรวยไตอักเสบมักมาพร้อมไข้และอาการปวดเอวเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียลุกลาม มักมีไข้สูงหนาวสั่นและปัสสาวะแสบขัด
เรียนรู้เพิ่มเติม
โรคไตอักเสบมีกี่แบบหลักๆ อะไรบ้าง?
ในทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ โรคหน่วยไตอักเสบจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน และโรคกรวยไตอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
อาการเตือนของหน่วยไตอักเสบมีอะไรบ้าง?
อาการที่พบบ่อยได้แก่ ปัสสาวะเป็นเลือดหรือมีสีคล้ายน้ำล้างเนื้อ มีอาการบวมบริเวณใบหน้าและขา รวมถึงอาจมีภาวะความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
กรวยไตอักเสบเกิดจากสาเหตุใด?
กรวยไตอักเสบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะที่ลุกลามขึ้นไปถึงส่วนกรวยไต มักทำให้มีไข้สูงและปวดเอว
ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปและไม่สามารถแทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ผู้전문เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
เอกสารอ้างอิง
- [1] Themedicative - โรคไตอักเสบในทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามตำแหน่งและสาเหตุการเกิดโรค ได้แก่ โรคหน่วยไตอักเสบ (Glomerulonephritis) จากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน และ โรคกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) จากการติดเชื้อแบคทีเรีย
- [3] Kidney - แบบเฉียบพลัน (Acute): เกิดขึ้นฉับพลัน มักตามหลังการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น คออักเสบหรือต่อมทอนซิลอักเสบ มีอาการปัสสาวะเป็นเลือดหรือสีน้ำล้างเนื้อ หน้าและขาบวม และความดันโลหิตสูง
- [4] Kidney - แบบเรื้อรัง (Chronic): พัฒนาอย่างช้าๆ นานเป็นเดือนหรือปี มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ตรวจพบโปรตีนรั่วหรือเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ และเสี่ยงนำไปสู่ไตวายเรื้อรัง
- [5] Kidney - แบบลุกลามรวดเร็ว (Rapidly Progressive - RPGN): มีการอักเสบรุนแรง ทำหน้าที่ไตลดลงอย่างรวดเร็วภายในสัปดาห์หรือเดือน ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์
- [6] Mayoclinic - เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น เชื้อ E. coli ที่ลุกลามขึ้นไปถึงกรวยไต
- [8] Mayoclinic - แบบเรื้อรัง (Chronic): เกิดจากการติดเชื้อซ้ำซ้อนหรือมีทางเดินปัสสาวะอุดตัน ทำลายเนื้อเยื่อไตอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต