รังสีUV มีกี่ระดับ

0 ครั้งเข้าชม
รังสี UV มีกี่ระดับ และการใช้ SPF 30 ลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง 50% การป้องกันสม่ำเสมอช่วยลดปัญหาผิวแก่ก่อนวัยจากแสงแดดลง 24% การทาครีมกันแดดน้อยกว่ากำหนด 2 เท่าลดประสิทธิภาพเหลือเพียง 1/3
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

รังสี UV มีกี่ระดับ: SPF 30 ลดมะเร็ง 50% และผิวแก่ 24%

การทำความเข้าใจว่า รังสี UV มีกี่ระดับ ช่วยส่งเสริมการเลือกวิธีปกป้องผิวให้ถูกต้องเพื่อเลี่ยงอันตรายจากแสงแดด การทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธีเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงโรคร้ายและรักษาสุขภาพผิว การเพิกเฉยต่อการป้องกันส่งผลเสียโดยตรง การศึกษาเกณฑ์ป้องกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของผิวหนังอย่างสูงสุด

รังสี UV มีกี่ระดับ และค่า UV Index บอกอะไรเราบ้าง?

ดัชนีรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ ค่า UV Index คืออะไร คือค่ามาตรฐานสากลที่ใช้ระบุระดับความเข้มข้นของรังสี UV ที่ส่งลงมาถึงพื้นผิวโลกในแต่ละวัน โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับความเสี่ยงหลัก ตั้งแต่ระดับต่ำ (0-2) ไปจนถึงระดับสูงสุด (11 ขึ้นไป) การเข้าใจระดับเหล่านี้จะช่วยให้คุณประเมินได้ว่าควรป้องกันผิวหนังและดวงตาอย่างไรเพื่อให้ปลอดภัยจากผลกระทบระยะสั้นอย่างผิวไหม้แดด และระยะยาวอย่างโรคมะเร็งผิวหนัง

ในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเขตร้อน UV Index ประเทศไทย มักพุ่งสูงเกินระดับ 11 ในช่วงเที่ยงวัน ซึ่งถือเป็นระดับที่อันตรายมาก ข้อมูลจากการรวบรวมสถิติพบว่าในกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคใต้ มีโอกาสพบค่าดัชนี UV สูงสุดถึงระดับ 11-12 ได้บ่อยครั้งในช่วงฤดูร้อน [1] ซึ่งส่งผลให้ผิวหนังที่ไม่มีการป้องกันสามารถไหม้แดดได้ภายในเวลาเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น

เจาะลึก 5 ระดับรังสี UV และวิธีป้องกันที่ถูกต้อง

องค์การอนามัยโลกได้กำหนด ระดับดัชนี UV และการป้องกัน โดยใช้สัญลักษณ์สีและ ระดับความรุนแรงของแสงแดด ไว้เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่าย ดังนี้: ระดับต่ำ (0-2) - สีเขียว: ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ระดับปานกลาง (3-5) - สีเหลือง: เริ่มมีความเสี่ยง ควรเริ่มสวมหมวก แว่นกันแดด และทาครีมกันแดดหากต้องอยู่กลางแดดนานเกิน 45 นาที ระดับสูง (6-7) - สีส้ม: มีความเสี่ยงสูง ผิวไหม้ได้ง่าย ควรหาที่ร่มและสวมเสื้อผ้าแขนยาว ระดับสูงมาก (8-10) - สีแดง: อันตรายมาก ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดช่วง 10.00 - 16.00 น. ระดับสูงสุด (11 ขึ้นไป) - สีม่: อันตรายรุนแรงที่สุด ผิวไหม้ได้ในเวลาไม่กี่นาที และมีความเสี่ยงสะสมต่อมะเร็งผิวหนังสูงที่สุด

การเพิ่มขึ้นของค่า UV Index เพียง 1 หน่วย สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังชนิดที่ไม่ใช่มะเร็งไฝ (Non-melanoma skin cancer) ได้อย่างมีนัยสำคัญ [2] ในประชากรที่มีผิวขาว หากต้องการทราบว่า รังสี UV มีกี่ระดับ ที่ส่งผลต่อผิว ลองสังเกตจากตัวเองดู - วันไหนที่ค่า UV ขึ้นไประดับสีส้ม (6-7) แม้จะรู้สึกว่าลมพัดเย็นสบาย แต่ถ้าเดินกลางแจ้งโดยไม่ทากันแดดเพียงครึ่งชั่วโมง ผิวแขนจะเริ่มแดงและแสบอย่างเห็นได้ชัดในตอนเย็น รังสี UV ไม่ได้มาพร้อมความร้อนเสมอไป แต่มันทำลายเซลล์ผิวเราเงียบๆ

ค่า UV เท่าไหร่ถึงอันตราย? เรื่องที่คนไทยมักเข้าใจผิด

หลายคนเชื่อว่าถ้าท้องฟ้าครึ้มหรือมีเมฆมาก รังสี UV จะลดลงจนไม่อันตราย แต่ความเป็นจริงแล้วเมฆบางชนิดสามารถปล่อยให้รังสี UV ผ่านมาได้ถึง 80% แม้ในวันที่ดูเหมือนไม่มีแดดจัด รังสี UV มีกี่ระดับ ในประเทศไทยก็ยังอาจอยู่ที่ระดับ 5-6 (สีส้ม) ได้ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เกิดจุดด่างดำและริ้วรอยก่อนวัย

จากสถิติพบว่าการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำ สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาได้ถึง 50%[3] และลดผิวหนังแก่ก่อนวัยจากแสงแดดได้ 24% อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ทาครีมกันแดดน้อยกว่าปริมาณที่ควรจะเป็นถึง 2 เท่า ทำให้ประสิทธิภาพการป้องกันจริงเหลือเพียง 1/3 ของค่าที่ระบุบนฉลากเท่านั้น

ตอนผมเริ่มศึกษาเรื่องนี้ใหม่ๆ ผมเคยสงสัยว่าทำไมทากันแดดแล้วผิวยังหมองคล้ำ ปรากฎว่าผมทาปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียวสำหรับทั้งหน้า - ซึ่งนั่นผิดมาก - จริงๆ แล้วเราต้องใช้ปริมาณประมาณ 2 ข้อนิ้วมือสำหรับใบหน้าเพื่อให้ได้การป้องกันตามข้อมูลที่ว่า รังสี UV มีกี่ระดับ เพื่อให้สอดคล้องกับค่าการป้องกันจริงตามที่ระบุไว้

การเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับระดับ UV Index

เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพสูงสุด คุณควรปรับเปลี่ยนระดับการป้องกันตามดัชนี UV ในแต่ละช่วงเวลา

ระดับต่ำ (0-2)

ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมพิเศษ

SPF 15 หรือใช้ Day Cream ปกติที่มีส่วนผสมของสารกันแดด

PA+ ก็เพียงพอสำหรับการทำกิจกรรมในร่ม

ระดับปานกลาง - สูง (3-7) ⭐

สวมหมวกปีกกว้างและแว่นกันแดดที่กัน UV 400

SPF 30 ขึ้นไป เพื่อป้องกันรังสี UVB ได้ประมาณ 97%

PA+++ เพื่อป้องกันรังสี UVA ในระดับสูง

ระดับสูงมาก - สูงสุด (8-11+)

พยายามอยู่ในร่ม หลีกเลี่ยงแดดจัดโดยตรง

SPF 50+ เพื่อการป้องกันสูงสุดและลดโอกาสผิวไหม้

PA++++ สำคัญมากเพราะรังสี UVA ในไทยแรงมาก

สำหรับสภาพอากาศในประเทศไทย แนะนำให้ยืนพื้นด้วย SPF 30 PA+++ เป็นอย่างน้อย เพราะแม้ในที่ร่มหรือวันเมฆมาก ค่า UV Index ก็มักจะไม่ต่ำกว่าระดับ 3

ประสบการณ์ของเอก: จากทริปทะเลสู่บทเรียนผิวไหม้ระดับรุนแรง

เอก พนักงานบริษัทวัย 32 ปีจากเชียงใหม่ ไปเที่ยวทะเลภูเก็ตในเดือนเมษายนซึ่งมีค่า UV Index พุ่งสูงถึงระดับ 12 ตลอดช่วงบ่าย เขาคิดว่าการทากันแดดเพียงครั้งเดียวตอนเช้าก่อนออกจากโรงแรมจะเพียงพอสำหรับทั้งวัน

เขาใช้เวลาเล่นน้ำและเดินชายหาดต่อเนื่อง 3 ชั่วโมงโดยไม่ทาซ้ำ ผลที่ตามมาคือผิวบริเวณบ่าและหลังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและมีอาการแสบร้อนอย่างรุนแรงจนนอนหงายไม่ได้ในคืนนั้น

เอกพยายามใช้เจลว่านหางจระเข้ทาเพื่อลดความร้อน แต่ผิวก็ยังลอกเป็นแผ่นในอีก 3 วันต่อมา เขาจึงตระหนักว่าค่า UV ระดับสูงสุดในไทยไม่ได้ทำร้ายแค่ผิวชั้นนอก แต่ทำลายลึกถึงโครงสร้างผิว

หลังจากทริปนั้น เอกเริ่มเช็กแอพพยากรณ์อากาศเพื่อดูค่า UV Index ทุกวัน และทากันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง ทำให้เขาสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้โดยไม่มีอาการผิวแสบแดงอีกเลย

ขยายความรู้

แดดประเทศไทยกี่ระดับที่ถือว่าอันตรายที่สุด?

ระดับ 11 หรือ Very High/Extreme (สีม่วง) ถือเป็นระดับที่อันตรายที่สุด ซึ่งพบได้บ่อยมากในไทยช่วงเวลา 11.00 - 14.00 น. ในระดับนี้ ผิวที่ไม่ได้ป้องกันอาจไหม้เสียแดดได้ภายในเวลาเพียง 10-15 นาที

ถ้าอยู่ในที่ร่มหรือในรถ ต้องกังวลเรื่องระดับ UV หรือไม่?

ยังคงต้องกังวล โดยเฉพาะรังสี UVA ที่สามารถทะลุผ่านกระจกอาคารและกระจกรถยนต์ได้ถึง 75% หากคุณต้องนั่งใกล้หน้าต่างเป็นเวลานาน การทาครีมกันแดดที่มีค่า PA สูงๆ ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น

แว่นกันแดดจำเป็นแค่ไหนเมื่อค่า UV Index สูง?

จำเป็นมาก เพราะรังสี UV ระดับสูงส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระจกตาและเลนส์ตา เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกถึง 3 เท่า หากต้องออกแดดในระดับ UV Index ตั้งแต่ 6 ขึ้นไป ควรเลือกแว่นที่ระบุว่าป้องกัน UV 400

ประเด็นสำคัญ

ตรวจสอบค่า UV Index รายวัน

ควรเช็กดัชนี UV ผ่านแอพพลิเคชันพยากรณ์อากาศก่อนออกจากบ้าน หากค่าสูงกว่า 6 ควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อม

หากคุณต้องการทราบข้อมูลเจาะจงเกี่ยวกับความเสี่ยงในระดับต่างๆ ลองศึกษาเพิ่มเติมว่า UV 8 คืออะไร เพื่อการเตรียมตัวที่ดียิ่งขึ้นครับ
ทาครีมกันแดดในปริมาณที่ถูกต้อง

การใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับใบหน้าและคอเป็นมาตรฐานที่ช่วยให้ได้รับค่า SPF ตามที่ระบุไว้บนฉลากจริง

เลี่ยงช่วงเวลาวิกฤต

พยายามไม่อยู่กลางแจ้งในช่วง 10.00 - 16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ความเข้มข้นของรังสี UV สูงกว่าช่วงเวลาอื่นถึง 10 เท่า

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่คำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณมีอาการผิวไหม้รุนแรง มีตุ่มน้ำ หรือมีความกังวลเกี่ยวกับจุดผิดปกติบนผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที

แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง

  • [1] Samitivejhospitals - ในประเทศไทยมีโอกาสพบค่าดัชนี UV สูงสุดถึงระดับ 11-12 ได้บ่อยครั้งในช่วงฤดูร้อน
  • [2] Skincancer - การเพิ่มขึ้นของค่า UV Index เพียง 1 หน่วย สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังชนิดที่ไม่ใช่มะเร็งไฝ (Non-melanoma skin cancer) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • [3] Skincancer - การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำ สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาได้ถึง 50%