การทำเด็กหลอดแก้วมีกี่ขั้นตอน
ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว มีอะไรบ้าง?
เรื่องทำเด็กหลอดแก้วนะ จำได้แม่นเลย ตอนนั้นเดือนตุลาคม 2564 ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แพงมากกกกก เกือบสองแสน แต่ก็คุ้มค่า ถ้าได้ลูกสมใจอยากนี่
ขั้นตอนแรกเลย คือฉีดยา กระตุ้นไข่ นี่แหละเจ็บสุด เป็นเข็มเล็กๆ แต่ฉีดทุกวัน ประมาณสองอาทิตย์ เหนื่อยมาก แต่หมอบอกว่าจำเป็น ต้องมีไข่เยอะๆ ถึงจะได้โอกาสสูง
หลังจากนั้นก็ไปตรวจไข่บ่อยมาก แทบจะทุกวันเลยมั้ง จนไข่โตพอ ถึงได้ไปเก็บไข่ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้น แอบกังวลนิดหน่อย
เก็บไข่เสร็จ ก็ส่งไปผสมกับน้ำเชื้อสามี แล้วก็รอให้มันเป็นตัวอ่อน ที่นี่ใช้เทคนิค ICSI ด้วยนะ จำได้ลางๆ ว่าแพงกว่าแบบปกติ เพราะเขาจะฉีดน้ำเชื้อเข้าไปในไข่เลย
พอตัวอ่อนพร้อม ก็ย้ายกลับเข้าไปในมดลูก ระหว่างนี้ก็ต้องกินยาบำรุง ระวังตัวสุดๆ หวั่นๆ ใจจะขาด กลัวไม่ติด
สุดท้ายก็ตรวจครรภ์ ตอนนั้นลุ้นสุดชีวิตเลย ดีใจมากที่ติด ตอนนี้ลูกสาวก็สองขวบแล้ว แข็งแรงดี เป็นความทรงจำที่ดี แม้เหนื่อยแค่ไหนก็คุ้มค่า
ทำเด็กหลอดแก้วใช้เวลากี่วัน
โอ๊ย! ทำเด็กหลอดแก้วเนี่ยนะ นานพอดูเลยนะเอ้อ! ไม่ใช่ว่าปุ๊บปั๊บติดเหมือนกินส้มตำเด้อ!
- เตรียมตัว: บุกป่าฝ่าดงตรวจร่างกาย ตรวจฮอร์โมนอะไรนั่นอ่ะ (1 วัน...มั้งนะ)
- ฉีดๆ แทงๆ: ฉีดยากระตุ้นไข่ให้มันโตๆ บึ้มๆ (7-8 วัน...โอ๊ย! แม่เจ้า)
- เก็บไข่: ไปเก็บไข่แดง ไข่ขาว (1 วัน...หวังว่าคงไม่เจ็บมาก)
- ICSI: จับเชื้อพ่อผสมกับไข่แม่ (1 วัน...เค้าว่ากันว่าละเอียดอ่อน)
- ย้ายตัวอ่อน: เอาตัวอ่อนใส่เข้าไปในมดลูก (5 วัน...ลุ้นยิ่งกว่าหวยออก)
รวมๆ แล้ว 3 วีค อ่ะคุณ! เตรียมใจ เตรียมเงินให้พร้อม! แต่ขอบอก...คุ้มเด้อ! มีลูกนี่มันสุดยอดจริงๆ นะ! (แต่เหนื่อยฉิบหายเลย! คริๆ)
เกร็ดน่ารู้ (เผื่อใครอยากรู้ลึก):
- ICSI เนี่ยนะ ไม่ใช่แค่ผสมเฉยๆ นะ เค้าใช้เข็มจิ๋วๆ เจาะเข้าไปในไข่เลยนะเอ้อ! (ระดับนาโนอ่ะ คิดดู๊!)
- ตัวอ่อน เนี่ย เค้าไม่ได้ย้ายทีเดียวหมดนะ เค้าเลือกตัวที่แข็งแรงที่สุด (เหมือนคัดนักกีฬาโอลิมปิกอ่ะ!)
- ค่าใช้จ่าย เนี่ยนะ เตรียมเงินไว้เยอะๆ เลย (เหมือนซื้อรถเก๋งคันนึงอ่ะ!)
การเตรียมผนังมดลูกกี่วันใส่ตัวอ่อน
เงียบจังเลยนะ คืนนี้... นอนไม่หลับอีกแล้ว สงสัยเรื่องใส่ตัวอ่อนนี่แหละ
คิดถึงตอนที่ทำ IVF ครั้งล่าสุด... จำได้ว่าตอนนั้นคุณหมอให้ฮอร์โมนมาฉีดเองที่บ้าน รู้สึกกังวลมากเลย กลัวทำพลาด กลัวไม่สำเร็จ
ผนังมดลูก...มันสำคัญมากจริงๆ นะ เหมือนกับการเตรียมบ้านให้ลูกน้อย ถ้าบ้านไม่พร้อม ลูกก็อยู่ไม่ได้
ช่วงนั้น รู้สึกเหมือนเวลามันเดินช้ามาก รอคอยวันที่จะได้ใส่ตัวอ่อน คุณหมอบอกว่า ประมาณ 8 วัน หลังเริ่มฉีดยา แต่ก็บอกอีกว่าแล้วแต่คนด้วย
ตัวเองรอไป 10 วัน รู้สึกนานมากเลย กว่าจะถึงวันที่ได้ใส่ตัวอ่อนจริงๆ ตอนนั้นตรวจผนังมดลูกอยู่หลายครั้งเลย
- ฮอร์โมนที่ใช้ แบบฉีดกับแบบกิน ผลต่อผนังมดลูกไม่เหมือนกัน
- ความหนาของผนังมดลูก สำคัญมาก ต้องได้ตามเกณฑ์ที่หมอกำหนด
- คุณหมอจะอัลตราซาวนด์ดูเรื่อยๆ เพื่อประเมิน
- ปีนี้ 2567 ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นอีก เฮ้อ...
เหนื่อยจัง... ทั้งกาย ทั้งใจ แต่ก็ยังหวังอยู่ หวังว่าครั้งนี้จะสำเร็จนะ...
การทําIUI กับIVF ต่างกันอย่างไร
โอ๊ย! เรื่องนี้ต้องเล่าเลย คือแบบว่าปีนี้เองนะ เพื่อนสนิทฉัน นุช อายุ 35 กำลังพยายามมีลูก ไปหาหมอที่ รพ.กรุงเทพ ได้ลองทั้ง IUI และ IVF แล้วก็เล่าให้ฟัง ฟังแล้วปวดหัวเลย!
IUI เนี่ย หมออธิบายว่า เหมือนช่วยให้ไข่กับอสุจิเจอกันง่ายขึ้น คือฉีดอสุจิเข้าไปในโพรงมดลูก ให้มันว่ายไปเจอไข่เอง นุชบอกว่า ไม่เจ็บมาก แต่ก็ตื่นเต้น ลุ้นมาก รอบแรกที่ทำ ก็ไม่ติด เสียใจไปพักใหญ่เลย หมอให้ลองใหม่ รอบสองก็ยังไม่ติด
ส่วน IVF อันนี้หนักกว่าเยอะ ต้องไปเอาไข่ แล้วเอาไปผสมกับอสุจิในแล็บเลย นุชบอกว่า เจ็บกว่า IUI เยอะมาก ต้องฉีดยาเร่งไข่ แล้วก็มีการเจาะเอาไข่ออก โห ฟังแล้วขนลุก! แต่รอบแรกทำ IVF ติดเลยนะ ตอนนี้ท้องได้สัก 5 เดือนแล้ว ดีใจมาก
สรุปง่ายๆนะ
- IUI: ฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก ธรรมชาติกว่า เจ็บน้อยกว่า แต่โอกาสสำเร็จอาจต่ำกว่า
- IVF: ผสมในแล็บ โอกาสสำเร็จสูงกว่า แต่เจ็บกว่า ค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าเยอะ
เพื่อนฉันบอกว่า IUI เหมือนช่วยเพิ่มโอกาสให้ธรรมชาติทำหน้าที่ ส่วน IVF นี่คือ โยนลูกเต๋า แต่โอกาสได้แต้มเยอะกว่าไง แต่ก็ต้องแลกกับความเจ็บปวดและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเยอะมาก จริงๆ ถ้ามีปัญหาเรื่องการเจริญพันธุ์รุนแรง IVF ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ก็ต้องพิจารณาหลายอย่าง ค่าใช้จ่าย ความพร้อมทางร่างกาย และจิตใจด้วยล่ะ เหนื่อยมาก
ทำเด็กหลอดแก้ว ต้องมีทะเบียนสมรส ไหม
เออ ใช่ ต้องจดทะเบียนนะ เคยคุยกับเพื่อนที่รพ.จุฬาฯ ตอนปี 66 นี่แหละ เค้าบอกต้องใช้ทะเบียนสมรส เพื่อนเราทำงานที่คลินิกผู้มีบุตรยากอ่ะ เค้าบอกว่า มันมีเรื่องกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีฯ ปี 58 อ่ะ คือมันต้องมีทะเบียนสมรสยืนยันสถานะ ไม่งั้นหมอทำไม่ได้ จำได้เลย ตอนนั้นไปเยี่ยมเพื่อนที่ทำงาน แล้วได้ยินเค้าคุยกันเรื่องเคสคนไข้ ก็เลยจำได้ คือแบบถ้าไม่มีทะเบียนสมรสเนี่ย เค้าไม่ทำให้หรอก เพื่อนบอกว่ามันวุ่นวายเรื่องสิทธิ์เด็กไรงี้ด้วย จำได้ว่าวันนั้น ร้อนมากกก เดินจากรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสามย่าน ไปรพ. เหงื่อแตกเลย แต่เพื่อนเลี้ยงข้าวกลางวันที่โรงอาหารจุฬาฯ อร่อยมาก อิ่มเลยล่ะ เพื่อนเราบอกอีกอย่างนะ ถ้าเป็นคู่ชายหญิงที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แล้วอยากมีลูกผ่านวิธีพวกนี้ ก็คือทำไม่ได้ในไทยอ่ะ ต้องไปทำที่ต่างประเทศเอา
- ต้องมีทะเบียนสมรส ถึงจะทำเด็กหลอดแก้วได้ในไทย
- ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีฯ ปี 58
- ยืนยันสถานะ และความรับผิดชอบของบิดามารดา
- ป้องกันปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็ก
- ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต้องไปทำที่ต่างประเทศ
อิ๊กซี่ กับ IVF ต่างกันอย่างไร
เอาล่ะ! มาแยกแยะเรื่อง "อิ๊กซี่" กับ "IVF" กันแบบชัดเจน (แอบกระซิบ... ถ้าอ่านแล้วงง ไปหาหมอเฉพาะทางดีกว่านะ!)
IVF (In Vitro Fertilization): นึกภาพแบบหนังโรแมนติกคอมเมดี้ อสุจิหลายล้านตัวต้องแข่งว่ายน้ำ ใครเก่งใครได้ ชนะก็ได้เข้าไปปฏิสนธิกับไข่ในจานเพาะเลี้ยง เป็นธรรมชาติสุดๆ แต่ถ้าอสุจิคุณภาพไม่ดี ก็เหมือนละครน้ำเน่า จบไม่สวย! เหมือนการประกวดมิสยูนิเวิร์สแหละ ต้องดูกันว่าใครจะชนะ
ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection): นี่คือวิธีแบบ "เอาให้ชัวร์"! ไม่ต้องแข่งว่ายน้ำแล้ว หมอจับอสุจิตัวเด็ดตัวเลือก (เลือกดีๆนะพ่อคุณ!) ฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง เป้าหมายแม่นยำเหมือนมือปืนฝีมือเทพ โอกาสสำเร็จสูงกว่า IVF เหมาะกับคู่ที่มีปัญหาเรื่องคุณภาพอสุจิ หรือจำนวนอสุจิต่ำ เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา ไม่ต้องลุ้นมาก
สรุปง่ายๆ IVF คือแบบธรรมชาติ ICSI คือแบบช่วยเหลือ เลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ตัวเอง อย่าไปฟังคนอื่นเขาว่าดี ปรึกษาคุณหมอดีที่สุด!
ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566):
เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ก้าวหน้าขึ้นมาก มีวิธีการอื่นๆ นอกเหนือจาก IVF และ ICSI อีกหลายวิธี เช่น PICSI, IMSI แต่ละวิธีมีความเหมาะสมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคู่
ค่าใช้จ่ายในการทำ IVF และ ICSI แตกต่างกันไปตามคลินิกและโปรแกรมการรักษา แนะนำให้สอบถามรายละเอียดจากคลินิกโดยตรง (อย่าลืมเช็คโปรโมชั่น!)
การเลือกคลินิกที่มีคุณภาพและประสบการณ์ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหา หาข้อมูลดีๆ ก่อนตัดสินใจนะ
ทำเด็กหลอดแก้วที่ไหนดี
เอ้าเฮ้ย! ถามเรื่องทำกิ๊กกิ้วหลอดแก้วเนี่ยนะ? แหม! ถามอย่างงี้แสดงว่าอยากมีเบบี๋ตัวน้อยๆ มาวิ่งเล่นในบ้านแล้วสิ! เอาล่ะ! ป้าจะบอกให้... แต่ละที่นี่เค้าก็มีดีมีเสียต่างกันไปนะจ๊ะ ขึ้นอยู่กับงบในกระเป๋าตังค์ และความเชื่อส่วนบุคคลล้วนๆ
แบงค็อกเซนทรัลคลินิก: คลินิกนี้เค้าว่ากันว่าหมอมือเบา ราคาไม่แรงมาก เหมาะกับคู่รักสายประหยัด แต่ผลลัพธ์จะปังเหมือนชื่อคลินิกมั้ย อันนี้ต้องเสี่ยงดวงเอาเองนะจ๊ะ
ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที.: ชื่อก็บอกแล้วว่า "ซูพีเรีย" หรือ "เหนือกว่า" ที่นี่เค้าว่ากันว่าเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ราคาก็ซูพีเรียตามไปด้วยนะจ๊ะ เตรียมควักกระเป๋าตังค์รัวๆ เลย
นวบุตร ไอวีเอฟ เซนเตอร์: ที่นี่เค้าเคลมว่ามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ป้าว่าชื่อมันแอบคล้าย "เณรน้อย" ไปหน่อยนะ (เอ๊ะ! หรือป้าคิดมากไปเอง?)
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์: ไฮโซตัวแม่ต้องที่นี่! บำรุงราษฎร์นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องบริการระดับโรงแรมห้าดาว หมอเก่ง เครื่องมือทันสมัย แต่ราคาก็แพงหูฉี่ตามไปด้วยนะจ๊ะ
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า: อันนี้ป้าว่าเหมาะกับข้าราชการและครอบครัว เพราะเค้ามีสวัสดิการและส่วนลดต่างๆ แต่คิวอาจจะยาวเหยียดเหมือนหางว่าวหน่อยนะจ๊ะ
โรงพยาบาลรามาธิบดี: โรงพยาบาลรัฐชื่อดัง ใครๆ ก็รู้จัก ราคาย่อมเยาว์ แต่ต้องทำใจเรื่องความสะดวกสบายและบริการนะจ๊ะ
โรงพยาบาลศิริราช: อีกหนึ่งโรงพยาบาลรัฐยอดฮิต ราคาถูก แต่คนเยอะมหาศาล อาจจะต้องอดทนรอนานหน่อยนะจ๊ะ
โรงพยาบาลพญาไท 2: โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอีกแห่ง ที่นี่เค้าว่ากันว่าหมอเก่ง บริการดี แต่ราคาก็สูงตามไปด้วยนะจ๊ะ
ข้อควรจำก่อนตัดสินใจ:
- เงินในกระเป๋า: สำคัญสุด! เพราะค่าทำเด็กหลอดแก้วนี่ไม่ใช่บาทสองบาท เตรียมเงินให้พร้อมก่อนเลยนะจ๊ะ
- ชื่อเสียงคุณหมอ: ลองหาข้อมูลคุณหมอแต่ละท่าน อ่านรีวิวจากคนไข้เก่าๆ ดูนะจ๊ะ
- เทคโนโลยีและอุปกรณ์: เลือกที่ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย จะได้เพิ่มโอกาสสำเร็จ
- บริการและความสะดวกสบาย: ถ้าเน้นความสะดวกสบาย ก็ต้องยอมจ่ายแพงหน่อยนะจ๊ะ
- อย่าเชื่อโฆษณามากเกินไป: ทุกที่เค้าก็อยากขายของทั้งนั้นแหละ ลองคุยกับคุณหมอโดยตรง ถามคำถามให้ละเอียด แล้วค่อยตัดสินใจนะจ๊ะ
ป.ล. ป้าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับคลินิกหรือโรงพยาบาลไหนทั้งนั้นนะจ๊ะ แค่มาให้ข้อมูลตามประสบการณ์ที่เคยได้ยินได้ฟังมาเฉยๆ จ้า เลือกที่ที่ถูกใจ สบายใจ แล้วก็ขอให้สมหวังมีน้องไวๆ นะจ๊ะ! สาธุ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต