วิตามินซีโดนความร้อนได้ไหม

10 การดู

มะละกอเป็นแหล่งวิตามินซีชั้นดี เพียง 100 กรัม ให้วิตามินซีสูงถึง 60 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและไฟเบอร์ การรับประทานมะละกอสุกแบบสดๆ จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากวิตามินซีและสารอาหารอื่นๆ ควรเลือกมะละกอสุกที่ผิวเรียบเนียน เนื้อแน่น และมีกลิ่นหอม เพื่อรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการที่ดีที่สุด

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

วิตามินซีทนความร้อนได้หรือไม่

วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายน้ำได้ ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยทั่วไป วิตามินซีมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย เช่น การสังเคราะห์คอลลาเจน การดูดซึมธาตุเหล็ก และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

คำถามที่พบบ่อยคือ วิตามินซีทนความร้อนได้หรือไม่ คำตอบคือ ใช่และไม่ใช่

ความเสถียรของวิตามินซีต่อความร้อน

วิตามินซีมีความเสถียรต่อความร้อนได้ในระดับหนึ่ง แต่จะสลายตัวเมื่อสัมผัสกับความร้อนสูงเป็นเวลานาน การศึกษาพบว่าวิตามินซีประมาณ 20-40% จะสลายตัวเมื่อปรุงอาหารที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส (212 องศาฟาเรนไฮต์) เป็นเวลา 30 นาที

ความเสถียรของวิตามินซีต่อความร้อนนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่

  • ความเป็นกรด: วิตามินซีจะเสถียรกว่าในสภาวะเป็นกรด
  • ความเข้มข้น: ความเข้มข้นของวิตามินซีที่สูงขึ้นจะทำให้เสถียรต่อความร้อนได้ดีขึ้น
  • เวลาปรุง: ยิ่งเวลาปรุงนานเท่าใด วิตามินซีก็จะยิ่งสลายตัวมากขึ้น

การปรุงอาหารเพื่อรักษาปริมาณวิตามินซี

เพื่อรักษาปริมาณวิตามินซีในอาหารให้ได้มากที่สุด ขอแนะนำให้ปรุงอาหารดังนี้:

  • ใช้ความร้อนต่ำ: ปรุงอาหารที่อุณหภูมิต่ำ เช่น ต้ม นึ่ง หรือตุ๋น
  • ปรุงอาหารให้สุกในเวลาอันสั้น: หลีกเลี่ยงการปรุงอาหารเป็นเวลานาน
  • ปรุงอาหารในภาชนะที่มีฝาปิด: การปิดฝาภาชนะจะช่วยลดการโดนออกซิเจนซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของวิตามินซี
  • เติมวิตามินซีหลังจากปรุงอาหาร: หากจำเป็น ให้เติมวิตามินซีลงในอาหารหลังจากปรุงอาหารเรียบร้อยแล้ว

ตัวอย่างอาหารที่มีวิตามินซีสูง

อาหารต่อไปนี้เป็นแหล่งวิตามินซีที่ดีเยี่ยม:

  • ผลไม้ตระกูลส้ม (ส้ม เกรปฟรุต มะนาว)
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี (สตรอว์เบอร์รี ราสป์เบอร์รี บลูเบอร์รี)
  • มะละกอ
  • กีวี
  • บรอกโคลี
  • ผักโขม