ไขมันสูงกินของหวานได้ไหม

16 การดู
กินได้ แต่ต้องจำกัดปริมาณและเลือกชนิดไขมันดี/น้ำตาลน้อย เช่น ดาร์กช็อกโกแลต, ผลไม้สด, โยเกิร์ตไขมันต่ำ. ควบคุมปริมาณแคลอรี่รวม และปรึกษาแพทย์/นักโภชนาการ เพื่อวางแผนการกินที่เหมาะสมกับภาวะไขมันสูงของคุณ. เน้นอาหารที่ช่วยลดไขมัน เช่น ข้าวโอ๊ต, ถั่ว, ปลา. การออกกำลังกายก็สำคัญควบคู่กันไป.
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ไขมันสูง…ชีวิตยังหวานได้ แต่ต้องมีสติ!

หลายคนเมื่อทราบว่าตนเองมีภาวะไขมันในเลือดสูง มักจะเกิดความกังวลใจและคิดว่าชีวิตนี้จะต้องตัดขาดจากรสชาติหวานๆ ไปตลอดกาล นั่นอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะความจริงแล้ว ผู้ที่มีไขมันสูงก็ยังสามารถลิ้มรสความหวานได้บ้าง เพียงแต่ต้องรู้จักจำกัดปริมาณและเลือกชนิดของหวานอย่างชาญฉลาด

คำถามสำคัญคือ กินของหวานได้ไหม? คำตอบคือ ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและวางแผนอย่างรอบคอบ การกินของหวานโดยไม่ยั้งคิด ย่อมส่งผลเสียต่อระดับไขมันในเลือดและสุขภาพโดยรวมอย่างแน่นอน

เคล็ดลับการกินหวานสำหรับคนไขมันสูง:

  1. จำกัดปริมาณ: ไม่ว่าจะเป็นของหวานชนิดใด สิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมปริมาณการบริโภค พยายามลดปริมาณน้ำตาลที่เติมลงในอาหารและเครื่องดื่ม เลือกขนาดของหวานที่เล็กลง และแบ่งปันกับผู้อื่นหากจำเป็น

  2. เลือกชนิดไขมันดี/น้ำตาลน้อย: แทนที่จะเลือกเค้กเนยเยิ้มหรือไอศกรีมหวานจัด ลองหันมาเลือกของหวานที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น:

    • ดาร์กช็อกโกแลต: เลือกที่มีปริมาณโกโก้ 70% ขึ้นไป เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระและน้ำตาลน้อยกว่าช็อกโกแลตนม
    • ผลไม้สด: เป็นแหล่งของวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร เลือกผลไม้ที่มีรสหวานไม่มาก เช่น แอปเปิล ชมพู่ ฝรั่ง
    • โยเกิร์ตไขมันต่ำ: เลือกชนิดที่ไม่เติมน้ำตาล หรือเติมเพียงเล็กน้อย คุณสามารถเติมผลไม้สดหรือกราโนล่า (ที่น้ำตาลต่ำ) เพื่อเพิ่มรสชาติและความกรุบกรอบ
  3. ควบคุมปริมาณแคลอรี่รวม: การควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับต่อวันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะไขมันสูง การกินของหวานในปริมาณที่เหมาะสม จะต้องไม่เกินปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการ

  4. ปรึกษาแพทย์/นักโภชนาการ: การปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลเกี่ยวกับการวางแผนการกินที่เหมาะสมกับภาวะไขมันสูงของคุณ พวกเขาจะสามารถช่วยคุณกำหนดปริมาณของหวานที่สามารถกินได้ และแนะนำอาหารอื่นๆ ที่ควรเน้น

  5. เน้นอาหารที่ช่วยลดไขมัน: นอกจากจะต้องระมัดระวังเรื่องของหวานแล้ว ควรเน้นการบริโภคอาหารที่ช่วยลดระดับไขมันในเลือด เช่น:

    • ข้าวโอ๊ต: มีใยอาหารสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
    • ถั่ว: เป็นแหล่งของไขมันดี โปรตีน และใยอาหาร
    • ปลา: โดยเฉพาะปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน เป็นแหล่งของโอเมก้า 3 ซึ่งดีต่อสุขภาพหัวใจ
  6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ลดระดับไขมันในเลือด และเสริมสร้างสุขภาพโดยรวม

สรุป:

การมีภาวะไขมันสูงไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องตัดขาดจากความสุขในการกินของหวานไปตลอดกาล เพียงแต่ต้องรู้จักจำกัดปริมาณ เลือกชนิดของหวานที่ดีต่อสุขภาพ ควบคุมปริมาณแคลอรี่รวม และปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อวางแผนการกินที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถรักษาสุขภาพที่ดีไปพร้อมๆ กับการลิ้มรสความหวานได้อย่างมีความสุข