ทฤษฎีการดูแลสุขภาพของโอเร็มมีอะไรบ้าง

28 การดู

ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็มเน้นความสามารถของบุคคลในการตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของตนเอง หากบุคคลไม่สามารถดูแลตนเองได้เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ พยาบาลจะเข้ามาช่วยเหลือ โดยปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย ส่งเสริมให้ผู้ป่วยกลับมาดูแลตนเองได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ทฤษฎีการพยาบาลของโดโรเธีย อี. โอเร็ม (Dorothea E. Orem) ประกอบด้วยทฤษฎีหลักสามทฤษฎีที่เชื่อมโยงกัน เพื่ออธิบายและชี้นำการปฏิบัติการพยาบาลในการดูแลผู้ที่ขาดความสามารถในการดูแลตนเอง ได้แก่:

  1. ทฤษฎีการดูแลตนเอง (Self-Care Theory): ทฤษฎีนี้เป็นรากฐานของแนวคิดทั้งหมด อธิบายถึงความสามารถของมนุษย์ในการดูแลตนเอง ซึ่งหมายถึงกิจกรรมที่บุคคลริเริ่มและปฏิบัติเพื่อตนเอง เพื่อรักษาชีวิต สุขภาพ และความผาสุก โอเร็มระบุความต้องการในการดูแลตนเองออกเป็นสามประเภท ได้แก่:

    • ความต้องการในการดูแลตนเองแบบสากล (Universal Self-Care Requisites): เป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน เช่น อากาศ น้ำ อาหาร การพักผ่อน การขับถ่าย การรักษาสมดุลระหว่างกิจกรรมและการพักผ่อน การป้องกันอันตราย และการส่งเสริมการทำงานของสังคมมนุษย์
    • ความต้องการในการดูแลตนเองแบบพัฒนาการ (Developmental Self-Care Requisites): เป็นความต้องการที่เกี่ยวข้องกับช่วงวัยและพัฒนาการของแต่ละบุคคล เช่น การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ และสังคมในแต่ละช่วงวัย การรับมือกับภาวะวิกฤตในชีวิต หรือการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ
    • ความต้องการในการดูแลตนเองแบบเบี่ยงเบนสุขภาพ (Health Deviation Self-Care Requisites): เป็นความต้องการที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลเจ็บป่วย บาดเจ็บ หรือมีความพิการ เช่น การหาความรู้เกี่ยวกับโรคและการรักษา การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ การจัดการกับอาการของโรค และการปรับตัวให้เข้ากับข้อจำกัดทางร่างกาย
  2. ทฤษฎีการขาดดุลการดูแลตนเอง (Self-Care Deficit Theory): ทฤษฎีนี้ อธิบายว่าการพยาบาลมีความจำเป็นเมื่อบุคคลประสบปัญหาการขาดดุลการดูแลตนเอง ซึ่งหมายถึงความไม่สามารถในการดูแลตนเองได้อย่างเพียงพอตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการขาดความรู้ ทักษะ หรือทรัพยากร หรือมีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย จิตใจ หรือสังคม

  3. ทฤษฎีระบบการพยาบาล (Nursing Systems Theory): ทฤษฎีนี้เป็นการนำทฤษฎีทั้งสองข้างต้นมาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ โดยอธิบายถึงวิธีการที่พยาบาลจะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยในการดูแลตนเอง โดยพยาบาลจะประเมินระดับการขาดดุลการดูแลตนเองของผู้ป่วย และออกแบบระบบการพยาบาลที่เหมาะสม ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระบบ ได้แก่:

    • ระบบการชดเชยอย่างเต็มที่ (Wholly Compensatory System): พยาบาลทำทุกอย่างให้ผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยหมดสติ
    • ระบบการชดเชยบางส่วน (Partially Compensatory System): พยาบาลและผู้ป่วยร่วมกันทำ เช่น ผู้ป่วยหลังผ่าตัด
    • ระบบสนับสนุน-ให้ความรู้ (Supportive-Educative System): พยาบาลให้คำแนะนำ สนับสนุน และให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน

โดยสรุป ทฤษฎีการพยาบาลของโอเร็มเน้นที่ความสำคัญของการดูแลตนเอง และบทบาทของพยาบาลในการช่วยเหลือผู้ป่วยให้สามารถดูแลตนเองได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยการประเมินความต้องการและข้อจำกัดของผู้ป่วยแต่ละราย และออกแบบระบบการพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.