อาการไข้เลือดออกในเด็ก อันตรายไหม

16 การดู

ไข้เลือดออกในเด็กเป็นภัยคุกคามร้ายแรง เริ่มจากอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่สามารถพัฒนาเป็นภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ สังเกตอาการไข้สูง ปวดท้องรุนแรง อาเจียนไม่หยุด และมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันทีเพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ไข้เลือดออกในเด็ก: ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ไข้เลือดออก ถือเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่สำคัญสำหรับเด็ก โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้น แม้เริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว แต่หากไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและทันท่วงที อาจพัฒนาไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตได้

สิ่งที่ทำให้ไข้เลือดออกในเด็กเป็นภัยเงียบที่อันตราย คือ การที่อาการเริ่มต้นไม่เฉพาะเจาะจง ทำให้ผู้ปกครองหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา และอาจชะล่าใจในการดูแล ซึ่งความจริงแล้ว ไวรัสเดงกี่ที่เป็นสาเหตุของไข้เลือดออก สามารถทำลายเกล็ดเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ และนำไปสู่ภาวะช็อกได้ในที่สุด

สัญญาณอันตรายที่ผู้ปกครองควรสังเกตและรีบพาบุตรหลานไปพบแพทย์ทันที ได้แก่

  • ไข้สูงลอย ไข้ขึ้นสูง 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป และมักจะไม่ลดลงง่ายๆ แม้รับประทานยาลดไข้
  • อาการปวด ปวดหัวอย่างรุนแรง ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้ออย่างมาก
  • อาเจียนบ่อยและรุนแรง โดยเฉพาะหากอาเจียนเป็นเลือด หรือมีอาการถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ
  • จุดเลือดออกตามผิวหนัง ลักษณะเป็นจุดแดงเล็กๆ กระจายตามตัว แขน ขา ซึ่งมักจะปรากฏชัดขึ้นเมื่อรัดต้นแขนด้วยสายรัด
  • อาการซึมลง เด็กดูอ่อนเพลีย เซื่องซึม ไม่ร่าเริง ไม่เล่นเหมือนปกติ หรือมีอาการง่วงซึมผิดปกติ
  • เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟัน
  • ปวดท้องรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณชายโครงขวา

การวินิจฉัยไข้เลือดออกทำได้โดยการตรวจเลือด เพื่อดูค่าเกล็ดเลือดและค่าความเข้มข้นของเลือด หากพบว่าบุตรหลานมีอาการน่าสงสัย ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง และควรพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง การรักษาไข้เลือดออกจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยเน้นการรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาลดไข้ การให้สารน้ำทดแทน และการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด

การป้องกันไข้เลือดออกที่ดีที่สุด คือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น ภาชนะที่มีน้ำขัง และป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยการทายากันยุง นอนในมุ้ง และสวมใส่เสื้อผ้าแขนยาวขายาว นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนไข้เลือดออกก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคนี้ได้.