โครงร่างวิจัยควรมีหัวข้ออะไรบ้าง

2 การดู

เอาจริง ๆ นะ โครงร่างวิจัยมันต้องมากกว่านั้น! แค่ชื่อโครงการกับรายชื่อคนทำมันดูจืดชืดไป ส่วนสำคัญคือวิธีการวิจัย (Methodology) กับการวิเคราะห์ข้อมูล (Data analysis) จะขาดไม่ได้เลย! แล้วก็ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Expected Outcome) ด้วยนะ ไม่งั้นจะรู้ได้ไงว่าวิจัยไปเพื่ออะไร ต้องวางแผนให้รอบคอบ ละเอียด ถึงจะได้งานวิจัยที่ดีออกมา!

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

โอ๊ยตาย! แค่ “ชื่อโครงการกับรายชื่อคนทำ” เนี่ยนะ? โครงร่างวิจัยเหรอคะคุณ! ฉันนี่แบบว่า… ขนลุกเลยอะ มันดูจืดชืด แห้งแล้ง เหมือนกินข้าวเปล่าไม่ปรุงอะไรเลยอ่ะ! ต้องมากกว่านั้นเยอะ! อย่างน้อยๆ มันต้องมีอะไรที่… อื้อหือ! กระชากใจ เรียกเร้าความอยากรู้อยากเห็น ใช่ไหมล่ะคะ?

เอาแบบนี้ดีกว่า… ลองคิดดูสิ ถ้าเราไปขอทุนวิจัย แล้วเสนอแค่ชื่อโครงการกับชื่อคนทำ เขาจะให้ผ่านไหมเนี่ย? (ฮ่าๆ ฉันเคยโดนมาแล้วนะ ตอนนั้นเครียดมาก แทบจะร้องไห้เลย!) นอกจากชื่อกับคนทำ อย่างน้อยๆ เราต้องมีวิธีการวิจัย (Methodology) ที่ชัดเจน ว่าเราจะใช้แบบไหน? สัมภาษณ์? แบบสอบถาม? หรือจะไปนั่งเฝ้าสังเกตการณ์ (อันนี้โคตรเหนื่อย แต่ได้ข้อมูลเจ๋งๆ นะ จำได้เลยตอนทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมนกพิราบที่สวนสาธารณะ ฉันแทบจะกลายเป็นนกพิราบไปด้วยแล้ว!)

แล้วก็ การวิเคราะห์ข้อมูล (Data analysis) สำคัญมาก! ถ้าเราเก็บข้อมูลมาเป็นภูเขา แต่ไม่รู้จะวิเคราะห์ยังไง ก็เหมือนได้เปลือกแตงโม กินไม่ได้ รสชาติก็ไม่มี! ต้องบอกวิธีการวิเคราะห์ให้ชัดเจนเลยนะ จะใช้โปรแกรมอะไร หรือวิเคราะห์ด้วยมือ (แบบนี้ต้องใจเย็น และแม่นยำมาก เคยพลาดมาแล้ว คำนวณผิดไปตัวเดียว ผลวิจัยพังหมดเลย!)

สุดท้าย คือผลที่คาดว่าจะได้รับ (Expected Outcome) นี่แหละ! เป็นหัวใจสำคัญเลย ถ้าไม่บอกว่าจะได้อะไร แล้วทำวิจัยไปทำไมกัน? เปลืองเวลาเปล่าๆ ใช่ไหมคะ? ต้องบอกให้ชัดเจน ว่าคาดหวังอะไร จะได้อะไรจากงานวิจัยชิ้นนี้ จะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง… อย่างตอนฉันทำวิจัยเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียของวัยรุ่น ฉันก็ตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะได้ข้อมูลที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมพวกเขามากขึ้น เพื่อที่จะได้มีกลยุทธ์การสื่อสารที่ดีขึ้น อะไรแบบนี้… อืมมม คิดแล้วก็รู้สึกภูมิใจเล็กๆ (แต่เหนื่อยมากจริงๆ!) เห็นไหมคะ มันต้องครบถ้วน ละเอียด และ สำคัญที่สุด คือ ต้องมี PASSION!