คันมุมปากเกิดจากอะไร

6 การดู

ดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะมุมปาก ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีวิตามินบีและธาตุเหล็ก หลีกเลี่ยงการเลียริมฝีปาก หากมีอาการปากนกกระจอก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ปากแตกมุมปาก: สาเหตุที่ซ่อนเร้นและวิธีการดูแลอย่างถูกวิธี

ปัญหาปากแตกหรือคันมุมปากเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญและส่งผลต่อความมั่นใจได้ สาเหตุของอาการนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ “ขาดความชุ่มชื้น” อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ซ่อนเร้นไปด้วยปัจจัยอื่นๆ ที่ควรรู้จักและเข้าใจเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

สาเหตุที่ทำให้มุมปากแตกและคัน:

นอกจากการขาดความชุ่มชื้นซึ่งเป็นสาเหตุหลักแล้ว อาการคันมุมปากยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้แก่:

  • การขาดสารอาหาร: การขาดวิตามินบี (โดยเฉพาะ B2, B3, B6, B12) และธาตุเหล็ก ร่างกายจะไม่สามารถสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ริมฝีปากแห้งแตกและอักเสบง่าย
  • การติดเชื้อรา: เชื้อ Candida albicans เป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไป อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่มุมปาก ทำให้เกิดอาการคัน บวม แดง และมีขุยขาวๆ มักพบร่วมกับความชื้นสูง เช่น ผู้ที่ชอบเลียริมฝีปากบ่อยๆ หรือมีน้ำลายไหลมาก
  • การแพ้: การแพ้เครื่องสำอางค์ ลิปสติก หรืออาหารบางชนิด สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ที่ริมฝีปาก แสดงอาการเป็นผื่นแดง คัน บวม และแตกได้
  • โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis): โรคผิวหนังเรื้อรังที่อาจส่งผลให้เกิดรอยโรคที่ริมฝีปากได้เช่นกัน ทำให้ริมฝีปากแห้ง แตก และมีสะเก็ด
  • ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง: ในบางราย อาการมุมปากแตกอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
  • การใช้ยาบางชนิด: ยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงทำให้ริมฝีปากแห้งแตกได้ เช่น ยาขับปัสสาวะ หรือยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคผิวหนัง

การดูแลริมฝีปากให้ห่างไกลจากปัญหาปากแตก:

การดูแลริมฝีปากอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันและรักษาอาการปากแตก และควรเริ่มจากการแก้ไขที่สาเหตุ:

  • เพิ่มความชุ่มชื้น: ทาลิปบาล์มหรือครีมบำรุงริมฝีปากที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น เช่น วาสลีน หรือ shea butter บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนนอน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: น้ำเป็นส่วนสำคัญในการรักษาสมดุลของร่างกาย การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นอยู่เสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี ธาตุเหล็ก และสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หลีกเลี่ยงการเลียริมฝีปาก: น้ำลายมีเอนไซม์ที่อาจทำให้ริมฝีปากแห้งยิ่งขึ้น และเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ
  • เลือกใช้เครื่องสำอางที่อ่อนโยน: หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่ระคายเคือง หรือมีสารเคมีที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้
  • ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร: หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ หรือมีเลือดออก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม

การดูแลสุขภาพริมฝีปากอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันปัญหาปากแตกและคันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่ามองข้ามอาการเล็กน้อยเหล่านี้ เพราะมันอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ได้

หมายเหตุ: บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้และไม่ใช้คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเสมอ