ทําไมถึงชอบง่วงนอนตอนกลางวัน

26 การดู

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพต่ำ เช่น การนอนหลับไม่สนิท ตื่นบ่อย หรือมีอาการหยุดหายใจขณะหลับ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า รู้สึกง่วงซึมในเวลากลางวัน ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน และพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

สงสัยไหม? ทำไมถึงง่วงเหงาหาวนอนตอนกลางวัน ทั้งที่ (คิดว่า) นอนพอแล้ว

หลายคนคงเคยประสบปัญหาเดียวกัน นั่นคืออาการง่วงซึม อ่อนเพลีย อยากจะทิ้งตัวลงนอนในระหว่างวัน ทั้งที่เมื่อคืนก็คิดว่าตัวเองนอนหลับได้เต็มอิ่มแล้ว ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ และการละเลยอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพในการทำงาน สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของเราได้

แน่นอนว่าสาเหตุหลักที่มักถูกพูดถึงคือ การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีคุณภาพต่ำ ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัจจัยที่ทำให้เราง่วงนอนตอนกลางวันนั้นซับซ้อนกว่าที่เราคิด อาจมีมากกว่าหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของเรา

มาสำรวจกันว่าอะไรบ้างที่อาจเป็นตัวการทำให้คุณกลายเป็น “สิงห์กลางวัน”:

  • คุณภาพการนอนที่ถูกมองข้าม: แม้จะนอนครบ 7-8 ชั่วโมง แต่ถ้าการนอนหลับไม่มีคุณภาพ ก็เหมือนกับการ “ชาร์จแบต” ที่ไม่เต็ม ตัวอย่างเช่น การนอนหลับไม่สนิท ตื่นบ่อยๆ กลางดึก อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น เสียงดัง แสงรบกวน หรืออุณหภูมิที่ไม่สบายตัว หรืออาจเกิดจากพฤติกรรมก่อนนอน เช่น การดูโทรทัศน์ เล่นโทรศัพท์มือถือ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

  • นาฬิกาชีวิตที่ผิดเพี้ยน: การทำงานเป็นกะ หรือการเดินทางข้ามเขตเวลา (Jet lag) ทำให้วงจรการนอนหลับและตื่นตามธรรมชาติของร่างกาย (Circadian Rhythm) ถูกรบกวน ส่งผลให้เกิดอาการง่วงนอนในเวลาที่ไม่ควรจะเป็น

  • อาหารการกินที่ไม่สมดุล: การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง หรืออาหารแปรรูปมากเกินไป อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลียและง่วงซึม นอกจากนี้ การขาดสารอาหารบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก หรือวิตามินบี 12 ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งได้เช่นกัน

  • ความเครียดและความวิตกกังวล: ความเครียดสะสมและความวิตกกังวลเรื้อรัง สามารถส่งผลกระทบต่อการนอนหลับได้ ทำให้หลับยาก หรือตื่นกลางดึกบ่อยๆ

  • ปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่: ในบางกรณี อาการง่วงนอนตอนกลางวันอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่าที่คิด เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea), โรคไทรอยด์, ภาวะโลหิตจาง หรือโรคซึมเศร้า

แล้วเราจะทำอย่างไรได้บ้าง?

สิ่งสำคัญคือการสังเกตตัวเองอย่างละเอียด บันทึกพฤติกรรมการนอนหลับ อาหารที่ทาน และระดับความเครียด เพื่อหาความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ และลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังต่อไปนี้:

  • ปรับปรุงสุขอนามัยในการนอน (Sleep Hygiene): กำหนดเวลานอนและตื่นให้เป็นเวลา, สร้างบรรยากาศในห้องนอนให้เหมาะสมกับการนอนหลับ, หลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอก่อนนอน, งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ในช่วงเย็น

  • ใส่ใจเรื่องอาหาร: รับประทานอาหารที่สมดุล ครบ 5 หมู่, หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและน้ำตาลสูง, ดื่มน้ำให้เพียงพอ

  • จัดการความเครียด: ฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ หรือการหายใจลึกๆ, หาเวลาทำกิจกรรมที่ชอบ เพื่อคลายความเครียด

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงก่อนนอน

หากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาที่เหมาะสม อย่าปล่อยให้อาการง่วงนอนตอนกลางวันมาบั่นทอนคุณภาพชีวิตของคุณ

ท้ายที่สุดแล้ว การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและมีคุณภาพ คือพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ การใส่ใจและแก้ไขปัญหาการนอนหลับ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคตของคุณเอง