ตับอักเสบมีอาการปวดท้องไหม

13 การดู

หากคุณสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงหรือมีอาการบ่งชี้ถึงภาวะตับอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด อย่าละเลยอาการผิดปกติเล็กน้อย เช่น อ่อนเพลียเรื้อรัง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือรู้สึกไม่สบายในช่องท้องส่วนบน เพราะการตรวจพบและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ตับอักเสบ…เจ็บท้องจริงหรือ? ไขข้อสงสัย อาการปวดท้องกับภาวะตับอักเสบ

ตับอักเสบ…คำนี้คงคุ้นหูใครหลายคน แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าภาวะนี้จะมาพร้อมกับอาการปวดท้องหรือไม่? คำตอบคือ อาจจะใช่ และอาจจะไม่ใช่ แล้วอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่าง? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างตับอักเสบและอาการปวดท้อง เพื่อให้คุณเข้าใจอาการของโรคนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ตับอักเสบคืออะไร และทำไมถึงต้องใส่ใจ?

ตับอักเสบคือภาวะที่ตับเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อไวรัส (ไวรัสตับอักเสบ A, B, C, D, E), การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป, ยาบางชนิด, โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง, หรือภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (NAFLD) การอักเสบของตับส่งผลต่อการทำงานของตับ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการกำจัดสารพิษ สร้างโปรตีน และผลิตน้ำดี หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ตับอักเสบเรื้อรังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ตับแข็ง และมะเร็งตับ

ปวดท้อง…อาการที่อาจมาหรือไม่มา พร้อมกับตับอักเสบ

อาการปวดท้องในผู้ป่วยตับอักเสบนั้นไม่แน่นอน บางรายอาจมีอาการปวดท้องชัดเจน ในขณะที่บางรายอาจไม่มีอาการปวดเลย หรือมีเพียงอาการไม่สบายท้องเล็กน้อย ความรุนแรงของอาการปวดก็แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ปัจจัยที่อาจส่งผลต่ออาการปวดท้อง ได้แก่:

  • ชนิดและความรุนแรงของการอักเสบ: ตับอักเสบเฉียบพลันที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องที่ค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากตับมีการบวมและขยายขนาดขึ้น ทำให้ไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง หรือทำให้เยื่อหุ้มตับ (Glisson’s capsule) ซึ่งมีเส้นประสาทรับความรู้สึกอยู่เกิดการระคายเคือง ในขณะที่ตับอักเสบเรื้อรังอาจมีอาการปวดน้อยกว่า หรือไม่มีอาการปวดเลย
  • ตำแหน่งของอาการปวด: โดยทั่วไป อาการปวดท้องที่เกี่ยวข้องกับตับอักเสบมักจะเกิดขึ้นในบริเวณ ช่องท้องส่วนบนด้านขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ อาการปวดอาจเป็นแบบตื้อๆ หน่วงๆ หรือเจ็บแปลบๆ บางรายอาจรู้สึกปวดร้าวไปยังไหล่ขวา หรือหลัง
  • สาเหตุของตับอักเสบ: สาเหตุของตับอักเสบก็มีผลต่ออาการปวดท้องได้เช่นกัน เช่น ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย

สัญญาณเตือนอื่นๆ ที่ควรสังเกต

นอกจากอาการปวดท้องแล้ว ตับอักเสบอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นพร้อมกัน หรืออาจมีอาการใดอาการหนึ่งนำมาก่อน:

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง: รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ แม้ว่าจะพักผ่อนเพียงพอแล้ว
  • เบื่ออาหาร: ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลด
  • คลื่นไส้ อาเจียน: รู้สึกคลื่นไส้ อยากอาเจียน หรืออาเจียนออกมา
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน): ผิวหนังและดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
  • ปัสสาวะสีเข้ม: ปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ คล้ายสีน้ำชา
  • อุจจาระสีซีด: อุจจาระมีสีอ่อนกว่าปกติ
  • บวมที่ขาและข้อเท้า: มีอาการบวมตามขาและข้อเท้า

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?

หากคุณมีอาการที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นตับอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการปวดท้องร่วมกับอาการอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด การตรวจเลือดเพื่อวัดค่าเอนไซม์ตับ (AST, ALT) และการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ

อย่าละเลยอาการเล็กน้อย เพราะการตรวจพบและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

สรุป

ตับอักเสบอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ แต่ไม่ใช่ทุกรายที่จะมีอาการปวดท้อง อาการปวดท้องอาจเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ แต่การสังเกตอาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วยก็มีความสำคัญเช่นกัน หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพตับ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม