ตุ่มเลือดเล็กๆ เกิดจากอะไร

11 การดู

ตุ่มน้ำเลือดเล็กๆ อาจเกิดจากการบาดเจ็บผิวหนังที่ไม่รุนแรง เช่น ถูกหนีบ หรือเสียดสีจากการใส่รองเท้าที่ไม่พอดีขณะออกกำลังกาย การวิ่ง หรือเต้นรำ หากตุ่มไม่ใหญ่และไม่เจ็บมาก มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่หากมีอาการปวด บวม หรือติดเชื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ตุ่มเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง: สาเหตุที่ซ่อนเร้นและวิธีรับมือ

ตุ่มเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง หรือที่เรียกกันว่า Petechiae (เปอ-ที-เคีย) มักปรากฏเป็นจุดสีแดงหรือม่วงเข้ม ขนาดเล็ก กระจายอยู่บนผิวหนัง แม้จะดูไม่น่ากลัว แต่การเกิดตุ่มเหล่านี้บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ควรให้ความสำคัญ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับสาเหตุที่ทำให้เกิดตุ่มเลือดเล็กๆ และวิธีการรับมือเบื้องต้น

สาเหตุที่พบได้บ่อย:

นอกเหนือจากการบาดเจ็บเล็กน้อยอย่างที่กล่าวไปแล้ว สาเหตุที่ซ่อนเร้นของตุ่มเลือดเล็กๆ อาจมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด โดยสามารถแบ่งสาเหตุได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้:

  • ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia): เกล็ดเลือดมีหน้าที่สำคัญในการแข็งตัวของเลือด หากร่างกายมีเกล็ดเลือดต่ำ การหยุดเลือดจะทำได้ไม่ดี ส่งผลให้เกิดจุดเลือดออกใต้ผิวหนังได้ง่าย สาเหตุของภาวะเกล็ดเลือดต่ำนั้นมีหลายอย่าง เช่น การติดเชื้อไวรัส การใช้ยาบางชนิด หรือโรคทางพันธุกรรม

  • ภาวะพร่องวิตามินซี (Scurvy): การขาดวิตามินซีอย่างรุนแรงทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง ส่งผลให้หลอดเลือดเปราะบาง แตกง่าย และเกิดตุ่มเลือดออกได้

  • การติดเชื้อ: เชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสบางชนิด เช่น ไข้เลือดออก โรคเม็ดเลือดขาว หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ สามารถทำให้เกิดภาวะเลือดออกใต้ผิวหนังได้ โดยอาจพบร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ไข้ อ่อนเพลีย หรือต่อมน้ำเหลืองโต

  • การใช้ยาบางชนิด: ยาแอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยาบางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดตุ่มเลือดออกได้

  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม: บางครั้งตุ่มเลือดเล็กๆ อาจเป็นอาการแสดงของความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

  • ความดันโลหิตสูง: ในบางกรณี ความดันโลหิตสูงอาจทำให้หลอดเลือดฝอยเปราะบางและแตกง่ายขึ้น

เมื่อใดควรไปพบแพทย์?

หากคุณพบตุ่มเลือดเล็กๆ ควรสังเกตอาการร่วมด้วย เช่น มีเลือดออกง่าย มีรอยฟกช้ำง่าย อ่อนเพลีย ไข้ หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ควรไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก:

  • ตุ่มเลือดออกจำนวนมาก กระจายทั่วร่างกาย
  • มีอาการปวด บวม หรือติดเชื้อร่วมด้วย
  • ตุ่มเลือดออกเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน โดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน

แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย สอบถามประวัติ และอาจทำการตรวจเลือด เพื่อหาสาเหตุของตุ่มเลือดออกและให้การรักษาที่เหมาะสม การวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาที่ตรงจุดจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์เสมอ