ต่อมรับรสเพี้ยน เกิดจากอะไร

32 การดู

อาการต่อมรับรสเพี้ยนนอกจากหวัดแล้ว ยังอาจเกิดจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแอ่นติบิโอติกหรือยาแก้แพ้ หรือจากภาวะขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น วิตามินบี 12 หรือสังกะสี ซึ่งล้วนส่งผลต่อความไวของต่อมรับรส การรับรู้รสชาติจึงเปลี่ยนแปลงไปชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระยะเวลาของการเกิดอาการ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เมื่อลิ้นบอกว่า “ไม่ใช่รสนี้ที่ฉันคุ้นเคย”: ทำความเข้าใจภาวะต่อมรับรสเพี้ยน

เคยไหมที่อาหารจานโปรดรสชาติเปลี่ยนไป? จากหวานกลายเป็นขม จากเค็มกลับจืดสนิท? อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงภาวะที่เรียกว่า “ต่อมรับรสเพี้ยน” หรือ Dysgeusia ซึ่งเป็นภาวะที่การรับรู้รสชาติผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง สร้างความรำคาญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ประสบปัญหา

หลายคนอาจคุ้นเคยกับอาการต่อมรับรสเพี้ยนที่มาพร้อมกับอาการหวัด ซึ่งมักจะหายไปเมื่ออาการหวัดดีขึ้น แต่ความจริงแล้ว ภาวะนี้มีสาเหตุที่ซับซ้อนกว่านั้น และอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่ควรให้ความสนใจ

สาเหตุที่มากกว่าแค่ “หวัดลงคอ”:

นอกเหนือจากอาการหวัดที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถทำให้ต่อมรับรสของเรา “รวน” ได้:

  • ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ (antibiotics) ยาแก้แพ้ (antihistamines) หรือแม้แต่ยาที่ใช้รักษาโรคหัวใจและยาเคมีบำบัด สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของต่อมรับรสได้ การใช้ยาเหล่านี้ในระยะยาวอาจนำไปสู่อาการต่อมรับรสเพี้ยน
  • ภาวะขาดสารอาหาร: ร่างกายที่ขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด โดยเฉพาะวิตามินบี 12 และสังกะสี (Zinc) จะส่งผลต่อความไวของต่อมรับรส ทำให้การรับรู้รสชาติผิดเพี้ยนไป ภาวะนี้มักพบในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาในการดูดซึมอาหาร หรือผู้ที่รับประทานอาหารที่ไม่สมดุล
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หรือวัยหมดประจำเดือน อาจส่งผลต่อการรับรู้รสชาติได้ ทำให้บางคนรู้สึกว่ารสชาติอาหารเปลี่ยนไปจากเดิม
  • การบาดเจ็บที่ศีรษะและเส้นประสาท: การกระทบกระเทือนที่ศีรษะ หรือความเสียหายต่อเส้นประสาทที่ควบคุมการรับรส สามารถส่งผลต่อการทำงานของต่อมรับรสได้
  • ปัญหาสุขภาพช่องปาก: สุขภาพช่องปากที่ไม่ดี เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือการติดเชื้อในช่องปาก สามารถส่งผลต่อการรับรู้รสชาติได้
  • การสัมผัสสารเคมี: การสัมผัสสารเคมีบางชนิด เช่น สารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรม หรือยาฆ่าแมลง อาจทำให้ต่อมรับรสเสียหายได้
  • โรคประจำตัว: โรคบางชนิด เช่น เบาหวาน โรคไต หรือโรคทางระบบประสาท สามารถส่งผลต่อการรับรู้รสชาติได้

ผลกระทบที่มากกว่าแค่ “ไม่อร่อย”:

ภาวะต่อมรับรสเพี้ยนไม่ได้เป็นเพียงแค่ความรำคาญใจ แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในหลายด้าน:

  • เบื่ออาหารและน้ำหนักลด: เมื่ออาหารที่เคยอร่อยกลายเป็นรสชาติที่น่าขยะแขยง ผู้ป่วยอาจเบื่ออาหารและน้ำหนักลดลง
  • ภาวะทุพโภชนาการ: การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเพื่อกลบเกลื่อนรสชาติที่ผิดเพี้ยน อาจนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ
  • ภาวะซึมเศร้า: การที่อาหารไม่เป็นที่น่าพอใจ อาจส่งผลต่ออารมณ์และนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้
  • ความสัมพันธ์ทางสังคม: การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางสังคม

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์:

หากคุณมีอาการต่อมรับรสเพี้ยนที่ไม่หายไป หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือมีอาการทางระบบประสาท ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

การดูแลตัวเองเบื้องต้น:

  • รักษาสุขอนามัยช่องปาก: แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้นและช่วยในการรับรส
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการ: เช่น อาหารรสจัด อาหารที่มีกลิ่นแรง หรืออาหารที่มีรสขม
  • ลองปรุงอาหารด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศ: เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้กับอาหาร
  • ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ: เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่เหมาะสมและวิธีการปรับปรุงรสชาติอาหาร

ภาวะต่อมรับรสเพี้ยนเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและอาจมีสาเหตุได้หลากหลาย การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและผลกระทบของภาวะนี้ จะช่วยให้เราสามารถดูแลตัวเองและรับมือกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เรากลับมามีความสุขกับการรับประทานอาหารและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง